ชาว Windows เลือกใช้ Virtual Machine ตัวไหนดี? ระหว่าง VirtualBox, VMWare และ Hyper-V

Thaiware อัพเดต 16 ต.ค. 2562 เวลา 10.00 น. • เผยแพร่ 16 ต.ค. 2562 เวลา 10.00 น. • moonlightkz
ชาว Windows เลือกใช้ Virtual Machine ตัวไหนดี? ระหว่าง VirtualBox, VMWare และ Hyper-V
Virtual Machine มีให้เลือกใช้งานอยู่หลายตัว แต่จะเลือกตัวไหนดี เราลองมาหาคำตอบกันดีกว่า

VirtualBox, VMWare และ Hyper-V เลือกอะไรดี?

บนคอมพิวเตอร์ มีซอฟต์แวร์ประเภทหนึ่งที่เรียกว่า Virtual Machine มันใช้สำหรับจำลองระบบคอมพิวเตอร์ ขึ้นมาภายในคอมพิวเตอร์อีกทีหนึ่ง ซึ่งระบบจำลองนี้สามารถทำงานอย่างอิสระ ติดตั้งระบบปฏิบัติการชนิดอื่นๆ ลงไปได้ อย่างเช่นลง Linux บน Virtual Machine ในคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows เป็นต้น หรือจะติดตั้ง Windows หลายเวอร์ชันลงในคอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียวเพื่อใช้ทดสอบโปรแกรม เป็นต้น

ชาว Windows เลือกใช้ Virtual Machine ตัวไหนดี? ระหว่าง VirtualBox, VMWare และ Hyper-V


ภาพจาก https://www.freepik.com/free-vector/programmer-working-isometric-style_4911001.htm#page=1&query=virtual%20machine&position=47

ซอฟต์แวร์สำหรับทำ Virtual Machine มีให้เลือกอยู่หลายตัว แต่ที่นิยมมากที่สุดบน Windows 10 เห็นจะมีอยู่เพียง 3 ตัว เท่านั้น คือ VirtualBox, VMWare และ Microsoft Hyper-V (ที่มาพร้อมกับ Windows 10) แล้วจะเลือกใช้งานตัวไหนดี หรือทั้งสามโปรแกรมนี้แตกต่างกันอย่างไร ลองมาหาคำตอบกัน

ทำความรู้จักกับ Hypervisor กันก่อน

ก่อนที่จะไปเลือก เราควรรู้ก่อนว่า แม้ VirtualBox, VMware Workstation Player และ Hyper-V จะสามารถสร้างระบบจำลองภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ แต่มันก็มีรูปแบบการทำงานที่แตกต่างกันอยู่นะ เพราะ Virtual machines ต้องพึ่งพาซอฟต์แวร์ที่เรียกว่า Hypervisors ในการติดตั้ง และทำงาน ซึ่งมันมีอยู่ 2 รูปแบบ คือ Type 1 Hypervisor และ Type 2 Hypervisor

Hypervisors เป็นเสมือนแพลตฟอร์มของ Virtual machine มันมีส่วนสำคัญที่จำเป็นต้องใช้ในการจัดสรรทรัพยากรระหว่างระบบจำลองที่ถูกสร้างขึ้นมา กับฮาร์ดแวร์ของเครื่องคอมพิวเตอร์หลัก เช่น หน่วยความจำ และพลังประมวลผล ในการทำงานต่างๆ

Type 1 Hypervisor

Type 1 hypervisor หรือ Bare-metal hypervisor ทำงานบนฮาร์ดแวร์ของเครื่องหลักโดยตรง เหมือนเป็นระบบปฏิบัติการตัวหนึ่งเลย ทำให้ทำงานได้ลื่นกว่า เร็วกว่า แต่มีข้อเสียตรงต้องใช้ระบบคอมพิวเตอร์ที่แรงหน่อย และการปรับแต่งค่าต่างๆ ต้องอาศัยความรู้ ความชำนาญค่อนข้างสูง

VMWare ESX, vSphere, Citrix XenServer และ Oracle VM พวกนี้ถือเป็น Type 1 Hypervisors

Type 2 Hypervisor

Type 2 Hypervisor จะติดตั้งบนระบบปฏิบัติการ (เช่น Windows, macOS, Linux) เสมือนเป็นโปรแกรมตัวหนึ่งภายในเครื่อง การทำงานของมันจะใช้ฮาร์ดแวร์ร่วมกับเครื่องหลักเช่นกัน แต่ว่าคำสั่งทั้งหมดจะถูกสั่งผ่านระบบปฏิบัติการของเครื่องหลักอีกที ซึ่งทำให้มีอาการหน่วงอยู่เล็กน้อย

VirtualBox, VMware Workstation และ VMware Workstation Player พวกนี้ถือเป็น Type 2 Hypervisors

ชาว Windows เลือกใช้ Virtual Machine ตัวไหนดี? ระหว่าง VirtualBox, VMWare และ Hyper-V

แล้ว VirtualBox, VMware Workstation Player และ Hyper-V แตกต่างกันอย่างไร?

ตอนนี้เราน่าจะเข้าใจความแตกต่างระหว่าง Hypervisor ทั้งสองแบบกันแล้ว ต่อไป เรามาเจาะลึกลงไปอีกหน่อยถึงข้อจำกัด ข้อดี ข้อเสีย ของทั้งคู่

ความสะดวกในการใช้งาน

Hyper-V นั้นถูกรวมเอาไว้ใน Windows 10 Pro,  Education และ Enterprise (ไม่มีใน Windows 10 Home) โดยปกติแล้วคุณสมบัตินี้จะถูกปิดไว้ แต่สามารถเปิดใช้งานได้ง่ายๆ ผ่าน Windows Features หรือไม่ก็ใช้ PowerShell command (Admin)

  ใช้คำสั่ง : Enable-WindowsOptionalFeature -Online -FeatureName Microsoft-Hyper-V -All

เมื่อเราเปิดใช้งานแล้ว เราจะสามารถใช้งาน Hyper-V Manager ได้ ซึ่งการสร้างระบบจำลอง Virtual machine ผ่านตัวจัดการนี้เหมือนจะไม่ยาก เนื่องจากมันมีตัวช่วยเหลือให้การแนะนำในการตั้งค่าให้ด้วย แต่ด้วยความอัตโนมัตินี้ หากเราไม่มีความรู้ในด้านนี้เลย เป็นเรื่องง่ายมากที่จะทำให้ระบบจำลองที่เราสร้างขึ้นมาล้มเหลว หรือเกิดข้อผิดพลาด (Error) เมื่อเราพยายามเรียกใช้งาน

ชาว Windows เลือกใช้ Virtual Machine ตัวไหนดี? ระหว่าง VirtualBox, VMWare และ Hyper-V


ภาพจาก https://www.nextofwindows.com/how-to-enable-configure-and-use-hyper-v-on-windows-10

ส่วน VirtualBox และ VMware Workstation Player จะมีตัวช่วย (Wizard) สำหรับสร้างระบบจำลอง ซึ่งจะให้คำแนะนำการตั้งค่าต่างๆ ให้เราเสร็จสรรพ พร้อมกับมีทางเลือกในการตั้งค่าต่างๆ ให้ตรงกับความต้องการของเราเลย ทำให้ระบบจำลองสามารถทำงานได้ค่อนข้างแน่นอนอย่างไม่ต้องลุ้น

ชาว Windows เลือกใช้ Virtual Machine ตัวไหนดี? ระหว่าง VirtualBox, VMWare และ Hyper-V

ประสิทธิภาพ

ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของ Virtual machine อยู่ที่ฮาร์ดแวร์เป็นหลัก แต่ Virtual machine ที่เราเลือกใช้ก็มีส่วนด้วย

จากการทดสอบสร้างระบบจำลอง Lubuntu บนคอมพิวเตอร์สเปคดังนี้ ซีพียู Intel i5-3570K, แรม 16GB และการ์ดจอ Nvidia GTX 1070 ซึ่งเป็นสเปคที่ค่อนข้างธรรมดา

ผลออกมาพบว่า VirtualBox ทำงานได้ช้าที่สุด หากคอมพิวเตอร์ของคุณค่อนข้างแรง คุณจะไม่รู้สึกว่ามันมีอาการสะดุดสักเท่าไหร่ แต่บนคอมพิวเตอร์ที่สเปคต่ำ VirtualBox ให้ประสบการณ์ด้านการใช้งานที่ไม่ดีเท่าไหร่นัก ในขณะที่ VMware Workstation Player สามารถทำงานได้ลื่นกว่าอย่างเห็นได้ชัด บนคอมพิวเตอร์สเปคเดียวกัน

ส่วน Hyper-V สามารถทำงานได้ดี และลื่นที่สุด ซึ่งไม่น่าแปลกเนื่องจากมันทำงานบน BIOS โดยตรง ไม่ได้ผ่านการสั่งงานผ่านซอฟต์แวร์อีกที (ทั้งนี้ เราต้องเปิดใช้งาน Hyper-V Virtualization ด้วย)

วิธีปิด Hyper-V Virtualization ชั่วคราว

มีรายงานจากผู้ใช้ระบุว่าเมื่อเปิด Hyper-V Virtualization จะส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการเล่นเกม (แม้ว่าจะไม่มีการใช้งาน Virtual machine อยู่ก็ตาม)

หากเรารู้สึกแบบนั้น สามารถปิด Hyper-V Virtualization ได้ด้วยการใช้คำสั่ง

bcdedit /set hypervisorlaunchtype off ใน Command Prompt (Admin) แล้ว Restart เครื่อง

เมื่อต้องการเปิดอีกครั้งก็ใช้คำสั่ง bcdedit /set hypervisorlaunchtype on แล้ว Restart เครื่องอีกที

คุณสมบัติในการใช้งาน

หากสเปคไม่ใช่ปัญหา ตัวช่วยในการตัดสินใจถัดมาก็ต้องมาดูที่คุณสมบัติแล้วล่ะ ซึ่งแต่ละตัวก็จะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน

Snapshots และ Checkpoints

แม้ชื่อเรียกจะแตกต่างกัน แต่ Snapshots ของ VirtualBox และ Checkpoints ของ Hyper-V นั้นมีความสามารถที่ไม่แตกต่างกัน มันเป็นคุณสมบัติที่จะจดจำสถานะการทำงานของ Virtual machine ในขณะนั้นเอาไว้ เราสามารถเปิดเรียกสถานะการทำงานที่ถูกบันทึกเอาไว้ได้แม้ระบบจำลองจะถูกปิดลงไปแล้ว

น่าเสียดายที่ คุณสมบัตินี้ไม่มีใน VMware Workstation Player เราทำได้แค่หยุดการทำงานระบบเพียงชั่วคราว และทำต่อสิ่งที่ค้างเอาไว้ได้ แต่ไม่สามารถบันทึกข้อมูลสถานะการทำงานของ Virtual machine เอาไว้เปิดใหม่ภายหลังได้

ชาว Windows เลือกใช้ Virtual Machine ตัวไหนดี? ระหว่าง VirtualBox, VMWare และ Hyper-V


ภาพจาก https://www.vembu.com/blog/managing-hyper-v-virtual-machine-checkpoints/

แชร์ไฟล์

ซอฟต์แวร์ทั้งสามตัวรองรับการ "ลาก และวาง" ไฟล์ระหว่างเครื่องหลัก และเครื่องที่ถูกจำลองขึ้นมา ถึงแม้ว่า Windows 10 Hyper-V จะมีขั้นตอนการตั้งค่าแชร์ไฟล์ที่ยุ่งยากกว่าอีกสองค่ายนิดหน่อยก็ตาม

โหมด Seamless

Seamless Mode เป็นโหมดในการทำงานของ Virtual Machine ที่ช่วยให้การใช้งานสะดวกสบายขึ้นมาก โดยจะทำให้ระบบจำลองที่เราสร้างขึ้นมา เหมือนเป็นหน้าต่างของโปรแกรมปกติทั่วไป เราสามารถลากเมาส์ข้ามหน้าต่างไปมาระหว่างเครื่องจำลอง กับเครื่องหลัก หรือ Copy&Paste ข้ามไปมาได้อย่างง่ายๆ 

อย่างไรก็ตามคุณสมบัตินี้มีแค่ใน VirtualBox และ VMware Workstation Player เท่านั้น Windows 10 Hyper-V ไม่มีให้ใช้งาน

Virtual Machine Encryption

สำหรับผู้ที่ต้องการเข้ารหัส (Encrypt) ระบบจำลองเพื่อความปลอดภัย ซอฟต์แวร์ทั้งสามตัวสามารถทำได้หมดนะ โดย

  • VMware Workstation Player สามารถทำ Encrypt ได้โดยไม่ต้องติดตั้งอะไรเพิ่ม
  • VirtualBox ต้องติดตั้ง VirtualBox Guest Additions เพิ่มเติม
  • Hyper-V ใช้ BitLocker ของ Microsoft ในการ Encrypt

ระบบปฏิบัติการที่สามารถจำลองได้

Windows 10 Hyper-V มีข้อจำกัดตรงที่รองรับการจำลองระบบปฏิบัติการ Windows, Linux และ FreeBSD แต่ไม่รองรับ macOS

ขณะที่ VirtualBox และ VMware Workstation Player รองรับระบบปฏิบัติการเกือบทุกประเภท รวมถึง macOS ด้วย (แต่ก็มีขั้นตอนในการติดตั้งที่ยุ่งยากนิดนึงนะ)

ราคา

ซอฟต์แวร์ทั้งสามตัวสามารถใช้งานได้ฟรี อย่างไรก็ตาม Windows 10 Hyper-V ฟรี เฉพาะผู้ใช้ Windows 10 ที่ไม่ใช่เวอร์ชัน Home

สุดท้ายแล้ว เลือกใช้งานตัวไหนดี

หากคุณมีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูง และใช้ Windows 10 Pro, Education หรือ Enterprise คุณสามารถเลือกใช้งานซอฟต์แวร์ตัวไหนก็ได้ที่คุณชอบ

แต่หากคอมพิวเตอร์ของคุณไม่ได้แรงมาก VMware Workstation Player น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เนื่องจากใช้ทรัพยากรเครื่องในการทำงานต่ำสุด และรองรับฮาร์ดแวร์ค่อนข้างเยอะ

ดูข่าวต้นฉบับ