ช่วยด้วย…สามีหนูเป็นกิ๊กกับมือถือ - หมอเอิ้น พิยะดา

THINK TODAY เผยแพร่ 17 ก.ค. 2562 เวลา 09.17 น.

“มีอะไรให้หมอช่วยคะ?”

คำถามแรกที่พบสามีภรรยาคู่หนึ่งที่มาขอคำปรึกษา

“สามีหนูเค้าเป็นกิ๊กกับมือถือค่ะ” ในขณะที่ภรรยากำลังพูดด้วยอารมณ์อัดอั้นตันใจ

คุณสามีก็ทำท่าส่ายหัวอยู่ข้าง ๆ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าฉันไม่ยอมรับข้อกล่าวหานี้

“อะไรที่ทำให้คุณคิดว่า สามีกำลังเป็นกิ๊กกับมือถือคะ ?”

เธอเล่าด้วยความพรั่งพรูว่า เธอกับสามีแต่งงานกันมา 13 ปี โดยรู้จักกันทางโซเชียล

เธอทำงานเป็นพนักงานโรงแรมที่จะต้องทำงานเป็นกะ ส่วนสามีขายของอยู่ที่บ้าน

ช่วงที่ยังไม่มีลูก สามีก็จะหึงหวงมาก มักระแวงว่าเธอจะมีคนอื่นรึเปล่าจึงมักโทรหาเธอบ่อย ๆ

แต่พอมีลูกพฤติกรรมโทรหาบ่อย ๆ ก็หายไป เพราะสามีดูแลลูกเป็นหลัก

3 ปีมานี้ลูกเข้าโรงเรียนเธอสังเกตว่าสามีเปลี่ยนไปมาก เวลาเธอกลับมาจากที่ทำงานเธอจะเห็นภาพสามีเล่นมือถือเกือบตลอดเวลา บางครั้งลูกค้ามาซื้อของก็ไม่ค่อยสนใจ หรือเวลาจะออกไปธุระก็ช้าเพราะติดดูมือถือ

การพูดคุยกันหรือปฏิสัมพันธ์ในครอบครัวลดลงอย่างชัดเจน เริ่มมีอารมณ์หงุดหงิดง่าย

และสิ่งที่เธอเริ่มเป็นกังวลจนต้องมาขอรับคำปรึกษา เพราะว่าเธอสังเกตได้ว่าสามีเริ่มไม่มีสมาธิและหลงลืม จนส่งผลกระทบต่องานและการใช้ชีวิต

 ฟังเรื่องราวแล้ว เข้าใจได้ว่าเพราะอะไรมือถือสำหรับครอบครัวนี้จึงเปรียบเสมือน ‘กิ๊ก’ เพราะภรรยากำลังรู้สึกว่าตัวเองถูกขโมยความรัก เวลา และการเอาใจใส่

 ฝ่ายคุณสามีเมื่อได้ฟังความในใจที่เป็นเหมือนภาพสะท้อนที่หลายอย่างไม่เคยรู้ตัว ก็มีท่าทีที่รับฟังมากขึ้น

โดยยอมบอกความในใจของตนเองเช่นกัน เขายอมรับว่าให้เวลากับมือถือมากเกินไปจริง โดยเริ่มต้นจากความรู้สึกน้อยใจภรรยา

เพราะหลังจากมีลูก ชีวิตของเธอก็มีแต่งานและลูก แทบไม่มีช่วงเวลาของเราสองคนเช่นเคย

การใช้มือถือจึงเป็นช่องทางที่ทำให้เค้าลืมความรู้สึกน้อยใจ ได้ดูในสิ่งที่อยากเห็น ได้ฟังในสิ่งที่อยากได้ยิน

แล้วสุดท้าย กลายเป็นพฤติกรรมนิสัยที่ยากเกินการควบคุมตัวเอง รู้ว่ามากเกินไปแต่ห้ามใจไม่ได้

มาถึงตรงนี้จึงพอจะมองออกแล้วว่า กลไลการทำงานของสมองในเรื่องของการติดกิ๊กกับการติดมือถือของคุณสามี

กำลังทำงานในวงจรเดียวกัน วงจรนี้เรียกว่า “วงจรแห่งรางวัล”

วงจรแห่งรางวัล (Brain reward system) คือ วงจรในสมองที่จะทำงานเมื่อมีบางสิ่งมากระตุ้น เช่น การใช้ยาเสพติด การมีความรัก การมีเพศสัมพันธ์ หรือการเล่นเกมส์ เล่นมือถือ เป็นต้น โดยที่สิ่งนั้นทำให้เรารู้สึกมีความสุข

เมื่อเรารับสิ่งกระตุ้นนั้นบ่อย ๆ สมองจะเริ่มเปลี่ยนโครงสร้างภายในเซลล์ กลายเป็นสมองที่ต้องการสิ่งกระตุ้นนั้นตลอดเวลา ดังนั้นเมื่อสามีใช้มือถือในการกระตุ้นให้สมองเกิดความสุขบ่อย ๆ จนเกิดสภาวะสมองติดมือถือ สามีก็จะต้องใช้เวลากับมือถือมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเริ่มมีผลกับระบบประสาทอัตโนมัติ ไม่ใช้ก็หงุดหงิดกระวนกระวาย

ดังนั้น ในฐานะภรรยาการเริ่มต้นสังเกตว่าสามีใช้มือถือเพราะอะไร หรือเขาให้เวลากับอะไรที่มากกว่าเวลาของเราและครอบครัวจึงสำคัญ

4 หลักการ ในการสังเกตว่าสามีติดสิ่งอื่นนอกจากเราเพราะอะไรแล้วเราจะช่วยเหลือเขาอย่างไร คือ

1. เขารู้สึกมีความสุขอย่างไร? (Sensation Seeking) เช่น ในกรณีนี้ เขารู้สึกชอบตัวเองตอนเล่นมือถือ ตรงที่เขาสามารถเป็นคนเลือกได้ว่า ฉันอยากดูอะไร ฉันอยากได้ยินอะไร ฉันมีเพื่อนที่คุยด้วยได้ในมือถือตลอดเวลา เพราะในชีวิตจริงเขาเลือกไม่ได้ ต้องขึ้นกับเวลาที่ภรรยาไม่ทำงาน เวลาที่ลูกไปโรงเรียน คนใกล้ตัวช่วยเหลือได้ด้วยการทำความเข้าใจในสิ่งที่ทำให้เค้ามีความสุข และปรับตัวเองให้เป็นส่วนหนึ่งของความสุข

2. เขาใช้เพื่อบำบัดอะไรในตัวเองอยู่รึเปล่า? (Self Meditation) เช่น ใช้บรรเทาความเครียด ความน้อยใจที่ภรรยาไม่มีเวลาให้ เป็นต้น คนใกล้ตัวช่วยเหลือได้ด้วยการทำความเข้าใจสิ่งที่ทำให้เค้ามีความทุกข์และมีส่วนร่วมในการแก้ไข

3. เริ่มเป็นพฤติกรรมที่เคยชินรึเปล่า? ( Habit Forming) เช่น ต้องเล่นมือถือตลอดเวลาเพราะนึกไม่ออกว่าต้องทำอะไร

คนใกล้ตัวช่วยเหลือได้ด้วยการสร้างกิจกรรมสร้างสรรค์ร่วมกัน เพื่อใช้เวลาอย่างมีคุณภาพ

4. เค้าเริ่มมีความโหยหาหรือยัง? (Craving) เช่น ถ้าไม่ได้เล่นมือถือจะกระวนกระวาย หรือหงุดหงิดง่ายขึ้น อาการนี้แสดงว่าเราได้รับผลจากระบบประสาทอัตโนมัติ คนใกล้ตัวช่วยเหลือได้ด้วยการไม่กระตุ้นอารมณ์ และเบี่ยงเบนความสนใจไปในสิ่งที่เขาชอบทำหรือเคยทำแล้วมีความสุข

หมอรู้สึกชื่นชมสามีภรรยาคู่นี้ ที่ต่างเปิดใจรับฟังและมีความตั้งใจเพื่อที่จะทำความเข้าใจกันและกัน

สุดท้ายหมอที่ดีที่สุดในการรักษาอาการติดมือถือของคุณสามีคือความรักและการใส่ใจของภรรยานั่นเอง

 ก่อนที่เราจะจากกัน สามีและภรรยาคู่นี้กุมมือกันแน่น สามีหันไปเชื้อเชิญภรรยาว่า “สุดสัปดาห์นี้เราเอาลูกไปฝากตากับยายแล้วไปเที่ยวเกาะหลีเป๊ะกันนะแม่ พ่อจะเอามือถือไว้ในมือแม่คนเดียวเลย” ภรรยาพยักหน้าตอบตกลง

เราในฐานะคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าก็อดยิ้มไม่ได้ ทริปนี้น่าจะมีน้องหลีเป๊ะ

Page FB ดีต่อใจ โดย หมอเอิ้น พิยะดา : https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=10156783544953550&id=306538978549

----------------------------------------------------------------------------

IG : https://www.instagram.com/earnpiyada/

----------------------------------------------------------------------------

Website : http://www.earnpiyada.com/