ญาติยันศพในปั๊มร้างคือ“ลุงหนุ่ย”วัย 65 ปี ที่หายไปจาก จ.ชัยภูมิ

PPTV HD 36 อัพเดต 10 ต.ค. 2562 เวลา 11.46 น. • เผยแพร่ 10 ต.ค. 2562 เวลา 11.40 น.
ญาติยันศพในปั๊มร้างคือ“ลุงหนุ่ย”วัย 65 ปี ที่หายไปจาก จ.ชัยภูมิ
กรณีพบศพนิรนามสภาพร่างถูกไฟเผาไหม้เกรียมบริเวณปั๊มน้ำมันร้างแห่งหนึ่งริมถนนทางหลวงสาย 11 อุตรดิตถ์-พิษณุโลก เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ที่ผ่านมา ล่าสุดญาติที่ จ.ชัยภูมิ เข้าให้ปากคำตำรวจและเข้าตรวจสอบรถยนต์ที่พบยืนยันแล้วว่าน่าจะเป็น “ลุงหนุ่ย วัย 65 ปี ” ที่หายไปจาก จ.ชัยภูมิ ตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง >> เจ้าของโทรศัพท์ในปั๊มร้าง ปัดไม่รู้เห็นการตายศพนิรนาม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง >> ผวา! หนุ่มนั่งสมาธิพบร่างปริศนาถูกเผาอำพรางปั๊มร้าง

เมื่อวันที่ (10 ต.ค. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ญาติและเพื่อนบ้านผู้เสียชีวิต ที่คาดว่าศพที่ถูกเผาปริศนาภายในปั๊มน้ำมันร้าง จ.อุตรดิตถ์ คือนายกิ่งเพชร  ชัยทิพย์  หรือลุงหนุ่ย อายุ 65 ปี  เดินทางเข้าพบตำรวจสภ.วังกะพี้ เพื่อสอบปากคำนานกว่า 3 ชั่วโมง

พล.ต.ต.พยูห์ ธนะศรีสืบวงศ์ ผู้บังคับ การตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ และพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบเกี่ยวกับคดีนี้ ได้ชี้ แจงเกี่ยวกับหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดของชายนิรนามที่ถูกฆ่าเผาภายในปั้มน้ำมันร้าง และรถยนต์กระบะที่จอดทิ้งเอาไว้พร้อมให้ดูคลิปวิดีโอรถยนต์กระบะที่ขับวนเวียนอยู่ในพื้นที่อุตรดิตถ์ เข้าออกปั้มน้ำมันร้าง ผ่านรีสอร์ทตรงข้ามจุดเกิดเหตุ ภาพรถยนต์ลักษณะเดิมก่อนถอดโครงเหล็กด้านหลังรถและบาร์เหยียบเท้าขึ้นรวมถึงแผ่นป้ายทะเบียนออก ภาพขวดน้ำมันขนาด 2 ลิตรหลังกระบะ

จากนั้นได้พาญาติเข้าตรวจสอบรถยนต์อีซุซุ สีดำที่พบในที่จุดเกิดเหตุ   ญาติยืนยันว่ารถยนต์คันนี้เป็นของนายกิ่งเพชร ซึ่งเป็นรถยนต์ที่พี่สาวได้ยกให้น้องชาย  ให้นำไปใช้ขับรับจ้างในหมู่บ้านที่จ.ชัยภูมิ ส่วนนายกิ่งเพชรขับมาในพื้นที่ จ.อุตรดิตถ์ ทำไมนั้นญาติยังไม่ทราบสาเหตุ

ด้วยพยานหลักฐานทำให้นางกรรณิกา และนายสมภพ  ไชยทิพย์ น้องสาวและน้องชาย ร่วมถึงเพื่อนบ้าน เชื่อว่านายกิ่งเพชร ฆ่าตัวตายเองประมาณ 90 % ซึ่งอาจจะเกิดจากความเครียดมีโรคประจำตัวทำให้ปวดหัวเดินเซไปมา และที่ด้วยนิสัยค่อนข้างเป็นคนเก่ง อัจฉริยะ จึงเชื่อว่าการกระทำแบบนี้ผู้ตายไม่อยากทำให้ญาติลำบากและเป็นห่วง

ทั้งนี้พนักงานสอบสวน ได้ทำการเก็บดีเอ็นเอน้องชายและน้องสาว  เพื่อเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอกับศพผู้เสียชีวิต หากผลดีเอ็นเอของผู้ตายตรงกัน แสดงว่าผู้เสียชีวิตคือนายกิ่งเพชรแน่นอน ซึ่งผลดีเอ็นเอทั้งหมดจะรู้ผลภายใน 3 วันนี้ โดยทางพล.ต.ต.พยูห์ ธนะศรีสืบวงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ จะเป็นผู้ให้ข่าวด้วยตนเอง

เบื้องต้นปมสาเหตุตำรวจคาดว่าผู้ตายอาจจะเกิดความเครียดจากเรื่องมรดกที่ผู้ตายเคยยกให้ญาติๆไปแล้วและญาติบางคนได้นำมรดกดังกล่าวไปขาย แล้วยังจะมาเอาส่วนแบ่งที่เหลืออีก จึงทำให้ตัดสินใจยอมสละสมบัติทั้งหมดโดยหันมาใช้วิธีการฆ่าตัวตาย

ทีมข่าวลงพื้นที่ไปตรวจสอบ บ้านของนายกิ่งเพชร หรือลุงหนุ่ย ที่จ.ชัยภูมิ พบลักษณะเป็นบ้านเดี่ยวชั้นเดียว และมีโรงจอดจอดรถยนต์  ได้พบกับ น.ส.มาลี ฟังธรรม  น้าสาวยืนยันว่าผู้เสียชีวิตคือนายกิ่งเพชร  ซึ่งหลานชายของตนเองที่ขับรถออกจากบ้านใน ต.บ้านขาม อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ ตั้งแต่วันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา โดยตอนแรกตนเองเข้าใจว่าเป็นการขับรถไปพักผ่อนที่ต่างจังหวัด ตามที่เคยไปเป็นประจำทุกปี มาทราบภายหลังว่าหลานชายเสียชีวิตแล้วจากกำนัน ต.บ้านขาม เมื่อวันที่ี่ 7 ตุลาคม น้าสาว เปิดเผยว่าหากเป็นการฆาตกรรมก็เป็นไปได้ยาก เพราะหลานชายไม่มีศัตรูที่ไหน แต่ในส่วนตัวก็ยังรู้สึกตงิดใจในการเสียชีวิต แต่หากเป็นการฆ่าตัวตายยอมรับว่าก็มีความเป็นไปได้

เนื่องจากผู้เสียชีวิตอาศัยอยู่คนเดียว ไม่มีภรรยาและลูก อีกทั้งยังเป็นคนชอบเก็บตัว ไม่เคยพูดปัญหาให้ฟัง และเป็นโรคความดันโลหิตสูง ส่วนประเด็นปัญหาด้านการเงินไม่มี เพราะผู้ตายมีทรัพย์สินที่ได้รับจากมรดก อีกทั้งผู้ตายเป็นคนมีความรู้ จบการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านคอมพิวเตอร์จาก ม.รามคำแหง แต่เลือกที่จะกลับมาทำงานรับจ้างที่ภูมิลำเนาเดิม เพราะชอบใช้ชีวิตเรียบง่าย

ด้านนายโฆสิทธิ์ ศิลา กำนันตำบลบ้านขาม จ.ชัยภูมิ ซึ่งเป็นคนติดต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตหลังได้รับการประสานจากตำรวจสภ.วังกะพี้ รวมไปถึงเพื่อนบ้ายในตำบลไม่เชื่อว่าลุงหนุ่ยจะฆ่าตัวตาย เพราะเป็นคนมีฐานะพอสมควรจากมรดก โดยประกอบอาชีพรับจ้างขับรถ ชาวบ้านในตำบลมักจะเหมารถหรือจ้างลุงหนุ่ยไปส่งยังที่หมายต่าง ๆ ซึ่งสภาพของรถที่พบมีการถอดชิ้นส่วนที่เหยียบเท้า บาร์บนหลังคา ป้ายทะเบียนรถ และเลขคัสซี ดูลักษณะแล้วไม่น่าจะเป็นการฆ่าตัวตายได้

เหตุการณ์ในวันที่ 23 กันยายน ก่อนที่ลุงหนุ่ยจะหายไป น.ส.มณี สุขา เพื่อนบ้าน เล่าว่า ช่วงเช้าวันดังกล่าวมีคนจ้างลุงหนุ่ยใช้ขับรถไปส่งที่กรุงเทพฯ แต่ลุงหนุ่ยปฏิเสธ จากนั้นช่างสายวันเดียวกันก็เห็นลุงหนุ่ยขับรถออกไปจากบ้าน ไม่ได้บอกใครว่าจะไปไหน ตนเองก็ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไรเพราะลุงหนุ่ยมักจะขับรถออกไปทานอาหารนอกบ้านเป็นประจำอยู่แล้ว จนเมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 1 สัปดาห์แล้วลุงหนุ่ยยังไม่กลับมาก็รู้สึกแปลกใจ จนกระทั่งมาทราบในภายหลังจากครอบครัวว่าเสียชีวิตแล้ว และพบศพอยู่ที่ปั๊มน้ำมันร้างใน จ.อุตรดิตถ์

ดูข่าวต้นฉบับ