ชายที่ขับกระบะปาดหน้ารถพยาบาล หอบกระเช้าเข้าขอโทษ รพ.แล้ว อ้างตกใจเสียงรถ

ช่อง 7 อัพเดต 14 พ.ย. 2562 เวลา 08.45 น. • เผยแพร่ 14 พ.ย. 2562 เวลา 08.45 น. • Ch7
ชายที่ขับกระบะปาดหน้ารถพยาบาล หอบกระเช้าเข้าขอโทษ รพ.แล้ว อ้างตกใจเสียงรถ
ชายที่ขับกระบะปาดหน้ารถพยาบาล หอบกระเช้าเข้าขอโทษ รพ.แล้ว อ้างตกใจเสียงรถ

เป็นคลิปวิดีโอที่พยาบาล โรงพยาบาลพาน จังหวัดเชียงราย บันทึกไว้ ขณะอยู่ในรถพยาบาลฉุกเฉินซึ่งกำลังนำผู้ป่วย จากโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ไปส่งที่ โรงพยาบาลพาน จู่ๆ มีกระบะสีดำ ขับมาปาดหน้าแล้วจอดขวางรถพยาบาลฉุกเฉิน ก่อนที่ผู้ชายสวมเสื้อสีเขียวคนขับรถกระบะจะลงจากรถเดินตรงเข้ามาหาเรื่อง
เจ้าหน้าที่พยายามชี้แจงว่าในรถมีผู้ป่วยมาด้วย กำลังจะนำตัวส่งโรงพยาบาลพาน แต่ชายคนดังกล่าวไม่ยอมฟัง ยืนโต้เถียงอยู่นานหลายนาที จากนั้นมีผู้ชายสวมเสื้อสีส้ม ที่นั่งรถกระบะมาด้วยเดินลงมาถามเจ้าหน้าที่ว่าในรถมีคนป่วยมาด้วยจริงไหม ซึ่งเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าในรถมีผู้ป่วยมาด้วยถึงต้องเปิดไฟฉุกเฉินขอทาง แต่ผู้ชาย2คนไม่ยอมเชื่อจนเจ้าหน้าที่ต้องเปิดรถพยาบาลฉุกเฉินให้ดูว่าผู้ป่วยอยู่ด้านใน
หลังจากเจ้าหน้าที่เปิดรถให้ดูว่ามีคนป่วยอยู่ด้านในจริง ชาย 2 คน ยังไม่ยอม ยืนโต้เถียงกันนานกว่า 4 นาที ก่อนจะยอมจบเรื่องแล้วขับรถออกไป
โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นช่วงกลางดึก เมื่อคืนที่ผ่านมา (13 พ.ย.) บริเวณถนนย่าน ตำบลบัวสลี อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่รถพยาบาลฉุกเฉินโรงพยาบาลพานได้บันทึกคลิปวิดีโอนี้เป็นหลักฐานว่าชายทั้ง 2 คนกระทำผิด จนโลกออนไลน์แชร์คลิปวิดีโอตามล่าตัวผู้ก่อเหตุ
กระทั่งมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งเข้ามาแสดงความคิดเห็น ระบุว่าตนเองเป็นเจ้าของรถกระบะ ซึ่งคนขับรถเป็นพ่อของเขา และขอโทษกับสังคมที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้โดยจะติดต่อพ่อให้ออกมาขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ล่าสุดช่วงเช้าที่ผ่านมา ผู้บริหารโรงพยาบาลพานได้มีการประชุมเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้แล้ว โดยคนขับรถกระบะสีดำผู้ก่อเหตุ ได้นำกระเช้าดอกไม้เข้ามาขอโทษยอมรับผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนสาเหตุเขาอ้างว่าตกใจเสียงรถพยาบาลฉุกเฉินเท่านั้น ยืนยันว่าไม่ได้เมาสุรา
โดยหลังจากที่ผู้บริหารโรงพยาบาลพานได้พูดคุยกับชายอายุ 52 ปี คู่กรณีแล้ว ซึ่งมีการชี้แจงสาเหตุที่รถพยาบาลต้องเปิดไฟฉุกเฉินให้คู่กรณีฟังแล้ว โดยเขาเข้าใจและยอมรับผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางโรงพยาบาลได้ตักเตือนและไม่แจ้งความดำเนินคดี

ดูข่าวต้นฉบับ