"ตรีรัตน์" ลมใต้ปีก "สุดารัตน์" ดัน "เพื่อไทยพลัส" บี้ "อนาคตใหม่"

Prachachat อัพเดต 15 ก.ย 2562 เวลา 09.06 น. • เผยแพร่ 15 ก.ย 2562 เวลา 11.30 น.
08-1‘ตรีรัตน์’ 44

เขาเคยเป็นทั้งนักร้อง นักแต่งเพลง นักดนตรี อยู่เบื้องหลังทำคอนเสิร์ตให้กับศิลปินมากมาย ในวัยเด็กครอบครัวของเขาเคยถูกฟ้องล้มละลาย แต่วันนี้เขาอายุไม่ถึง 30 มีเงินระดับเศรษฐี ประสบความสำเร็จกับธุรกิจกระดาษ จัดเป็นประเภท “อายุน้อยร้อยล้าน”

แต่อีกขาหนึ่ง เขามาทำงานการเมืองในพรรคเพื่อไทย เป็นโฆษกคณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรคที่มี คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นประธาน เขายังเป็น“เลขาธิการเพื่อไทยพลัส” คนคนนี้ชื่อ“ตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส” แม้การเลือกตั้ง 24 มี.ค. 2562 สนามเลือกตั้งสนามแรก จะไม่ได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กลายเป็นผู้แพ้ มีตัวย่อ ส.ต. (สอบตก) ทั้งที่ได้เสียงโหวตจากประชาชน 24,000 คะแนน

ทว่าเส้นทางการเมืองในพรรคเพื่อไทยกลับ “สวนทาง” เพราะถือเป็น “ดาวรุ่ง” ที่ต้องจับตามอง เนื่องจากมี “คุณหญิงสุดารัตน์” เป็น “แบ็กอัพ”2 ตำแหน่งสำคัญในพรรค จึงไม่ได้มาเพราะโชคช่วย“ประชาชาติธุรกิจ” สนทนากับ “ตรีรัตน์” ถึงเบื้องหน้า-เบื้องหลัง ที่มา-ที่ไปในเส้นทางการเมือง และอีเวนต์ที่กำลังจะเกิดขึ้นของ “เพื่อไทยพลัส”

เตรียมคิกออฟ e-Sport

“ตรีรัตน์” เริ่มเล่าถึงโปรเจ็กต์ใหม่ของกลุ่ม “เพื่อไทยพลัส” ว่า กิจกรรมที่กลุ่มเพื่อไทยพลัสระดมสมองกันขึ้นมา จะเปิดตัวเร็ว ๆ นี้ คือ “ด้านกีฬา” เจาะ e-Sport ทั่วประเทศไทย สนับสนุนแนวทางที่เป็นคุณต่อตัวผู้เล่นเล่นอย่างไรให้ฝึกการเป็นนัก cast เกม เป็นผู้สร้างเกมในอนาคต การที่มาทำอีสปอร์ตไม่ใช่แค่เอาใจฐานเด็กรุ่นใหม่

แต่เป็นการทำนโยบายต่อเนื่อง ทั้งตอนที่เป็นฝ่ายค้าน และหากเป็นรัฐบาลในวันข้างหน้า จะนำนโยบายเหล่านี้มา สนับสนุนให้เด็กรุ่นใหม่มีอาชีพใหม่ ๆและยังมีเรื่องศิลปวัฒนธรรม จะจัดพื้นที่ให้เด็กรุ่นใหม่ได้แสดงดนตรี นำผลงานศิลปะที่เปิดกว้างในมุมมองประชาธิปไตยมาแสดงออกมากกว่านี้ เพื่อเปิดพื้นที่ทางความคิด-จินตนาการผ่านงาน fair ซึ่งพรรคการเมืองน้อยมากที่มาสนับสนุนงานด้านศิลปวัฒนธรรม

ปลดล็อก-เปิดพื้นที่คนรุ่นใหม่

“ผมเคยอยู่วงการเพลง เคยเป็นโปรดิวเซอร์ นักแต่งเพลง เป็นอดีตศิลปินมาก่อน เคยวิ่งหานายทุน หาค่ายเพลงใหญ่ ๆ ฝั่งอโศก และลาดพร้าว แต่เราไม่เคยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ ต้องหาเงินซ้อมดนตรี หาเงินเพื่อไปโชว์ในงานต่าง ๆ เอง ไม่มีที่ให้เล่น ไม่มีการสนับสนุน จะดีแค่ไหนหากนักดนตรีขึ้นมาร้องให้ผู้ฟังสาธารณะ มีงานแฟร์เจ๋ง ๆ ให้ปล่อยของได้ เพราะนักดนตรีเป็นผู้สร้างสรรค์ศิลปะ ไม่ได้เอาตัวเงินเป็นที่ตั้ง แต่ต้องการโชว์ผลงานมากกว่า แล้วเงินค่อยตามมา”

“ที่เดียวของศิลปินหน้าใหม่คือผับจึงต้องเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่สนใจเรื่องนี้ ที่อยากจะปลดปล่อย สร้างเมืองไทยเป็นผู้นำด้านดนตรี ภาพยนตร์ การแสดง เด็กไทยเก่งเยอะ เรียนหนังสือเก่งมากแต่ทำไมอาชีพการงานถึงตันแค่นี้ ถึงเวลาปลดล็อก เพื่อไทยพลัสจะเป็นสะพานเชื่อมให้กับเด็กรุ่นใหม่ เพื่อปลดล็อกความคิดเหล่านี้”

ดึงกูรูอบรมอาชีพยุคใหม่

“ส่วนเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง ภาครัฐบอกเสมอว่า สนับสนุนเศรษฐกิจ 4.0 แต่ภาครัฐไม่เคยบอกเลยว่า ถึงจุดที่ทำธุรกิจสำเร็จได้ จะเป็นพี่เลี้ยง ด้านแหล่งเงินทุน ช่องทางการขาย วันนี้คำตอบไม่มี เด็กต้องดิ้นรนหาช่องทางเอง นี่คือสิ่งที่ขาด ทั้งที่รัฐบาลสามารถจัดคอร์สอบรมเถ้าแก่ใหม่ อบรมแม่ค้าออนไลน์ อบรม local tourist อบรมทักษะการเต้น cover ทักษะการเป็น youtuber สามารถเอาคนเก่ง ๆ เอาผู้ที่เชี่ยวชาญด้านการตลาดสุด ๆ หรือเอาดารานักแสดงมาพูดให้ประชาชนฟัง ดีกว่าเอามาพูดในรายการคืนความสุขทุกวันศุกร์ ซึ่งเพื่อไทยจะเปิดอบรมคอร์สเหล่านี้ฟรี”

เพื่อไทยพลัสเป็นอาหารบุฟเฟต์

“ตรีรัตน์” เชื่อว่า “เพื่อไทยพลัส” แตกต่างจากนิวเด็มของประชาธิปัตย์-กลุ่มคนรุ่นใหม่ของอนาคตใหม่ เพราะนิวเด็ม และอนาคตใหม่ออกแบบนโยบายมาแล้ว มาพร้อมกับแพ็กเกจ 1 2 3 4 แต่ของเพื่อไทยพลัส ให้ประชาชนมาออกแบบโปรโมชั่นร่วมกัน ใต้คอนเซ็ปต์ “ประชาชนคิด เพื่อไทยทำ” ถ้าเปรียบเทียบอาหาร นิวเด็ม หรือ อนาคตใหม่ เป็นอาหารที่อยู่ในเมนูสำเร็จรูป แต่เพื่อไทยพลัสเป็นบุฟเฟต์ มีหลายแบบ เอาผักสลัด มาผสมกับข้าวแกง เป็นรสชาติที่คุณชอบ นี่คือตัวเพื่อไทยพลัส

“แน่นอน…อาหารบุฟเฟต์ของเพื่อไทย น่ากินกว่าอยู่แล้ว เราเลือกที่เราอยากกิน รู้ว่ากินตรงนี้กี่คำ ต้องการกินมากเท่าไหร่ เราอยากเป็นตัวเลือกตัวนั้นที่สามารถตอบโจทย์ประชาชนได้อย่างแท้จริง”

สุดารัตน์-ผู้ให้โอกาส

“ตรีรัตน์” ย้อนเล่าที่มา ที่ทำให้รู้จัก “คุณหญิงสุดารัตน์” ว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อปี 2558 ขณะนั่งไหว้พระปฏิบัติธรรมอยู่ที่วัดสระเกศ

“ผมไม่ได้มาจากครอบครัวการเมือง แต่ทุก ๆ ครั้งที่ไปต่างประเทศเกิดคำถามในใจเสมอว่า ทำไมบ้านเราไม่เป็นแบบนี้บ้าง เดิน ๆ ไปมีห้องน้ำสาธารณะ ไม่มีที่จอดรถของคนพิการ ซึ่งพี่ชายผมพิการ จะเอาวีลแชร์พาพี่ไปที่ไหนก็ไปไม่ได้ ขึ้นเครื่องบินยังขึ้นไม่ได้ รถเมล์ก็เก่ากึ๊ก”

“ผมได้มีโอกาสพบคุณหญิงสุดารัตน์ที่วัดสระเกศ เก้าอี้ข้าง ๆ ผมว่าง แล้วคุณหญิงเข้ามานั่งข้าง ๆ คิดในใจว่าจะคุยกับคุณหญิงทันทีที่พระหยุดสวด ระบายในสิ่งที่อัดอั้น”

“วันนั้น คุณหญิงคงงงว่า ไอ้เด็กนี่มันอะไร…แต่ในความงง อาจติดใจในตัวเรา เลยให้โอกาสมาทำงาน จนวันหนึ่งที่คุณหญิงเริ่มมีบทบาทในพรรคมากขึ้น จึงให้ผมพูดให้ฟังว่าจะเอาอย่างไร”

“ตรีรัตน์” ยกให้ “คุณหญิงสุดารัตน์” คือผู้ให้โอกาสทางการเมืองคนแรก…”แต่ผมไม่เคยเกาะเพื่อเอาตำแหน่ง!”

“ผมไม่เคยมองว่า คนนี้คุณหญิงสุดารัตน์ จะได้เป็นประธานยุทธศาสตร์เพื่อไทยในอนาคตแน่นอน เพราะปี 2558 ผมอายุ 25-26 เจอกันในวัด ผมไม่รู้หรอกว่าคุณหญิงจะเป็นแคนดิเดตนายกฯ แต่คุยด้วยอุดมการณ์ที่ตรงกัน มันเหมือนกับจูนกันติด ผมได้รับโอกาสตรงนั้น ยังจำได้ดีเสมอ”

สถานะเป็นเด็กในสังกัดเจ๊หน่อย

“เรื่องเป็นเด็กในสังกัดคุณหญิงผมเถียงไม่ได้ เพราะเขาเป็นคนให้โอกาสผม ไม่รู้ว่าเด็กในสังกัดคืออะไร แต่เชื่อว่าทุกคนมีที่มาทางการเมืองหมด ที่มาทางการเมืองของผมคือการได้รับโอกาสจากคุณหญิงสุดารัตน์ แต่อย่าเอาที่มาของเขามาจำกัดศักยภาพ ถ้าคนที่ให้โอกาสไม่เห็นศักยภาพในตัวเรา เขาคงไม่เอามาอยู่ตรงนี้แน่นอน ผมต้องการว่าคนคนนี้มาเสริมเขี้ยวเล็บให้กับพรรคเพื่อไทยมากกว่า”

เล่นการเมืองขาดทุน…แต่คุ้ม

การโตเร็วเป็นเลขาฯเพื่อไทยพลัส เป็นโฆษกคณะกรรมการยุทธศาสตร์ คิดว่าเป็นเพราะศักยภาพตัวเรา หรือเป็นเพราะคุณหญิงสุดารัตน์ ? “ตรีรัตน์” ตอบว่า หลังจากผมสอบตก ผมเข้าไปที่พรรค ผมเสียใจมาก พูดทั้งน้ำตา แม้สอบตกจะมีงานอะไรให้ทำได้บ้าง

“ผมไม่อยากตก (สอบตก) แล้วตกเลยกลับไปทำธุรกิจ พอถึงเลือกตั้งใหม่ค่อยกลับมา เราอยากทำงานไปเรื่อย ๆ การทำงานของผมไม่เคยได้รับเงินสักบาท มีแต่เสียเงิน อย่าคิดว่ามีตำแหน่งแล้ว มีเงินเดือน…ไม่ใช่ เราอยากทำงานให้ประชาชนภายใต้บ้านพรรคเพื่อไทย”

คุ้มไหมกับการเล่นการเมืองที่มีแต่เสียไป ? เขายอมรับว่า ไม่คุ้มด้านการเงิน แต่คุ้มกับความรู้สึกทางใจ

“การเมืองไม่ใช่การลงทุน มันไม่คุ้มด้านการเงินหรอก แต่ถามว่าอิ่มใจไหม…มีความสุขเวลาชาวบ้านเข้ามากอดเรา ที่เราเป็นกระบอกเสียงให้เขา ดังนั้น ความสุขทางใจโคตรคุ้ม แต่การลงทุนมีแต่ขาดทุน ขาดทุน และขาดทุนอย่างเดียว”

ดูข่าวต้นฉบับ