ชูวิทย์เผย บอส อยู่วิทยา ขอความเป็นธรรมมา 13 ครั้ง สำเร็จครั้งที่ 14 ทั้งที่ใช้พยานหลักฐานเดิม

THE STANDARD อัพเดต 14 ส.ค. เวลา 06.35 น. • เผยแพร่ 14 ส.ค. เวลา 06.35 น. • thestandard.co
ชูวิทย์เผย บอส อยู่วิทยา ขอความเป็นธรรมมา 13 ครั้ง สำเร็จครั้งที่ 14 ทั้งที่ใช้พยานหลักฐานเดิม
ชูวิทย์เผย บอส อยู่วิทยา ขอความเป็นธรรมมา 13 ครั้ง สำเร็จครั้งที่ 14 ทั้งที่ใช้พยานหลักฐานเดิม

ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขียนข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เปิดเผยข้อมูลการร้องขอความเป็นธรรมของ บอส-วรยุทธ อยู่วิทยา ซึ่งก่อนหน้านี้มีการร้องขอความเป็นธรรมกว่า 13 ครั้ง แต่มาสำเร็จในครั้งที่14 ในยุคของรองอัยการ เนตร นาคสุข ทั้งที่ใช้พยานหลักฐานเดิมในการยื่นเรื่อง

 

“วันนี้ไปพบคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ที่มี สิระ เจนจาคะ เป็นประธาน ดูแล้วท่าจะงานยุ่ง เพราะเช้าเรื่องบอส บ่ายเรื่องบ่อน

 

“รองอัยการสูงสุด เนตร นาคสุข มาตอนเช้า แต่ท่านไม่ได้พูดเรื่องนี้ว่าแท้ที่จริงแล้วบอสหลุดคดีเพราะการร้องขอความเป็นธรรมรวมเบ็ดเสร็จ 14 ครั้ง!

 

“การร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการเริ่มมีขึ้นในยุคของอัยการสูงสุดชื่อ คณิต ณ นคร ปี 2537 เพื่อจุดมุ่งหมายต่อความยุติธรรม โดยอัยการสามารถสั่งให้พนักงานสอบสวนสอบเพิ่มเติมเพื่อประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีด้วยความเป็นธรรมของทุกฝ่าย 

 

“แต่ต่อมาสมัยรัฐบาล ชวน หลีกภัย เกิดเรื่องคดี ส.ป.ก. 4-01 อัยการสูงสุดคนเดียวกันนี้ที่ชื่อ คณิต ณ นคร มีคำสั่ง ‘ไม่ฟ้อง’ ในเรื่องนี้ ทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคมไทยถึงการใช้อำนาจหน้าที่สั่งคดีของอัยการสูงสุด

 

“อัยการสูงสุด คณิต ณ นคร จึงได้ออกคำสั่งสำนักงานอัยการสูงสุดที่ 72/2540 วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2540 ให้อัยการสูงสุดงดใช้ระเบียบและคำสั่งในการสั่งคดี โดยให้พนักงานอัยการ หัวหน้าคณะทำงาน ประธานคณะทำงาน รองอัยการสูงสุด มีอำนาจหน้าที่ออกคำสั่งในแต่ละคดีแทน 

 

“พูดง่ายๆ ว่าอัยการสูงสุด ‘ชิ่ง’ ไม่สั่งคดีด้วยตัวเอง เพราะอาจจะถูกติฉินนินทาว่าใช้อำนาจเข้าข้างสั่งไม่ฟ้อง ทำให้คดีสิ้นสุดได้โดยทันที จึงขอมอบหมายเรื่องการสั่งคดีให้กับคนอื่นๆ แทน เช่น รองอัยการสูงสุด เป็นต้น 

 

“การยื่นร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการทำได้ 3 ช่องทาง 

  • ยื่นต่ออัยการที่รับผิดชอบคดี
  • ยื่นต่ออธิบดีอัยการที่เป็นผู้บังคับบัญชาของอัยการคดีนั้นๆ 
  • ยื่นต่ออัยการสูงสุด (แต่เนื่องจากคำสั่งที่ผมกล่าวด้านบนทำให้อัยการสูงสุดไม่ได้เป็นผู้พิจารณาด้วยตัวเอง จึงมอบหมายให้รองอัยการสูงสุดทำหน้าที่แทน) 

 

“คดีบอสมีการร้องขอความเป็นธรรมรวมทั้งสิ้น 14 ครั้ง โดย 13 ครั้งแรกแป้ก (ยุติเรื่อง) มาปัง (ได้ผล) เอายุคของรองอัยการสูงสุดชื่อ เนตร นาคสุข 

 

“เรียงง่ายๆ เรื่องขอความเป็นธรรม 14 ครั้ง ยุคใคร สมัยใคร ได้ดังนี้ 

 

ครั้งที่ 1 วันที่ 1 เมษายน 2556

อัยการสูงสุด: จุลสิงห์ วสันตสิงห์

รองอัยการสูงสุด: อรรถพล ใหญ่สว่าง

เรื่อง: ขอให้สอบปากคำพยานเพิ่มเติมเพื่อทบทวนการคำนวณความเร็ว (ครั้งที่ 1)

ผล: ยุติเรื่อง ไม่มีเหตุจะสอบสวนเพิ่มเติม และคดีใกล้จะขาดอายุความบางข้อหา มีความเห็นควรสั่งฟ้องบอสในวันที่ 2 พฤษภาคม 2556 รวม 4 ข้อหา และไม่ฟ้อง 1 ข้อหา คือเมาแล้วขับ

 

ครั้งที่ 2 วันที่ 17 พฤษภาคม 2556

อัยการสูงสุด: จุลสิงห์ วสันตสิงห์

รองอัยการสูงสุด: อรรถพล ใหญ่สว่าง

เรื่อง: ขอให้สอบปากคำพยานเพิ่มเติมเพื่อทบทวนการคำนวณความเร็ว (ครั้งที่ 2) รวมถึงขอให้สอบตัวบอสเพิ่มเติมด้วย (แต่บอสไม่เคยโผล่มา)

ผล: ยุติเรื่อง

 

ครั้งที่ 3 วันที่ 4 กันยายน 2556

อัยการสูงสุด: จุลสิงห์ วสันตสิงห์

รองอัยการสูงสุด: อรรถพล ใหญ่สว่าง

เรื่อง: ขอให้พิจารณาเพิกถอนคำสั่งที่แจ้งให้พนักงานสอบสวนขอศาลออกหมายจับ

ผล: ยุติเรื่อง

 

ครั้งที่ 4 วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2557

อัยการสูงสุด: อรรถพล ใหญ่สว่าง

รองอัยการสูงสุด: วุฒิพงศ์ วิบูลย์วงศ์

เรื่อง: ขอให้สอบสวนพยานเพิ่มเติมเกี่ยวกับพฤติกรรมความเจ็บป่วยของบอสในช่วงก่อน ขณะเกิดเหตุ และในวันเกิดเหตุ

ผล: ยุติเรื่อง

 

ครั้งที่ 5 วันที่ 21 เมษายน 2557

อัยการสูงสุด: อรรถพล ใหญ่สว่าง

รองอัยการสูงสุด: วุฒิพงศ์ วิบูลย์วงศ์

เรื่อง: ขอให้สอบสวนพยานเพิ่มเติม

ผล: ยุติเรื่อง

 

ครั้งที่ 6 วันที่ 24 มิถุนายน 2557

อัยการสูงสุด: อรรถพล ใหญ่สว่าง

รองอัยการสูงสุด: วุฒิพงศ์ วิบูลย์วงศ์เรื่อง: ขอให้พิจารณาเพิกถอนคำสั่งที่แจ้งให้พนักงานสอบสวนขอศาลออกหมายจับ โดยขอให้รอผลการสอบสวนเพิ่มเติมก่อน

ผล: ยุติเรื่อง

 

ครั้งที่ 7 วันที่ 18 กรกฎาคม 2557

อัยการสูงสุด: ตระกูล วินิจนัยภาค

รองอัยการสูงสุด: วุฒิพงศ์ วิบูลย์วงศ์

เรื่อง: ขอให้สอบสวนพยานเพิ่มเติม และขอให้สอบสวนบอสเพิ่มเติม (แต่บอสไม่โผล่มา) และขอให้ชะลอการดำเนินคดี

ผล: ยุติเรื่อง

 

ครั้งที่ 8 วันที่ 16 มิถุนายน 2558

อัยการสูงสุด: ตระกูล วินิจนัยภาค

รองอัยการสูงสุด: วุฒิพงศ์ วิบูลย์วงศ์

เรื่อง: ขอให้สอบสวนพยานเพิ่มเติม (จำนวน 5 ราย โดยมี พล.อ.ท. จักรกฤช ถนอมกุลบุตร และจารุชาติ มาดทอง รวมอยู่ด้วย)

ผล: ยุติเรื่อง พยานไม่มีน้ำหนัก เป็นเพียงคำบอกเล่า ผ่านไปเกือบ 3 ปีเพิ่งมาให้ปากคำ

 

ครั้งที่ 9 วันที่ 12 มกราคม 2559

อัยการสูงสุด: ร.ต.ต. พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร

รองอัยการสูงสุด: นิภาพร รุจนรงค์

เรื่อง: ขอให้สอบปากคำพยานเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเร็วของบอส (ครั้งที่ 3)

ผล: ยุติเรื่อง ไม่มีพยานหลักฐานใหม่ และพยานไม่มีน้ำหนักเพียงพอจะหักล้างข้อกล่าวหาเดิม

 

ครั้งที่ 10 วันที่ 15 พฤษภาคม 2559

อัยการสูงสุด: ร.ต.ต. พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร

รองอัยการสูงสุด: นิภาพร รุจนรงค์

เรื่อง: ขอให้เรียกสำนวนคดีมาตรวจสอบ และตั้งคณะทำงานตรวจสอบสำนวนคดี

ผล: ยุติเรื่อง เนื่องจากพยานไม่มีน้ำหนักเพียงพอจะหักล้างข้อกล่าวหาเดิม 

 

ครั้งที่ 11 วันที่ 23 ธันวาคม 2559 

อัยการสูงสุด: ร.ต.ต. พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร

รองอัยการสูงสุด: นิภาพร รุจนรงค์

เรื่อง: ความเร็วของรถยนต์บอส (ครั้งที่ 4)

ผล: ยุติเรื่อง

 

ครั้งที่ 12 วันที่ 6 มีนาคม 2560

อัยการสูงสุด: ร.ต.ต. พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร

รองอัยการสูงสุด: นิภาพร รุจนรงค์

เรื่อง: ขอให้เรียกสำนวนของคณะกรรมาธิการ สนช. มาพิจารณาประกอบเพื่อมีคำสั่งในคดีให้ไม่ฟ้อง

ผล: ยุติเรื่อง โดยรองอัยการสูงสุดเสนอให้อัยการสูงสุดพิจารณาออกคำสั่ง เนื่องจากถูกฝ่ายผู้ต้องหาร้องเรียนว่าไม่สั่งคดีให้

 

อัยการสูงสุดเห็นว่าเนื่องจากคดีนี้อยู่ในความสนใจของประชาชนเป็นอย่างยิ่ง ประกอบกับได้ให้ความเป็นธรรมกับผู้ต้องหาตลอดมาเป็นเวลาเนิ่นนานแล้ว จึงมีคำสั่งให้ ‘ยุติเรื่องร้องขอความเป็นธรรม’ และให้นำตัวผู้ต้องหามาฟ้อง หากผู้ต้องหายังร้องขอความเป็นธรรมมาอีก ให้แยกพิจารณาโดยไม่ต้องรอฟังผลร้องขอความเป็นธรรม (เพราะร้องมาจนคนด่าแล้ว)

 

เป็นครั้งเดียวที่อัยการสูงสุด ‘สั่งยุติเรื่องร้องขอความเป็นธรรม’ ด้วยตัวเอง

 

ครั้งที่ 13 วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561

อัยการสูงสุด: เข็มชัย ชุติวงศ์

รองอัยการสูงสุด: วัฒนชัย คุ้มวงศ์ดี

เรื่อง: ขอให้สอบสวนสมาชิก สนช. ในประเด็นที่บอสร้องขอความเป็นธรรมต่อคณะกรรมาธิการ

ผล: ยุติเรื่อง

 

ครั้งที่ 14 วันที่ 7 ตุลาคม 2562

อัยการสูงสุด: วงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์

รองอัยการสูงสุด: เนตร นาคสุข

เรื่อง: ขอให้สอบ พล.อ.ท. จักกฤช ถนอมกุลบุตร และจารุชาติ มาดทอง ประเด็นความเร็วในขณะขับขี่รถยนต์ของบอส

ผล: “ได้เรื่อง!”

 

“ยุครองอัยการสูงสุด เนตร นาคสุข ผู้ร้องยังคงใช้พยานหลักฐานเดิมที่รองอัยการสูงสุดคนก่อนๆ เคยมีคำสั่งยุติเรื่องร้องขอความเป็นธรรมไปแล้วก่อนหน้านั้น รวมเบ็ดเสร็จ 13 ครั้งติดต่อกัน

 

“แต่ครั้งนี้ได้ผล รองอัยการสูงสุด เนตร นาคสุข ได้ใช้พยานหลักฐานเดิมที่เคยถูกตีตกไปตั้งแต่ 13 ครั้งก่อนกลับมาใช้ใหม่ในครั้งที่ 14 โดยมีความเห็นว่าผู้ต้องหาไม่ได้ขับรถเร็ว แต่รถจักรยานยนต์ของดาบวิเชียรเปลี่ยนเลนกะทันหัน ทำให้บอสเบรกรถไม่ทัน เป็นเหตุให้ชนท้าย 

 

“กรณีที่เกิดขึ้นจึงเป็นเหตุสุดวิสัย ไม่ใช่เกิดจากความประมาท ปราศจากความระมัดระวัง คดีมีพยานหลักฐานไม่พอฟ้อง จึงสั่งไม่ฟ้องบอส ฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 

 

“เรื่องจึงจบเอวังด้วยประการฉะนี้ แต่สถาบันอัยการเสียหายจบเห่ไปด้วย 

 

“แม้อัยการสูงสุดจะรอด แต่รองเนตรใช้ดุลพินิจรอบคอบอย่างไร เชิญวิพากษ์วิจารณ์ตามสบาย 

 

“ผมเอามาเล่าให้ฟัง เพราะไม่เคยมีใครทำให้เข้าใจว่าเหตุร้องขอความเป็นธรรมรวมทั้งสิ้น 14 ครั้ง ตีตกไป 13 ครั้ง แต่ครั้งที่ 14 ดุลพินิจของอัยการได้เปลี่ยนไป ทั้งๆ ที่พยานหลักฐานปรากฏเป็นของเดิมมาก่อนแล้วโดยทั้งสิ้น

 

“เรื่องนี้จึงอยู่ที่ดุลพินิจของใครจะเห็นอย่างไร แม้ว่าจะยืนยันอยู่อย่างเดียวว่า “ทุกเรื่องอยู่ในสำนวน ไม่ได้พิจารณานอกสำนวนแต่อย่างใด” 

 

“จริงๆ น่าจะบอกไปเลยว่าอัยการคนอื่นใจไม่ถึงเท่ากับรองอัยการ เนตร นาคสุข ที่ท่านกล้า ‘สั่งไม่ฟ้อง’ 

 

“ต้องยอมรับว่าท่านใจถึงพึ่งได้ ของแท้ แน่นอน”

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

ดูข่าวต้นฉบับ