ตั้งแต่ “ม.ค.2563” บัตรเดบิต/ATM แถบแม่เหล็ก “ใช้ไม่ได้อีกต่อไป”

PPTV HD 36 อัพเดต 17 ก.ย 2562 เวลา 10.12 น. • เผยแพร่ 17 ก.ย 2562 เวลา 09.48 น.
ตั้งแต่ “ม.ค.2563” บัตรเดบิต/ATM แถบแม่เหล็ก  “ใช้ไม่ได้อีกต่อไป”
ธนาคารแห่งประเทศไทย บังคับเปลี่ยนบัตรเดบิต/เอทีเอ็ม จากบัตรแถบแม่เหล็กให้เป็น "บัตรชิปการ์ด" ทั้งหมด ภายใน 15 ม.ค.63

นางสาวสิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายระบบการชำระเงินและเทคโนโลยีทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี 2559 ธปท. สมาคมธนาคารไทย และสถาบันการเงิน ได้ร่วมกันผลักดันการปรับเปลี่ยนบัตรเดบิตและบัตรเอทีเอ็มจากรูปแบบบัตรแถบแม่เหล็ก (magnetic card) ให้เป็นบัตรชิปการ์ด (chip card) ที่เป็นมาตรฐานมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยในการใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ป้องกันการปลอมแปลงบัตร (counterfeit card fraud) และการโจรกรรมข้อมูล (skimming) นำไปทำบัตรปลอม และใช้ทำธุรกรรมทางการเงินผ่านเครื่องเอทีเอ็ม

{related-program-line-60177}    

ข่าวที่เกี่ยวข้อง >> จ่ายเท่าไร? เปลี่ยนเอทีเอ็มชิปการ์ด

และหลังจากวันที่ 15 มกราคม 2563 บัตรแถบแม่เหล็กจะไม่สามารถใช้งานได้ที่เครื่องเอทีเอ็มหรือเครื่องรูดบัตรที่ร้านค้า ประชาชนที่ยังใช้บัตรแถบแม่เหล็กต้องไปเปลี่ยนเป็นบัตรแบบชิปการ์ดทั้งหมด โดยให้รีบติดต่อธนาคารที่ใช้บริการได้ทุกสาขาเพื่อเปลี่ยนบัตรแถบแม่เหล็กเป็นบัตรชิปการ์ดให้แล้วเสร็จ โดยแสดงบัตรประจำตัวประชาชน บัตรเดบิตหรือบัตรเอทีเอ็มใบเดิม และสมุดบัญชีเงินฝาก โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนบัตร

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันพบว่า มีผู้เปลี่ยนบัตรเป็นชิปการ์ดไปแล้วประมาณ  47 ล้านใบ และยังคงมีบัตรแถบแม่เหล็กคงเหลือที่ยังไม่ได้เปลี่ยนอีกประมาณ 20 ล้านใบทั่วประเทศ

ทั้งนี้ หลังจากวันที่ 15 มกราคม 2563 สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้เปลี่ยนบัตรแถบแม่เหล็กเป็นบัตรชิปการ์ด หากมีความต้องการใช้เงินสดหรือโอนเงิน สามารถเบิกถอนได้ที่สาขาธนาคาร หรือใช้ฟังก์ชั่นกดเงินไม่ใช้บัตรที่ตู้เอทีเอ็ม หรือโอนเงินผ่าน mobile banking / internet banking แทนการใช้บัตร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง >> เริ่มใช้บัตรเอทีเอ็มแบบชิปการ์ด 16 พ.ค.นี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง >> ปรับตู้เอทีเอ็มรองรับชิปการ์ด 16 พ.ค.นี้        

ดูข่าวต้นฉบับ