ดอกเบี้ยต่ำ : นโยบายผลัก”ชนชนชั้นกลาง”อุ้มคนรวย

Businesstoday เผยแพร่ 09 พ.ย. 2562 เวลา 01.08 น. • Businesstoday
ดอกเบี้ยต่ำ : นโยบายผลัก”ชนชนชั้นกลาง”อุ้มคนรวย

เมื่อวันพุธที่เพิ่งผ่านมาคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง)แบงก์ชาติมีมติ5ต่อ 2ให้ลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จาก 1.5% เหลือ 1.25%เท่ากับส่งสัญญาณอย่างเป็นทางการของแบงก์ชาติที่ยกมือยอมรับว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้มีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่คาดอัน เนื่องมาจากการยอดส่งออกที่ลดลงอย่างต่อเนื่องประเภทไปไม่กลับ หลับไม่ตื่น ฟื้นไม่มี ทำให้ไปกระทบกับการจ้างงานรวมการบริโภคในประเทศดำดิ่งลงเรื่อยๆ

เฮือกสุดท้ายต้องลดดอกเบี้ยช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ  

น่าสังเกตเที่ยวนี้ กนง. เสียงแตก5 เสียง เห็นว่าเศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้และต่ำกว่าศักยภาพมากมีแนวโน้มที่เศรษฐกิจจะต่ำกว่าที่คาด เห็นว่านโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้นจะช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจขยายตัว ส่วนคณะกรรมการ 2 เสียง เห็นว่าปัจจุบันที่นโยบายการเงินอยู่ในระดับผ่อนคลายอยู่แล้ว การลดดอกเบี้ยอาจไม่ช่วยสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจเพิ่มได้มากนัก 

แต่ไฮไลท์ คือ การลดดอกเบี้ยในครั้งนี้จะทำให้ดอกเบี้ยนโยบายลดลงไปสู่ 1.25% ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดในประวัติศาสตร์ในรอบ10ปีหลังจากที่เคยเกิดขึ้นตอนวิกฤติเศรษฐกิจแฮมเบอร์เกอร์ในปี 2008 การที่กนง.ลดดอกเบี้ยต่ำเตี้ยเรี่ยดินแบบสุดๆครั้งนี้ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินทั้งระบบจะต่ำลงทันที

ขณะเดียวกันความคาดหวังของกนง.ในระยะสั้นๆค่าเงินบาทอ่อนลงอาจทำให้การส่งออกของไทยที่ดีขึ้นแต่ก็แค่เป็นความหวังเท่านั้นยังมีอีกหลายปัจจัยที่ทำให้ค่าเงินบาทอ่อนหรือบาทยังคงแข็ง ยิ่งถ้าดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยยังเกินดุลอยู่อย่างนี้ค่าเงินบาทก็มีแนวโน้มที่จะกลับมาแข็งได้ตลอดเวลา 

ฉะนั้นเหตุผลลึกๆการลดดอกเบี้ยครั้งนี้ก็เพื่อแก้ปัญหาการส่งออกที่ได้รับผลกระทบจาก”บาทแข็ง” หลังจากที่ผู้ส่งออกร้องโอดครวญว่าค่าเงินบาทแข็งทำให้ต้นทุนสู้คู่แข่งในตลาดโลกไม่ได้ 

อย่างที่รู้กันว่าการลดดอกเบี้ยมีทั้งคนได้คนเสียคนที่ได้ประโยชน์คือผู้ส่งออก ภาคธุรกิจที่ต้องกู้เงินลงทุน ผู้ที่ต้องการกู้เงินธนาคาร ขอสินเชื่อซื้อบ้าน คนที่มีหนี้ที่ต้องชำระซึ่งต้นทุนการเงินถูกลง ตรงกันข้ามทุกครั้งที่แบงก์ชาติลดดอกเบี้ยนโยบายคนที่เจ็บปวดคือคนฝากเงิน หวังได้ผลตอบแทนจากดอกเบี้ยเพื่อดำเนินชีวิตต่อไป

ดังนั้นการลดดอกเบี้ยทุกครั้งจึงโหดร้ายและเอาเปรียบมนุษย์เงินเดือน คนชั้นกลางที่ทำงานกินเงินเดือน อาศัยมีเงินส่วนหนึ่งฝากไว้สำหรับอนาคตข้างหน้า เฉพาะอย่างยิ่งคนเกษียณจากการทำงานได้เงินมาก้อนหนึ่งหวังอาศัยเงินฝากเล็กๆน้อยไว้ดำรงชีวิตในบั้นปลาย

แต่เมื่อมีนโยบายดอกเบี้ยต่ำทำให้คนกลุ่มนี้ต้องสูญเสียผลประโยชน์ คนเหล่านี้ ต้องมาอุ้มพวกคนรวย มาอุ้มคนทำธุรกิจ โดยเฉพาะพวกเอสเอ็มอี.ที่ไม่เคยปรับตัวไม่เคยพัฒนาเพื่อยืนบนขาตัวเอง

แต่ดูเหมือนแบงก์ชาติรวมถึงรัฐบาลจะมองภาพใหญ่เป็นห่วงคนทำธุรกิจ หากไม่ลดดอกเบี้ยอาจจะทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าจะกระทบการส่งออก กระทบกับการท่องเที่ยว  รวมถึงจะกระทบต้นทุนการทำธุรกิจ และคนมีหนี้ที่ต้องชำระ

ที่สำคัญเป็นห่วงว่าหากไม่ช่วยคนกลุ่มนี้ จีดีพี.จะไม่โตรัฐบาลก็จะเสียเครดิตแต่ลืมดูอีกฟากที่เป็น”มนุษย์เงินเดือน”ที่แทบไม่มีเงินออมสำหรับอนาคตเพราะดอกเบี้ยต่ำเตี้ยเรี่ยดินทุกวัน รัฐบาลอาจลืมไปว่าหากคนเหล่านี้ไม่มีรายได้จากดอกเบี้ยมาจับจ่ายใช้สอยจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างไร การบริโภคของคนกลุ่มนี้สำคัญไม่แพ้กัน 

แต่ที่น่าเจ็บปวดยิ่งกว่า ไม่ว่าบาทแข็งหรือบาทอ่อน ดอกเบี้ยจะสูงหรือจะต่ำคนที่ได้ประโยชน์เต็มๆกลายเป็นเสือนอนกินไม่ต้องเดือดร้อนนั่นคือธนาคาร เพราะกินกำไรจากส่วนต่างดอกเบี้ยฝากกับดอกเบี้ยปล่อยกู้ที่ห่างกันค่อนข้างมากทำให้ผลกำไรแต่ละปีเป็นพันล้านเป็นหมื่นล้าน เพราะแบงก์ชาติไปยึดปรัชญาคิดว่าแบงก์ล้มไม่ได้ ถ้าแบงก์ล้มประเทศพัง

จึงไม่แปลกใจทำไมแบงก์ชาติจึงอุ้มทุกคนทั้งนักธุรกิจ ทั้งแบงก์แต่ไม่อุ้มคนชั้นกลาง มนุษย์เงินเดือน คนเกษียณ

ดูข่าวต้นฉบับ