ญาติวีรชนพฤษภา 35 เตือน 4 สถาบันหลักชาติกำลังสั่นคลอน ไม่รู้จักหน้าที่ตัวเอง หวั่นซ้ำเติมขัดแย้ง

มติชนสุดสัปดาห์ อัพเดต 17 พ.ย. 2562 เวลา 06.52 น. • เผยแพร่ 17 พ.ย. 2562 เวลา 06.52 น.
IMG_5014

วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’35 และอดีตกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวถึงสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ว่า มีปรากฎการณ์ทางการเมืองหลายอย่างที่น่าเป็นห่วงและอาจจะส่งผลให้เกิดความขัดแย้งและความแตกแยกของคนในชาติได้ หากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ยึดหลักของการปกครองที่ต้องยึดผลประโยชน์ของสาธารณและประเทศชาติ ก็อาจส่งผลกระทบต่อสถาบันหลักของชาติ ทำให้สังคมเกิดวิกฤติอีกครั้งได้ จึงอยากเตือนสติในเรื่องสำคัญดังนี้

1.การหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) ซึ่งเป็น1ใน3เสาหลักของระบอบประชาธิปไตย แต่ส.ส.บางส่วนกลับใช้เวทีของสภาผู้แทนฯเป็นเครื่องมือเล่นงานฝ่ายตรงข้ามสนองวาระทางการเมืองของตัวเอง การพูดหรือแสดงออกต่างๆไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนแต่อย่างใด แต่ยังโชคดีที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ที่ยึดมั่นในหลักการเป็นกัปตันคอยกำกับให้ทุกฝ่ายเดินถูกทิศทาง จึงอยากเตือนผู้ทรงเกียรติทั้งหลายว่าอย่าทำให้ประชาชนเบื่อหน่ายต่อระบบรัฐสภาอีกเลย แล้วก็ไปเรียกร้องให้ทหารมาแก้ปัญหาอีก จึงอยากให้ทุกท่านได้ใช้เวทีรัฐสภาให้เป็นที่พึ่งพาของประชาชนและเป็นเวทีหาทางออกจากความขัดแย้งให้ได้

2.กรณีฝ่ายบริหารโดยฝ่ายเศรษฐกิจใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ”ชิม ช้อป ใช้”จากเฟส1เข้าเฟส3แล้วถือเป็นความล้มเหลวของการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เป็นการแจกเงินที่เลวร้ายกว่าประชานิยมยุคทักษิณ ควรยุติทันทีแล้วหันมาพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างนวัตกรรมใหม่ๆให้ก้าวหน้าทันโลก ที่น่ากระหนกคือกรณีเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเวียนหนังสือข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี พิจารณาการใช้เงินกองทุนประกันสังคมกู้ยืมเพื่อการลงทุนหรือการกู้ยืมเพื่อรายจ่ายจำเป็นอื่นๆได้ ขอเตือนว่าอย่าแม้แต่คิดเพราะจะเกิดความเสียหายร้ายแรงกว่าที่คิด และขอให้ยึด“ศาสตร์พระราชา”อย่าแท้จริงอย่าปากพูดอย่างแต่ทำตรงข้าม

3.กรณีตุลาการศาลปกครองสูงสุดแถลงกลับคำตัดสินใหม่ให้บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งเข้าร่วมประมูลโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกมูลค่า2.7แสนล้านบาทได้ โดยอ้างเรื่องกระบวนการตรวจรับเอกสารไม่ชัดเจน ทั้งที่เคยมีแนวคำวินิจฉัยศาลปกครองสูงสุดกรณีเอกชนยื่นประมูลไม่ทันเวลา ถึง5กรณี ซึ่งศาลฯวินิจฉัยให้เอกชนแพ้ทั้งหมดบางกรณีประมูลช้าเพียง39 วินาทีก็ยังไม่ได้ เทียบคดีประมูลสนามบินอู่ตะเภามาสาย9นาทีแต่กลับทำได้ แล้วมาตรฐานระบบการจัดซื้อจัดจ้างอยู่ตรงไหน จึงหวังว่าการพิจารณาในคดีต่างๆโดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวกับทางการเมืองจะต้องมีบรรทัดฐานชัดเจน และเมื่อวินิจฉัยออกมาแล้วต้องทำให้ทุกฝ่ายยอมรับได้ ไม่ใช้มวลชนกดดันศาลเหมือนในอดีตอีก เพราะตุลาการเป็นพึ่งสุดท้ายหากพึ่งพาไม่ได้ ปัญหาจะไม่มีข้อยุติ และจะพังกันทั้งหมด

4.ความขัดแย้งของสังคมไทยในช่วงที่ผ่านมา”กองทัพ”ถูกดึงเข้ามาพัวพันด้วยจนบัดนี้ยังถอนตัวออกจากความขัดแย้งไม่ได้ เพราะไม่ได้ทำตามสัญญาประชาคมที่จะสร้างความปรองดองคนในชาติ ผบ.ทบ.คนปัจจุบันในฐานะที่เป็นทหารของพระราชา ต้องไม่ถลำตัวไปเป็นคู่ขัดแย้งเสียเอง อย่ามองคนในชาติที่เห็นต่างทางความคิดเป็นข้าศึกศัตรู เพราะประชาชนทุกภาคส่วนคือพสกนิกรขององค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อย่าให้ใครดึงสถาบันพระมหากษัตริย์มาทำลายล้างกันเอง ความขัดแย้งต่างๆในประเทศสามารถเอาชนะได้โดยไม่ต้องรบ การใช้อำนาจไม่อาจชนะเสมอไป ดังนั้นกองทัพจะเป็นกลไกสำคัญคลี่คลายความขัดแย้งของคนในชาติได้หากผู้นำกองทัพมีวิสัยทัศน์รู้จักใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ในการแก้วิกฤติของชาติ

“สถานการณ์ของบ้านเมืองขณะนี้ยังไม่อาจวางใจได้ เพราะ 5 ปี คสช.ล้มเหลวในการสร้างสมานฉันท์ปรองดองของคนในชาติ ขณะที่ปัจจุบันก็มีเหตุการณ์ทางการเมืองหลายอย่างที่อาจจะเป็นเงื่อนไขความขัดแย้งใหม่ปะทุขึ้นอีก หากผู้มีอำนาจหน้าที่โดยตรงในสถาบันหลักของชาติไม่ตระหนักถึงหลักปกครองของบ้านเมือง ใช้ดุลยพินิจเพื่อสนองวาระทางการเมืองหรือผลประโยชน์ของตัวเอง ก็จะยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ให้เลวร้ายกว่าเดิมอีก เมื่อเกิดเหตุการณ์รุนแรงบาดเจ็บล้มตายแล้วก็หาคนรับไม่ผิดชอบไม่ได้ สุดท้ายผู้ที่รับเคราะห์ก็คือประชาชน จึงวิงวอนให้ทุกฝ่ายยึดมั่นในพระราชดำรัชของพระเจ้าอยู่หัวที่ให้ทุกฝ่ายรักสามัคคีร่วมกันนำพาประเทศชาติเดินไปข้างหน้าให้ได้”นายอดุลย์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ