ตำรวจจับมือหมอพิสูจน์ถ้ำน้ำลอดคาดจุดทิ้งชมพู่ ป้าแต๋นขนลุกฝันเคยมาเจอ (คลิป)

Amarin TV เผยแพร่ 04 ส.ค. เวลา 18.41 น.
ตำรวจจับมือหมอพิสูจน์ถ้ำน้ำลอดคาดจุดทิ้งชมพู่ ป้าแต๋นขนลุกฝันเคยมาเจอ (คลิป)
รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร นำเเพทย์ที่ชันสูตรศพน้องชมพู่รอบเเรกขึ้นภูเหล็กไฟ วิเคราะห์สภาพพื้นที่

เมื่อวันที่ 4 ส.ค.63 ตำรวจชุดคลี่คลายคดีน้องชมพู่ นำโดย พ.ต.อ.ชัชชัย วงศ์สุนะ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยเเพทย์ที่ทำการชันสูตรศพน้องชมพู่คนเเรก คือ นายเเพทย์ศักดิ์สิทธิ์ บุญลักษณ์ หัวหน้ากลุ่มงานนิติเวช รพ.สรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี เดินทางขึ้นภูเหล็กไฟไปยังจุดพบศพ เพื่อวิเคราะห์สภาพพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่ได้นำอุปกรณ์ คือ ตลับเมตร เเละเครื่องมือวัดความลาดชันขึ้นไปด้วย

คลิกอ่านข่าว "น้องชมพู่" ทั้งหมดที่นี่ 

โดยเจ้าหน้าที่เดินออกจากบ้านน้องชมพู่ ไปทางด้านขวา ผ่านสวนยางพาราเเละไร่มันสำปะหลังของชาวบบ้าน ซึ่ง พ.ต.อ.ชัชชัย ระบุว่าเป็นเส้นทางที่สุนัขเคยดมกลิ่น คาดว่าน้องชมพู่น่าจะผ่านเส้นทางนี้ก่อน เพราะเป็นที่ราบ ประกอบกับช่วงที่น้องชมพู่หายไปนั้น สภาพพื้นที่ยังโล่งเตียน เเละไร่มันสำปะหลังก็ยังไม่มีใบ

เเต่เจ้าหน้าที่ไม่ขอเปิดเผยว่า จะขึ้นภูเหล็กไฟเส้นทางใด เเละไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนตามขึ้นไป โดยขอความร่วมมือให้เป็นข้อมูลประกอบสำนวนคดีเท่านั้น

โดยเมื่อวันที่ 3 ส.ค.63 ที่ผ่านมา ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้จำลองเดินตามเส้นทาง ที่พรานประจำหมู่บ้าน คือ นายคล้าย เงินนาม ได้วิเคราะห์ว่าน้องชมพู่อาจเดินเเล้วถูกอุ้มไปทิ้งบนภูเหล็กไฟ ก่อนจะเสียชีวิตยังจุดพบศพ โดยมีเจ้าหน้าที่อุทยานเเห่งชาติภูผายล คือ นายนภัสสร ตะวันคำ ร่วมเดินด้วย

ทีมข่าวพร้อมด้วยลุงคล้าย เเละเจ้าหน้าที่อุทยานเเห่งชาติภูผายล เดินจากบ้านน้องชมพู่ ไปทางด้านขวาของบ้าน (ทิศตะวันออก) ผ่านสวนยางพาราของชาวบ้าน ในช่วงนี้ยังเดินได้สะดวก เนื่องจากเป็นทางราบ เมื่อเดินผ่านไประยะ 100 เมตร จุดที่ลุงคล้ายวิเคราะห์ว่าเด็กเดินมาถึงจุดนี้ เเล้วถูกอุ้ม บริเวนโดยรอบเป็นไร่มันสำปะหลัง ทางเดินยังราบเรียบ

ถัดมาลุงคล้าย นำทีมข่าวเดินต่อ สภาพพื้นที่เป็นเนิน เเต่ไม่สูงชัน สามารถเดินได้สะดวก เมื่อเดินไปเรื่อย ๆ 600 เมตร ก็ถึงจุดพบรถเเบ็กโฮ ลุงคล้าย ระบุว่า เมื่อเด็กเดินมาถึงจุดนี้ สภาพเด็กคงอ่อนเเรง เดินต่อไม่ไหวเเล้ว ไม่สามารถขึ้นผาสูงชันได้ ดังนั้นเป็นไปได้หรือไม่ ที่คนร้ายจะวกกลับมานำเด็กขึ้นไป

จากนั้นลุงคล้ายนำทีมข่าวเดินขึ้นผา ความชัน 60 องศา เมื่อเดินขึ้นไปเรื่อย ๆ 540 เมตร ก็ถึงผาหินที่พบกางเกง เดินถัดจากผาหิน 30 เมตร ก็ถึงจุดพบศพ โดยลุงคล้ายระบุว่า วันที่ 13 พ.ค.63 คนร้ายอาจนำเด็กมาพักไว้ตรงผาหินที่พบกางเกง เมื่อทิ้งเสร็จก็หนีไป ส่วนเด็กก็คงตะเกียกตะกายหาทางลง เเล้วมาสิ้นใจตายตรงจุดพบศพ

ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้พูดคุยกับ นายคล้าย เงินนาม พรานประจำหมู่บ้าน เกี่ยวกับถ้ำน้ำลอด เปิดเผยว่า ถ้ำดังกล่าวชาวบ้านไม่ได้ใช้ประโยชน์จากถ้ำ เเต่ชาวบ้านในพื้นที่ส่วนใหญ่ก็เคยเห็น เพราะช่วงหน้าฝนน้ำเต็มลำธาร ชาวบ้านก็จะไปหาปูภูเขาตามลำธาร ก็จะเห็นถ้ำอยู่ตลอด อีกทั้งชาวบ้านที่ไปหาของป่า ก็จะเดินผ่านบริเวณดังกล่าว เเต่ไม่มีใครสนใจถ้ำ เพราะคิดว่าเป็นเพียงถ้ำธรรมดา

โดยในช่วงที่น้องชมพู่หาย บริเวณปากถ้ำยังพอมีน้ำขังอยู่ตามร่องหิน เเละน้ำก็ค่อนข้างใสสะอาด ตนเชื่อว่าหากคนร้ายพาน้องมาถึงบริเวณนี้ น้องก็สามารถดื่มน้ำประทังชีวิตได้

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ใช้เวลาในการตรวจพื้นที่ 3 ชั่วโมง ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่ามีการวัดหรือสำรวจอะไรบ้าง พ.ต.อ.ชัชชัย กล่าวว่า ขอให้รายละเอียดอยู่ในสำนวน

เมื่อถามว่าได้วัดความลาดชันของภูเขา หรือวัดความสูงของก้อนหินในพื้นที่หรือไม่ พ.ต.อ.ชัชชัย กล่าวว่า มีการวัดเพิ่มเติมปกติ เมื่อถามว่าจากการวิเคราะห์สภาพพื้นที่ร่วมกับเเพทย์ คิดว่าเด็กสามารถเดินขึ้นได้เองหรือไม่ พ.ต.อ.ชัชชัย กล่าวว่า ไม่ขอตอบ อยู่ในสำนวน

ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวีได้ถามอีกว่า จะมีการพักคดีหรือไม่ พ.ต.อ.ชัชชัย กล่าวว่า รายละเอียดต่าง ๆ อยู่ในสำนวนคดี ตนยังทำงานเต็มที่ ทำงานทุกมิติ เพื่อให้เกิดความกระจ่าง

ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้เดินทางขึ้นไปสำรวจถ้ำน้ำลอด โดยมีเจ้าหน้าที่อุทยานเเห่งชาติภูผายล คือ นายนภัสสร ตะวันคำ เป็นผู้นำทางให้ ถ้ำดังกล่าวอยู่กลางลำธาร ฝั่งทิศตะวันตกของภูเหล็กไฟ ห่างจากบ้านน้องชมพู่ 1,300 เมตร ทีมข่าววัดขนาดปากถ้ำ กว้าง 8 เมตร ลึก 5 เมตร ยาว 10 เมตร ซึ่งลำธารบริเวณปากถ้ำ พบว่ามีน้ำขังอยู่ตามร่องหิน เนื่องจากมีฝนตกต่อเนื่องมาหลายวัน

จากนั้นทีมข่าวได้ปีนลงไปสำรวจใต้ถ้ำ ซึ่งปีนลงค่อนข้างยากลำบาก เพราะทางลงคับเเคบ 70 เซนติเมตร สูงชัน 5 เมตร ก้อนหินลื่นเนื่องจากฝนตกต่อเนื่องมาหลายวัน เมื่อลงมาถึงด้านล่าง พบว่าปล่องถ้ำสามารถใช้พักอาศัยได้
ทีมข่าวใช้ตลับเมตรวัดขนาดถ้ำ ความสูง 1 เมตร ความกว้าง 2 เมตร ความยาว 15 เมตร หลังจากนั้นจะไม่สามารถคลานต่อได้ เพราะปล่องถ้ำเริ่มเเคบลง เหลือเพียง 50 เซนติเมตร

ส่วนสภาพพื้นที่มีก้อนหินหลายขนาด เเต่ละก้อนมีความเปียกชื้น เเละพบน้ำขังอยู่ตามพื้นถ้ำ ชื้นเเฉะเป็นอย่างมาก นอกจากนี้หินภายในถ้ำบางจุดยังมีน้ำหยดลงมา เเละภายในถ้ำได้ยินเสียงสัตว์จำพวกค้างคาว เขียด เเละพบซากปูภูเขา ซึ่งในช่วงฤดูฝน น้ำจากลำธารจำนวนมาก จะไหลลงสู่ถ้ำ ระยะความยาวรวมของถ้ำไปจนถึงปล่องอีกด้านที่น้ำไหลออก ไม่ต่ำกว่า 40-50 เมตร

ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้พูดคุยกับ นายนภัสสร ตะวันคำ เจ้าหน้าที่อุทยานเเห่งชาติภูผายล ถึงสภาพพื้นที่ลำธาร เเละถ้ำน้ำลอด กล่าวว่า ลำธารบริเวณปากถ้ำด้านบน ช่วงนี้จะเห็นมีน้ำขังอยู่บ้าง เพราะฝนตกหนักต่อเนื่องมาหลายวัน เเต่ถ้าหากเป็นช่วงหน้าเเล้ง หรือช่วงที่น้องชมพู่หายไป จะไม่มีน้ำเลย พื้นลำธารจะเเห้ง

ส่วนด้านล่างถ้ำที่ทีมข่าวลงไปสำรวจ จะมีความชื้นตลอดทั้งปี เเละมีน้ำหยดจากหินตลอดทั้งปีเช่นกัน เเม้เเต่หน้าเเล้งก็มีน้ำ ซึ่งน้ำนั้นสามารถใช้ดื่มประทังชีวิตได้ เเต่ต้องหาอุปกรณ์ เช่น ใบไม้ หรือขวดน้ำมารอง เเต่จะใช้เวลานาน เพราะน้ำหยดลงทีละน้อย

เมื่อถามว่าหากคนร้ายนำเด็กมาปล่อยไว้ เด็กจะสามารถลงไปกินในถ้ำได้หรือไม่ เจ้าหน้าที่ กล่าวว่า ล้านเปอร์เซ็นต์ เด็กไม่สามารถขึ้นหรือลงเองได้ เพราะทางลงมีความชันมาก ลึกถึง 5 เมตร ดังนั้นทางเดียวที่เด็กจะกินน้ำในถ้ำได้ ต้องมีคนพาลงเท่านั้น

ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้พูดคุยกับ นายคล้าย เงินนาม พรานประจำหมู่บ้านกกกอก ถึงกรณีการเสียชีวิตของน้องชมพู่ ว่าในฐานนะเป็นพรานชำนาญเส้นทาง มีทางที่เด็กสามารถเดินขึ้นได้หรือไม่

นายคล้าย ยังกล่าวถึงความเชื่อเรื่องสิ่งลี้ลับ ผู้เฒ่าผู้เเก่เคยเล่าต่อ ๆ กันมา ว่าบนภูเหล็กไฟมีถ้ำศักดิ์สิทธิ์ เชื่อว่า "ถ้ำปุ่งเเก้วสวรรค์" เเต่ไม่มีใครทราบว่าถ้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้เฒ่าผู้เเก่เล่าขานกันมานั้นอยู่จุดไหนของภูเหล็กไฟ เเต่ส่วนตัวเชื่อว่าคงเป็นถ้ำน้ำลอด

นอกจากนี้นายคล้าย ยังเล่าถึงความฝัน ว่าช่วงเดือน พ.ค.63 หลังจากที่เผาศพน้องชมพู่ไปเเล้ว ตนฝันเเปลก ๆ ซึ่งในความฝันตนขึ้นไปที่ลำธารบริเวณถ้ำน้ำลอด ตอนนั้นน้ำเต็มลำธาร ไหลลงถ้ำอย่างเเรง ตนได้ลงไปด้านล่างถ้ำ เเล้วพบกับของบางอย่าง ตนมองไม่ชัดว่าเป็นเสื้อหรือรองเท้า ตอนนั้นตั้งใจจะเก็บไปให้ตำรวจ เพราะเป็นช่วงที่กำลังหาเสื้อน้องชมพู่ เเต่ทันใดนั้นก็มีผู้ชายคล้ายวัยรุ่น ส่วนสูงประมาณ 167-168 เซนติเมตร ปรากฏกายขึ้น ห้ามไม่ให้ตนหยิบของ

โดยพูดกับตนว่า "ไม่ต้องเอาไป ของกู ไม่ใช่ของมึง" เเต่ตนไม่ยอม จะเอาไปเเจ้งเจ้าหน้าที่ให้ได้ จากนั้นเกิดการยื้อเเย่งเเละชกต่อยกัน เเต่ตนไม่สามารถสู้ได้ ชายในความฝันก็พูดอีกว่า "ลุงอย่าทำเลย เพราะไม่ใช่ของลุง ถ้าลุงจะสู้ผม ลุงสู้ไม่ไหวหรอก ไม่ใช่เรื่องของลุง กลับบ้านไปซะ" จากนั้นตนก็เดินลงจากภูเขา เเล้วก็สะดุ้งตื่น เเล้วรู้สึกปวดมือ เหมือนกับว่าได้ชกหน้าใครจริง ๆ หลังจากสะดุ้งตื่น ตนมีลางสังหรณ์เเล้วว่าคงจะหนีเรื่องคดีน้องชมพู่ไม่พ้น จนกระทั่งรุ่งเช้าตำรวจเดินทางมาหาที่บ้าน เพื่อสอบปากคำ เเละขอความคิดเห็นเรื่องสภาพพื้นที่ ตนก็ได้ให้การไปตามที่บอกกับอมรินทร์ทีวี

นางสมพร หลาบโพธิ์ ป้าของชมพู่ กล่าวว่า ตนไม่เคยไป ไม่เคยรู้จัก แต่เมื่อทีมข่าวเอาภาพจากคลิปข่าวให้ดู ป้าแต๋น อุทานออกมาทันทีเพราะรู้สึกตกใจ ตนไม่เคยขึ้นไป แต่ตนเคยฝันเห็น ลักษณะความฝัน คือ มีชาย 2 คนใส่เสื้อลายสก็อต นั่งอยู่บนหินของร่องเขาดังกล่าว และนั่งมองจ้องไปที่เหว ไม่รู้เหมือนกันนั่งทำอะไร ไม่เห็นหน้าตา

จากนั้นไม่นานก็มีภาพปรากฏอีกมุมหนึ่ง ตนก็เห็นมือคนที่ใส่ถุงมือสีขาว เหมือนถุงมือแพทย์ โดยเหมือนมือกำลังทำอะไรอยู่ตรงพื้นที่มีลักษณะเป็นหลุม จากนั้นก็มีเสียงพูดว่า “เป็นถุงมือเจ้าหน้าที่ เจอเสื้อแล้ว เอาเสื้อไปแล้ว” ในความฝันก็ไม่ได้เห็นหน้าคนที่ใส่ถุงมือ ไม่เห็นเสื้อ ความฝันนั้นก็จบไป แต่ร่องนี้ตนคิดเหมือนในความฝันมาก เหมือนจนตนไม่คิดว่าจะมีอยู่จริง ซึ่งก็เป็นเรื่องที่แปลก

อย่างไรก็ตาม ภาพหน้าคนที่ปรากฎในร่อง ตนคิดว่าแล้วแต่มุมมองคน ภาพที่ออกมายอมรับว่าเหมือนหน้าคน แต่คงเป็นมุมกล้องมากกว่า

นายไชย์พล วิภา ลุงของชมพู่ กล่าวว่า กรณีนี้ตนไม่เคยเห็นสถานที่แห่งนี้ โดยทีมข่าวนำคลิปข่าวให้ลุงพลดู ระบุว่าที่ผ่านมาไม่เคยเห็น แต่รู้ว่าละแวกนั้นมีสวนมีไร่ของชาวบ้าน ตนเคยไปมานานแล้ว ก็ไม่เคยเห็น ช่วงนี้เท่าที่ทราบไม่ได้ทำสวนทำไร่แถวนั้นแล้ว ตนเคยขึ้นไปทำฝายชะลอน้ำ ตนขึ้นไปแถว ๆ โรงเรียนกกกอก ก็ไม่เคยรู้ ส่วนตัวไม่รู้ชาวบ้านตามหาน้องชมพู่ไปถึงจุดนั้นไหม เท่าที่คาดการณ์คิดว่าน่าจะหาถึงจุดที่เจอถ้ำน้ำลอด เพราะคนออกตามหาจำนวนมาก

ส่วนที่ว่าคนร้ายอาจจะพาชมพู่ไปทิ้งไว้จุดนั้นก่อน เพราะมีแหล่งน้ำ เท่าที่ตนทราบ ภูเหล็กไฟมันร้อน มันแล้ง มันไม่น่ามีแหล่งน้ำอะไร มีแต่อ่างกบ ซึ่งก็ไม่ทราบว่ามีน้ำไหม ซึ่งอ่างกบอยู่ฝั่งตะวันตก เท่าที่ตนคิดถึงแม้จุดนี้จะเป็นถ้ำน้ำลอด แต่ก็ไม่น่าจะมีน้ำ ส่วนตัวขึ้นเขาจริงในวันที่ 12 พ.ค.63 เท่าที่เดินก็ไม่ผ่านที่จุดนั้น

เรื่องภาพหินเหมือนหน้าคน ตนคิดว่าน่าจะเป็นแสงตกกระทบมากกว่า แต่หากมองอีกมุมก็เหมือนใบหน้าคน ตนไม่คิดเป็นเรื่องวิญญาณอะไร

กรณีภาพข่าวปรากฏเป็นลักษณะคล้ายใบหน้าคนนั้น ทีมข่าวได้ตั้งกล้องถ่ายหลายมุม พบว่าเป็นเพียงก้อนหินที่มีรู เเละมีส่วนโค้งส่วนเว้า ที่เมื่อถ่ายภาพออกมาเเล้ว มีความบังเอิญคล้ายกับใบหน้าคนเท่านั้น 

ทีมข่าวลงพื้นที่บ้านกกกอกไปพูดคุย นางอุ่น อวนวัง ชาวบ้านกกกอก เปิดเผยว่า ตนได้ดูรูปแล้วก็ไม่รู้ว่าหินนั้นเหมือนอะไร จะว่าเหมือนหน้าคนก็เหมือน แต่ตนคิดว่าไม่ใช่วิญญาณของน้องชมพู่ ซึ่งเขาภูเหล็กไฟก็ไม่ได้มีตำนานลี้ลับ เพียงแต่หินจากภูเหล็กไฟจะสามารถจุดไฟได้ง่าย อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าเป็นไปได้ที่รูปหินนั้นจะเป็นเจ้าที่เจ้าทางมาปรากฏตัวให้เห็น

นายแพทย์สิทธา ลิขิตนุกูล เจ้าของเพจคุณหมอสตอรี่ มองว่า ประเด็นความสูง 5 เมตรของร่องน้ำที่คาดว่า คนร้าย อาจจะนำน้องชมพู่มาทิ้งเอาไว้ หากเด็กตกลงไป ซึ่งสงสัยว่าอาจจะทำให้เสียชีวิตได้หรือไม่ จากการดูสภาพพื้นที่บริเวณนั้น เปรียบเทียบกับบาดแผลที่พบจากศพ ตรงรอยช้ำที่ก้น และแขน รวมทั้งรอยขีดข่วนที่ขา ยังไม่สัมพันธ์กันกับกรณีที่ตกจากที่สูง 5 เมตร ยังไม่ตอบโจทย์

หากตกลงมาแล้วเสียชีวิต สภาพบาดแผลจะต้องช้ำ และบาดเจ็บมากกว่านี้ โดยเฉพาะถ้ามีเลือดคั่งในสมอง เป็นเหตุให้เสียชีวิต แต่ผลการชันสูตรก็พบว่าบริเวณสมองยังปกติดี

ถ้าหากเด็ก 3 ขวบ ตกลงไปความลึก 5 เมตร ซึ่งเทียบได้ประมาณตึกสูง 2 ชั้น ร่างกายเด็ก 3 ขวบ ยังเป็นเด็กเล็กอยู่ อวัยวะต่าง ๆ ยังไม่แข็งแรง ความเห็นส่วนตัวคิดว่า ไม่น่าจะรอด น่าจะเสียชีวิต ส่วนพฤติกรรมเด็ก 3 ขวบ ถูกทิ้งในป่าที่คาดว่า คนร้ายนำน้องมาทิ้ง บริเวณถ้ำ ถ้าหิวน้ำ และพบแอ่งน้ำ ถ้าเด็กเรียนรู้ได้ดี เรียนรู้มาจากพ่อแม่ อาจใช้มือวักน้ำขึ้นมาดื่ม แต่เป็นไปไม่ได้ ที่เด็กจะเอาหน้าจุ่มลงไปดื่มในแอ่งน้ำ

ดูข่าวต้นฉบับ