ช้อป-ชิม-ใช้….แจกแล้วแจกอีกยังจะแจกอีกมั้ย?

Businesstoday เผยแพร่ 19 พ.ย. 2562 เวลา 09.36 น. • Businesstoday
ช้อป-ชิม-ใช้….แจกแล้วแจกอีกยังจะแจกอีกมั้ย?

แจกอีกแล้วจ้า…มติที่ประชุมครม.สัญจร ณ เมืองกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 12 พ.ย.เห็นชอบต่อยอดโครงการ”ช้อป-ชิม-ใช้”เป็นระลอกที่ 3 หรือ เฟส 3

สาระสำคัญของช้อปชิมใช้เฟส 3 มีความแตกต่างไปจากเฟสที่ 1 และ เฟสที่ 2 รวม 2 ประเด็นด้วยกัน
1). ไม่มีเงินแจกฟรี 1,000 บาท เข้า”เป๋าตัง-1”
2). สิทธิประโยชน์เงินคืน 15-20 % จากการใช้จ่ายผ่าน”เป๋าตัง-2” ครอบคลุมค่าใช้จ่ายแพคเกจท่องเที่ยว โดยผู้ได้รับสิทธิ์ตามโครงการเฟส 1 และ 2 ได้สิทธิ์นี้ร่วมด้วย
3). จำกัดจำนวนผู้สมัครรับสิทธิ์ไม่เกิน 2 ล้านคน โดยผู้ได้รับสิทธิ์ตามโครงการเฟส 1 และ 2 ไปแล้ว ไม่มีสิทธิ์สมัครเข้ารับสิทธิ์
4). ผู้ได้รับสิทธิ์ตามโครงการ สามารถใช้สิทธิ์ได้จนถึงวันที่ 31 ม.ค.2563 โดยผู้ได้รับสิทธิ์ตามโครงการเฟส 1 และ 2 ได้รับสิทธิ์นี้ร่วมด้วย

เบ็ดเสร็จเรียบร้อยโรงเรียนลุงตู่ โครงการช้อปชิมใช้ ที่โหมโรงเป็นปฐมบทเมื่อวันที่ 23 ก.ย.2562 และกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดไว้วันที่ 15 พ.ย.2562 ด้วยเหตุผลข้ออ้างเป็นตุเป็นตะต้องการกระตุ้นการใช้จ่ายให้เกิดขึ้นเร็วไว….แจกไวต้องใช้ให้หมดเกลี้ยงโดยไว จะได้ไปช่วยโด้ปเศรษฐกิจให้คึกคักมีชีวิตชีวา!!!

เอาเข้าจริงบรรดาเหตุผลข้ออ้างทั้งหลายทั้งปวงล้วน ”ขี้จุ๊..ขี้หก” ทั้งเพ เมื่อมีการแจ้งเกิดต่อยอดโครงการเฟส 2 ต่ออายุจาก 15 พ.ย.2562 ไปเป็น 31 ธ.ค.2562 ควบคู่กับการขยายสิทธิ์เพิ่มขึ้นอีก 3 ล้านสิทธิ์ จาก 10 ล้านคน เป็น 13 ล้านคน แถมด้วยการเสริมเติมโครงการเฟส 3 ออกมาล่าสุด พร้อมกับยืดอายุการสิ้นสุดโครงการทะลุข้ามปีไปสิ้นสุดเอาวันที่ 31 ม.ค.2563 ร่วมกับการแจกสิทธิ์เพิ่มขึ้นอีก 2 ล้านสิทธิ์ จาก 13 ล้านคน เป็น 15 ล้านคน

ส่วนต่อขยายของโครงการช้อปชิมใช้เฟส 2 และ 3 ที่ใช้อุบาย” Cash Back” หรือเงินทอน 15-20 % มารณรงค์ปลุกปั่นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย เหมือนเป็นความปรารถนาดีของรัฐบาลที่ต้องการปลุกพลังการจับจ่ายในประเทศ หรือ Domestic Consumption ให้ตื่นตัวขึ้นแล้วไปช่วยอัดฉีดการเจริญเติบโตของระบบเศรษฐกิจที่กำลังซึมเศร้าเหงาหงอย ให้คึกคักมีชีวิตชีวา แต่ในทางกลับกันอุบายอันนี้ของรัฐบาล กำลังสร้างเสริมอุปนิสัยเสียๆให้ประชาชนทำให้ประชาชนเสพติดของแจกของฟรีและเงินทอน

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นต้นทางความคิดริเริ่มโครงการช้อปชิมใช้ น่าจะรู้ว่าหากต่อมใช้จ่ายของชาวบ้านถูกทำให้แตก ด้วยแรงยั่วยุจากอุบายเงินทอน ภายใต้โครงการช้อปชิมใช้ แล้วเกิดหน้ามืดตามัว แห่ใช้บัตรเครดิตไปกดเงินสด นำเงินสดไปเติมใน”เป๋าตัง-2” เพื่อเข้าถึงสิทธิได้รับเงินทอน 15-20 % จะยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์”หนี้ท่วมหัว”ที่เลวร้ายอยู่แล้ว ให้เลวร้ายสาหัสยิ่งขึ้นไปอีก

ลำพังเวลานี้ผู้ถือบัตรเครดิตที่มีอยู่ทั้งหมดประมาณ 23 ล้านบัญชี โดยส่วนใหญ่กว่า 13 ล้านบัญชี ไม่มีขีดความสามารถชำระเงินกู้เต็มวงเงินในแต่ละงวด แต่จำใจเลือกผ่อนชำระตามอัตราขั้นต่ำ 10% ของวงเงิน โดยจำยอมเสียดอกเบี้ยในอัตราแพงลิบลิ่ว 18-20 % พ่วงด้วยเบี้ยปรับและค่าธรรมเนียมบ้าบอคอแตกอีกสารพัด

ยิ่งไปกว่านั้นผู้ถือบัตรเครดิตหลายรายถือบัตรเครดิตเอาไว้คนเดียวหลายใบ เพื่อแก้ปัญหาสภาพคล่องส่วนตัวในลักษณะ”จับแพะชนแกะ” หวังว่าจะกดเงินสดจากบัตรใบหนึ่งไปจ่ายหนี้บัตรอีกใบหนึ่งวนกันไป แต่สุดท้ายกลายเป็น “งูกินหาง กินกลางตลอดตัว” ต้องติดบ่วงหนี้ถอนตัวไม่ขึ้น

หยุดเถอะนะ…พอซะทีเถอะนะ…อย่าบ่มเพาะนิสัยแย่ๆทำร้ายประชาชนแบบนี้อีกเลย ได้โปรดเถอะ !

ดูข่าวต้นฉบับ