ชีวิต ‘บาลานซ์’ ในยุค 2020 - เพจ Beautiful Madness by Mafuang

TOP PICK TODAY เผยแพร่ 21 ม.ค. เวลา 07.49 น. • เพจ Beautiful Madness by Mafuang

‘ฉันไม่เลือกถามคนไข้เกี่ยวกับการดูแลตัวเอง (self-care) หรอก’ อาจารย์ที่ปรึกษาพูดกับเรา 

ตอนแรกเราก็งง แล้วอย่างนี้เราจะทำให้คนไข้รู้สึกดีขึ้นได้อย่างไร

‘คุณลองคิดดูนะ ถ้ามีนักศึกษาเข้ามาบ่นกับคุณว่า ทำไงดี มีโปรเจคยังทำไม่เสร็จตั้ง 3 งาน เครียดไปหมดแล้ว แล้วคุณเกิดไปบอกเด็กให้ ดูแลตัวเองซะบ้างนะ เด็กคนนั้นก็จะเดินออกจากห้องบำบัดไป ด้วยความรู้สึกเหมือนโดนซ้ำเติม แทนที่จะมีคนเข้าใจ กลายเป็นยิ่งห่อเหี่ยว ว่างานเราก็รับผิดชอบไม่ดี ดูแลตัวเองเราก็ทำไม่ได้ ชีวิตนี้เรามีแต่ความล้มเหลวรอบด้าน‘

ฟังแล้วก็ เออ จริงแฮะ เด็กคนนั้นคงเจอแต่คนรอบข้างที่มองเขาเป็นคนเหลวแหลกกับหลายสิ่งพอแล้ว เราคงไม่อยากเป็นหนึ่งในนั้นที่ร่วมชี้นิ้วสั่งเขาว่าควรทำอะไร

บางครั้ง การรับฟังจากใจและร่วมเดินทางไปกับความเหลวแหลกของใครสักคน ให้ค่ากับทุกการกระทำที่เขาตั้งใจลงมือทำ เพื่อให้เขารับรู้ว่ามีใครคนหนึ่งมองเห็นและรับรู้ถึงตัวตนเขาอยู่ – ความเสียศูนย์ก็จะค่อยๆ เด้งกลับมาจนเกือบๆ จะสมดุลได้ 

แม้จะยาก แต่ก็สามารถเกิดขึ้นได้จริง

.

.

.

ปี 2020 แล้ว แน่นอน ชีวิตของเราๆ ก็น่าจะยุ่งวุ่นวายพอๆ กับตัวอย่างข้างต้นนั่นแหละ แล้วความบาลานซ์ หรือสมดุลชีวิตที่ลงตัวมันจะหน้าตาประมาณไหนกันนะ?

• บาลานซ์ ที่ไม่ได้แปลว่า การเท่ากันเป๊ะ

Work-life balance หรือความสมดุลของชีวิตส่วนตัวและชีวิตการงาน แต่ละคนให้น้ำหนักสองอย่างนี้ไม่เท่ากัน และมันยากแสนยากที่จะแบ่งสองส่วนนี้ 50-50 พอดี 

หลายคนเขาก็ไม่ได้รู้สึกว่า หากแบ่งชีวิตการงานให้เท่ากันกับชีวิตส่วนตัวเป๊ะ แล้วมันจะถึงจุดสมดุล บางคนเขาต้องการให้ชีวิตเทไปให้การงานมากกว่าด้วยซ้ำ เราจำได้ เคยมีสื่อไปสัมภาษณ์พระเอกหนุ่มซันนี่ เขาบอกประมาณว่า ‘การทำงานของผมก็คือการพักผ่อน เพราะผมกำลังทำสิ่งที่ผมรักและมีความสุขอยู่’ ได้ยินแล้ว รู้สึกเป๊ะเลย คนบางคนเลือกที่จะสร้างตัวตนและคุณค่าของตัวเองผ่านงาน และนั่นคือสิ่งที่เขามอบหัวใจหลักโฟกัสทุ่มไปให้ หากน้ำหนักมันจะเทไปทางการ ทำงาน มากกว่า เวลาส่วนตัว เยอะหน่อยในสายตาคนอื่น แต่หากมันเหมาะเจาะสำหรับคนๆ นั้น นั่นก็คือความสมดุลของเขา

• ผ่อนคลาย หรือขี้เกียจ?

หากรู้ว่าเรากำลังพักอยู่ จับสังเกตตัวเองให้ได้ ว่านี่เรากำลัง ‘ผ่อนคลาย’ หรือ ‘ขี้เกียจ’ อยู่นะ?

ความแตกต่างสำคัญคงเป็น การผ่อนคลายนั้น เป็นการชาร์จพลัง ที่เมื่อใช้เวลาอยู่ในช่วงผ่อนคลายแล้ว สักพักเราจะค่อยๆ รู้สึกเติมเต็มและรู้สึกมีแรงบันดาลใจทำอะไรใหม่ๆ ต่อ หากแต่ความขี้เกียจนั้น เป็นการดูดพลัง ที่เมื่ออยู่ในช่วงเวลาขี้เกียจไปเรื่อยๆ ก็จะเริ่มแห้งเหี่ยว จากความรู้สึกมีไฟ อยากลุกไปทำอะไรสร้างสรรค์ต่อ กลายเป็นหมดไฟ และ แช่ อยู่อย่างนั้น

• ทุกอย่างนั้นเชื่อมกัน

หนึ่งสิ่งที่เห็นได้ชัดเลยก็คือ ร่างกาย – สมอง – จิตใจ เชื่อมต่อถึงกันหมดเลย เครียดมากๆ ก็ลดความสามารถของเราในการคิดคำนึงถึงสิ่งต่างๆ แล้วยังลามไปสุขภาพกายที่อาจเป็นไข้ นอนไม่หลับ บางคนก็ท้องเสีย ลำไส้แปรปรวน หรือบางครั้งที่เราป่วยกายนอนโทรมไม่เป็นอันทำอะไร ก็เกิดความวิตกกังวล จนบั่นทอนสุขภาพใจ

.

.

.

บาลานซ์ 2020 ก็น่าจะเป็นการสังเกตสัญญาณเตือนไม่ว่าจะเป็นทางกาย หรือทางใจ ว่าหากมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งเริ่มผิดปกติ มันก็จะต้องคุกคามไปด้านอื่นในชีวิตเราได้ง่ายๆ จากนั้นก็ค่อยๆ พยายามปรับให้เกิดสมดุลในจุดที่ใช่ จากคุณค่าที่เรายึด ตามสไตล์ของเราให้มากที่สุด

ติดตามบทความใหม่จากเพจ Beautiful Madness by Mafuang ได้ทุกวันอังคารบน LINE TODAY