ญาติตัดสินใจขุดศพหนุ่มเบญจเพส หลังตระเวนเข้าฝันฟ้อง “ถูกฆ่า”

ไทยรัฐออนไลน์ - อาชญากรรม อัพเดต 15 พ.ย. 2562 เวลา 14.47 น. • เผยแพร่ 15 พ.ย. 2562 เวลา 13.49 น.
ภาพไฮไลต์

ขุดศพ หนุ่มเบญจเพสชาวอำนาจเจริญ ผ่าพิสูจน์ หลังวิญญาณเข้าฝัน พ่อ ญาติ อดีตนายจ้าง ที่ฝันเหมือนกัน คนตายมาบอกถูก "ฆาตกรรม" ฆ่าแล้วจับแขวนคอ

จากกรณี หนุ่มวัย 25 ปี ผูกคอเสียชีวิตในสวนยูคาลิปตัส ในพื้นที่ อ.เมืองอำนาจเจริญ เมื่อวันที่ 5 พ.ย.62 ปรากฏว่า ล่าสุดญาติตัดสินใจขุดศพหนุ่มวัย 25 ปีผู้นี้ขึ้นมาผ่าพิสูจน์ หลังเกิดเรื่องเหลือเชื่อ พ่อ ญาติพี่น้อง อดีตนายจ้าง ฝันเห็นผู้ตายมาบอกว่า "ถูกฆ่า"

วันที่ 15 พ.ย. ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านสวนไม่มีเลขที่ บ้านโคกสำราญ ต.นาแต้ อ.เมืองอำนาจเจริญ ซึ่งเป็นบ้านของ นายราวี เจริญรัตน์ อายุ 25 ปี หนุ่มเบญจเพส ที่ถูกพบเป็นศพผูกคอตายในป่าท้ายหมู่บ้าน ได้พบกับ นางพัชรี สนิทพจน์ อายุ 51 ปี ซึ่งมีศักดิ์เป็นป้าของผู้ตาย และเลี้ยงผู้ตายมาตั้งแต่อายุ 2 ขวบ เปิดเผย ว่า หลังจากวันที่พบศพหลานชายเมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา ตอนแรกตนก็คิดว่าหลานคงน้อยใจแม่และประกอบกับฤทธิ์สุราทำให้ก่อเหตุสลดขึ้น แต่หลังจากนำศพลงมาแล้วทางญาตินำไปฝังที่ป่าช้าบ้านโคกสำราญ ห่างจากหมู่บ้านราว 1 กม. โดยใช้ปูนก่อทำเป็นอุโมงค์ ตามประเพณีของหมู่บ้าน 

ปรากฏว่า หลังจากฝังศพแล้ว ภายในคืนนั้น พ่อของผู้ตายคือ นายอุดร เจริญรัตน์ อายุ 48 ปี ซึ่งอยู่อีกหมู่บ้านหนึ่ง เนื่องจากพ่อกับแม่ของผู้ตายแยกทางกัน ได้โทรศัพท์มาหาและบอกว่า ลูกชายมาเข้าฝัน ขอให้พ่อช่วย เพราะเขาไม่ได้ฆ่าตัวตาย แต่ถูกฆ่าตาย จากนั้นจึงได้ปรึกษากันกับแม่ของผู้ตาย ประกอบกับแม่ของผู้ตาย คือ นางบุญนุช มีเสมอ ก็ไม่เชื่อว่าลูกชายจะฆ่าตัวตาย จึงเดินทางมา จ.ชลบุรี เพื่อมาดำเนินการขออนุญาตขุดศพขึ้นมา เมื่อวันที่ 11 พ.ย.62 นำศพส่งไปผ่าพิสูจน์ที่ รพ.สรรพสิทธิ์ประสงค์ จ.อุบลราชธานี โดยทาง รพ.บอกกับญาติว่า การผ่าพิสูจน์นั้นกว่าจะรู้ผลก็ต้องใช้เวลาเป็นเดือน

นอกจากนี้ ในคืนวันที่ 11 พ.ย.62 เถ้าแก่อยู่ที่ จ.ขอนแก่น นายจ้างที่ผู้ตายเคยทำงานด้วย ก็ฝันเหมือนกันว่า ผู้ตายมาหา ขอร้องให้ช่วย โดยบอกว่าเขาถูกฆ่า ต่อมาอีกวัน ลูกสาวของตนซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกับผู้ตาย แต่ไปมีครอบครัวอยู่ที่ จ.สระแก้ว ก็ฝันเหมือนกันว่า ผู้ตายมาหา บอกว่าถูกกลุ่มคน 5 คนรุมทำร้ายจนตาย แล้วนำศพไปแขวนคอไว้ นอกจากนั้นยังมีป้าของผู้ตาย ซึ่งอยู่ที่บ้านภูเขาขาม บ้านเดียวกันกับพ่อของผู้ตาย ได้ฝันเช่นเดียวกันว่า หลานมาหา ขอความช่วยเหลือ บอกว่าตนเองถูกฆ่า

นางพัชรี เล่าต่อว่า หลังจากที่นำศพหลานชายลงมาจากที่แขวนคอในวันนั้น มีข้อผิดสังเกตหลายอย่างที่ตนและครอบครัวยังสงสัย คือ 1.กิ่งไม้ที่ใช้ผูกคอนั้นกิ่งเล็กมาก ถ้ามีการผูกคอตายจริงก่อนสิ้นใจน่าจะมีการดิ้นทุรนทุรายอยู่บ้าง กิ่งไม้เล็กแค่นั้นคงไม่สามารถรับน้ำหนักได้ คงต้องหักแน่นอน 2.การที่คนจะขาดใจตายโดยการผูกคอตายนั้น ลิ้นก็น่าจะจุกปาก แต่นี่ยังอยู่ในสภาพปกติ 3.ไม่มีร่องรอยการดิ้นทุรนทุรายก่อนสิ้นใจเลย ทั้งๆ ที่เท้าทั้ง 2 ข้างของผู้ตายก็ยืนอยู่บนพื้นดิน ไม่ได้ลอยแต่อย่างใด 4.รองเท้าและเสื้อที่ผู้ตายสวมใส่ ถูกถอดวางไว้อย่างเป็นระเบียบข้างๆ กับศพ ซึ่งค่อนข้างผิดวิสัยของคนที่จะฆ่าตัวตาย

ด้าน นายบุญเรือง ตาทอง อายุ 54 ปี ตำแหน่งสารวัตรกำนัน ม.4 ต.นาแต้ อ.เมืองอำนาจเจริญ ได้บอกกับผู้สื่อข่าวเช่นกันว่า ส่วนตัวไม่เชื่อว่าผู้ตายจะฆ่าตัวตาย เพราะมีหลายส่วนที่ผิดสังเกต เช่น ที่บริเวณใบหน้าของผู้ตายมีร่องรอยเหมือนถูกตียุบลงบริเวณดั้งจมูก มีบาดแผลบริเวณริมฝีปาก ปากแตก และมีชาวบ้านที่เห็นศพบอกว่าฟันหน้าผู้ตายหายไป 2-3 ซี่ ทั้งๆ ที่ก่อนตายก็มีฟันครบ ซึ่งในวันที่จะหายตัวไป ผู้ตายยังได้มาพูดคุยกับตนตามประสาคนรู้จัก และผู้ตายก็เคารพตนเหมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง

นอกจากนี้ นายโกสิน สนิทพจน์ อายุ 21 ปี น้องชายผู้ตายได้บอกกับผู้สื่อข่าวด้วยว่า ส่วนตัวไม่เชื่อว่าพี่ชายจะฆ่าตัวตาย เพราะผู้ตายเป็นคนร่าเริง รักสนุก มีเพื่อนฝูงเยอะ ถึงจะชอบดื่มเหล้าแต่ก็ไม่เคยคิดจะฆ่าตัวตาย และที่ครอบครัวสงสัยอีกข้อคือ หลังจากที่พี่ชายหายตัวไป ได้มีเพื่อนมาตามหาผู้ตายที่บ้าน แม่จึงบอกว่าผู้ตายหายออกจากบ้าน 2 วัน ตอนนี้ทางบ้านก็เป็นห่วง ขอให้เพื่อนคนนี้ช่วยตามหาที เพื่อนของผู้ตายก็รับปากบอกว่าจะช่วยหา กระทั่งก่อนวันที่พบศพพี่ชาย 1 วัน กลุ่มเพื่อนๆ ของพี่ชายก็ถูกตำรวจจับในคดียาเสพติด จากนั้นในวันรุ่งขึ้นก็มีคนไปพบศพพี่ชาย

ทั้งนี้ นางพัชรี ยืนยันกับผู้สื่อข่าวว่า ส่วนตัวเชื่อ 100% ว่าหลานชายถูกฆาตกรรมแน่นอน จึงอยากขอความเป็นธรรมผ่านสื่อมวน ขอให้ช่วยติดตามความคืบหน้าให้ด้วย เพราะครอบครัวของตนเองเป็นชาวบ้านธรรมดา มีฐานะยากจน เกรงว่าคดีจะไม่มีความคืบหน้า.

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ