ตำรวจฮ่องกงยึดขวดบรรจุสารเคมีอันตราย 59 ขวด ที่ถูกขโมยมาจากห้องทดลองในมหาวิทยาลัย

Xinhua Thai เผยแพร่ 07 ธ.ค. 2562 เวลา 01.14 น.
ตำรวจฮ่องกงยึดขวดบรรจุสารเคมีอันตราย 59 ขวด ที่ถูกขโมยมาจากห้องทดลองในมหาวิทยาลัย

ฮ่องกง, 6 ธ.ค. (ซินหัว) -- เมื่อช่วงบ่ายวันศุกร์ (6 ธ.ค.) ตำรวจฮ่องกงเปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่ตรวจยึดขวดบรรจุสารเคมีอันตรายจำนวน 59 ขวดได้ในสวนสาธารณะ ซึ่งคาดว่าผู้ก่อจลาจลได้ขโมยมาจากห้องทดลองของมหาวิทยาลัย

กัวเจียจิ้น (Kwok Ka-chuen) หัวหน้าผู้กำกับการกองสารนิเทศตำรวจ (PPRB) เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวในวันศุกร์ (6 ธ.ค.) ว่าตำรวจได้รับรายงานกรณีมีผู้ก่อจลาจลขโมยสารเคมีจำนวนมากจากห้องทดลองของมหาวิทยาลัย และเก็บซ่อนไว้ในบริเวณใกล้อ่างเก็บน้ำเส่งหมุ่น (Shing Mun) โดยหลังจากการสอบสวนตำรวจได้ตรวจยึดขวดบรรจุสารเคมีจำนวน 59 ขวด ปริมาณรวม 137 ลิตร ใกล้กับพื้นที่ปิ้งย่างบาร์บีคิวบริเวณสวนสาธารณะอ่างเก็บน้ำเส่งหมุ่น

กัวระบุว่าสารเคมีที่ยึดมาบางชนิดมีฤทธิ์กัดกร่อนหรือมีความไวไฟสูง ทั้งการสัมผัสกับตัวสารเคมีอาจส่งผลอันตรายร้ายแรงต่อร่างกาย พร้อมเชิญชวนให้ประชาชนรายงานต่อตำรวจหากพบเจอสารเคมีต้องสงสัย และหลีกเลี่ยงการสัมผัสสารดังกล่าว

ผู้ประท้วงหัวรุนแรงเข้ายึดและสร้างความเสียหายในหลายวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยในฮ่องกงเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยเมื่อต้นสัปดาห์ตำรวจระบุว่าพวกเขายึดระเบิดขวดได้ประมาณ 10,000 ลูก พร้อมสารเคมี อาวุธร้ายแรง และวัตถุดิบสำหรับผลิตระเบิดจำนวนมาก ในมหาวิทยาลัยจีนแห่งฮ่องกง มหาวิทยาลัยโพลีเทคนิคฮ่องกง รวมถึงสถาบันอุดมศึกษาอื่นๆ และบริเวณใกล้เคียง

กัวกล่าวว่า “ก่อนหน้านี้ตำรวจได้รับรายงานจากมหาวิทยาลัย กรณีมีสารเคมีถูกขโมยไปจากห้องปฏิบัติการ แต่เรายังไม่ได้รับรายชื่อสารเคมีที่หายไปทั้งหมด จึงทำให้การตรวจสอบเป็นไปค่อนข้างยากลำบาก” พร้อมเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องแก่ตำรวจโดยเร็วที่สุด

นอกจากนี้ เขายังเตือนมหาวิทยาลัยให้จัดเก็บสารเคมีและผลิตภัณฑ์อันตรายอย่างเหมาะสม โดยย้ำว่าการกำจัดสารเคมีเหล่านี้โดยประมาทเป็นการกระทำที่ไร้ความรับผิดชอบและอันตรายอย่างยิ่ง

เจียงหย่งเสียง (Kong Wing-cheung) ผู้กำกับการอาวุโสของกองสารนิเทศตำรวจ เผยว่านับตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา (2 ธ.ค.) ตำรวจจับกุมผู้ก่อจลาจลได้ 22 คน ในจำนวนี้มีเพศชาย 18 คนและหญิง 4 คน ซึ่งมีอายุระหว่าง 15-84 ปี โดยพวกเขามีความผิดฐานร่วมก่อจลาจล ทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ และกระทำความเสียหายซึ่งเป็นความผิดทางอาญา รวมทั้งความผิดอื่นๆ

เจียงคัดค้านการกระทำที่สร้างความเสียหายต่อบริการเพื่อสาธารณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ผู้ก่อจลาจลทำลายไฟจราจรหลายร้อยดวงตลอดช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

เจียงเสริมว่า "การทำลายสัญญาณไฟจราจรจนได้รับความเสียหายนั้นเป็นการกระทำที่เห็นแก่ตัว ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน ทั้งคนเดินเท้า ผู้ขับขี่ยานยนต์ และผู้โดยสารยานพาหนะ" พร้อมกล่าวว่าโทษสูงสุดสำหรับความผิดอาญาฐานทำให้ทรัพย์สินเสียหายคือโทษจำคุก 10 ปี

ดูข่าวต้นฉบับ