ชาวบ้านชุมพรผนึกกำลัง 4 พรรคการเมืองเตะโด่งเขื่อนท่าแซะ

ไทยโพสต์ อัพเดต 23 ก.ย 2562 เวลา 08.08 น. • เผยแพร่ 23 ก.ย 2562 เวลา 08.08 น. • ไทยโพสต์

23 ก.ย.62 - สมัชชาคนจน  จัดกิจกรรมเวทีสัญจร พรรคการเมืองฟังเสียงคนจน” ครั้งที่ 3  ตอน “การแย่งชิงทรัพยากรจากคนจน กรณีปัญหาโครงการก่อสร้างเขื่อนท่าแซะ  ณ ศูนย์กลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำท่าแซะ  บ้านร้านตัดผม  ต.สองพี่น้อง  อ.ท่าแซะ  จังหวัดชุมพร  เพื่อให้ตัวแทนพรรคการเมือง ร่วมรับฟังปัญหาโครงการก่อสร้างเขื่อนท่าแซะ จ.ชุมพรโดยมีผู้แทนพรรคการเมือง 4 พรรค  จากรัฐบาลและฝ่ายค้าน เข้าร่วมพูดคุยและรับฟังปัญหา  ประกอบด้วย  ผู้แทนพรรคประชาธิปัตย์ นายศิริศักดิ์ อ่อนละมัย อดีต ส.ส.จังหวัดชุมพร  ผู้แทนพรรคชาติไทยพัฒนา นายสมยศ หนูหนอง หัวหน้าสาขาพรรคชาติไทยพัฒนา  จังหวัดนครศรีธรรมราช  และนายสามารถ  ศักดิ์แก้ว  ผู้ช่วย ส.ส. ธีระ  วงค์สมุทร ผู้แทนพรรคอนาคตใหม่  นายสมชาย ฝั่งชลจิตร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ผู้แทนพรรคประชาชาติ  คุณสุพจน์ อาวาส โฆษกพรรค  คุณมนตรี  นายบุญจรัส  รองโฆษก และนางอนงค์ ล่อใจ กรรมการบริหารพรรค 

นายพิชัย  จันทร์ช่วง  ตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำท่าแซะ ได้นำเสนอปัญหาโครงการก่อสร้างเขื่อนท่าแซะ โดยระบุว่าโครงการก่อสร้างเขื่อนท่าแซะ เป็นโครงการที่มีมายาวนานนับตั้งแต่มีพายุเกย์ เมื่อปี พ.ศ. 2532 โดยเป็นแผนงานป้องกันอุทกภัยจังหวัดชุมพร โครงการดังกล่าวไม่ได้มีกระบวนการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ หากมีการสร้างเขื่อนท่าแซะ จะมีชาวบ้านได้รับผลกระทบอย่างน้อย 3 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านห้วยทรายขาว บ้านห้วยใหญ่ และบ้านร้านตัดผม มีประชาชนเดือดร้อนกว่า 500 ครัวเรือน ปัจจุบันโครงการก่อสร้างเขื่อนท่าแซะอยู่ในแผนการก่อสร้างของกรมชลประทาน  ทำให้ชาวบ้านอยู่อย่างหวาดผวา 

นายวิโรจน์  ชูกลาง  ตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำท่าแซะ เล่าว่าปี 2551 มีมติคณะรัฐมนตรีห้ามมิให้กรมชลประทานดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับเขื่อนท่าแซะ จนกว่าจะมีการศึกษาความเหมาะสมของโครงการแบบบูรณาการ ตามข้อตกลงของสมัชชาคนจนและกระทรวงเกษตรและสหการณ์ในขณะนั้น แต่เมื่อปี 2561 ในการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร มีการเรียกร้องให้มีการสร้างเขื่อนท่าแซะ จากสภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม สมาคมธนาคาร และองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร ทำให้ความเดือดร้อนของชาวบ้านกลับมาอีกครั้ง

นางวัชรี  จันทร์ช่วง ตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำท่าแซะ กล่าวว่า  กว่าชาวบ้านจะมีความเป็นอยู่อย่างทุกวันนี้ ชาวบ้านเริ่มต้นจากศูนย์หลังพายุเกย์ จนตอนนี้ส่งลูกหลานเรียนหนังสือจบปริญญา โครงการก่อสร้างเขื่อนท่าแซะไม่เป็นประโยชน์ของใคร  แก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้จริงหรือไม่ หรือต้องการนำน้ำไปใช้ในอุตสาหกรรม  แม้มีมติ ค.ร.ม. ให้ชะลอโครงการเพื่อให้ศึกษาข้อมูลให้รอบด้าน แต่ก็ยังมีเจ้าหน้าที่เข้ามาในพื้นที่ สร้างความหวั่นวิตกให้ชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก

ภายหลังจากได้รับฟังสถานการณ์ปัญหาโครงการก่อสร้างเขื่อนท่าแซะ จ.ชุมพร  จากตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำท่าแซะแล้ว  ผู้แทนพรรคการเมืองพรรคต่างๆ ได้แสดงความเห็นภายใต้หัวข้อ “ในฐานะพรรคการเมืองของท่านที่มี ส.ส. ในสภาผุ้แทนราษฎร และเป็นฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านจะแก้ไขปัญหาชาวบ้าน อย่างไร” นายศิริศักดิ์ อ่อนละมัย อดีต ส.ส. จังหวัดชุมพร ผู้แทนพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ปัญหาความไม่แน่ชัดในการสร้างเขื่อนท่าแซะ ทำให้ชาวบ้านด้านบนและด้านล่างทะเลาะกัน พอน้ำท่วมชาวบ้านด้านล่างก็ไปกดดันผู้ว่าราชการจังหวัดให้สร้างเขื่อน ทำให้คนด้านบนเดือดร้อนก็ไปกดดันผู้ว่าราชการจังหวัดว่าไม่เอาเขื่อน เมื่อตนสอบถามชลประทานก็ไม่เคยได้รับคำตอบที่ชัดเจนสักครั้งว่าจำเป็นจริงหรือไม่ในการสร้างเขื่อนท่าแซะ ดังนั้น เมื่อข้อมูลไม่ชัดเจนก็ไม่ควรสร้าง ในความเห็นซึ่งจะนำเสนอข้อมูลไปยังหัวหน้าพรรคเพื่อแก้ปัญหานี้คือ 1.เสนอให้ยกเลิกโครงการเพราะยังไม่มีเหตุผลความจำเป็น 2. ต้องมีการเจรจากันระหว่างคนด้านบน และคนด้านล่างโดยมีตัวแทนรัฐบาลมาเป็นคนกลาง เพื่อให้มีข้อมูลที่ถูกต้องตรงกัน

ด้านนายสมชาย ฝั่งชลจิตร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ผู้แทนพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ปัญหาทั้งหมดที่เขื่อนท่าแซะกลับมาอีกครั้ง คือ การเรียกร้องให้มีการสร้างเขื่อนในการประชุม ค.ร.ม.สัญจรที่จังหวัดชุมพร เมื่อปี 2561 เป็นข้อเรียกร้องจากกลุ่มธุรกิจ คือสภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม สมาคมธนาคาร และองค์การบริหารส่วนจังหวัด เป็นการแย่งชิงทรัพยากร กลุ่มธุรกิจพยายามจะทำระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ และต้องหาแหล่งน้ำรองรับ เช่นนี้ คือ การไม่สนใจคนจน ไม่สนใจพี่น้อง มองไม่เห็นคนจน  การต่อสู้ของพี่น้องต้องร่วมกันระหว่างประชาชนและพรรคการเมืองในสภา ตนเองในฐานะผู้แทนราษฎร ก็จะนำเสนอการแก้ไขปัญหาในระบบสภา การทำงานในสภา คือ การรับความเดือดร้อนของพี่น้องไปหาวิธีแก้ไข การสร้างเขื่อนไม่แก้ปัญหาน้ำท่วม หรือปัญหาภัยแล้ง พี่น้องต้องร่วมมือกันกับฝ่ายการเมืองเพื่อฝ่าฟันปัญหาไปด้วยกัน 

ขณะที่นายสมยศ หนูหนอง หัวหน้าสาขาพรรคชาติไทยพัฒนา จังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้แทนพรรคชาติไทยพัฒนา  กล่าวว่า  พี่น้องในพื้นที่ยังรักษาและอนุรักษ์ทรัพยากร เพราะไม่เช่นนั้นคงย้ายถิ่นตั้งแต่มีพายุเกย์ แต่ตอนนี้ได้สร้างฐานะ ความเป็นอยู่ในชุมชน มีโรงเรียน มีวัด มีต้นทุนในการพัฒนา การแก้ปัญหา 30 ปีที่ผ่านมา การสร้างเขื่อนท่าแซะ ไม่ใช่คำตอบของพี่น้องท่าแซะและชุมพร  ตนเองในฐานะตัวแทนพรรครับข้อมูลตรงนี้ และนำเสนอเพื่อให้มีการดำเนินงานโดยเร็ว

นายสุพจน์ อาวาส  โฆษกพรรคประชาชาติ ผู้แทนพรรคประชาชาติ  กล่าวว่า ในฐานะตัวแทนฝ่ายค้านจะนำเรื่องเข้าสภาเมื่อมีการเปิดประชุมในวาระแรก และจะขอให้มีตัวแทนพื้นที่ไปยื่นหนังสือต่อตัวแทนพรรคฝ่ายค้าน 7 พรรค ในวันพฤหัสบดีแรกของการเปิดประชุม โดยพรรคฝ่ายค้านจะเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการเดินทาง การประสานงานทั้งหมด เพื่อให้แน่ใจว่าปัญหาของชาวบ้านจะได้รับการแก้ไข และถ้าในเวลาที่เหมาะสมจะเชิญตัวแทนพรรคฝ่ายค้านมาลงพื้นที่ที่ท่าแซะอย่างเพื่อพบกับพี่น้องประชาชน.

ดูข่าวต้นฉบับ