ชวน หลีกภัย สั่งหาทางป้องกันหลังเกิดไฟฟ้าดับที่รัฐสภา

TNN ช่อง16 อัพเดต 14 ส.ค. เวลา 08.30 น. • เผยแพร่ 14 ส.ค. เวลา 08.30 น. • TNN Thailand
ชวน หลีกภัย สั่งหาทางป้องกันหลังเกิดไฟฟ้าดับที่รัฐสภา
ชวน หลีกภัย สั่งหาทางป้องกันหลังเกิดไฟฟ้าดับที่รัฐสภา และมีส.ว.ติดอยู่ในลิฟท์ จำนวน 2 คน

วันนี้ (14ส.ค.63) การประชุมสภาผู้แทนราษฎร นัดพิเศษวันนี้ มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาญัตติที่ค้างในวาระ กว่า 170 เรื่อง โดยก่อนเข้าสู่วาระพิจารณา นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล)  แจ้งต่อที่ประชุมว่า การนัดประชุมเป็นพิเศษ ตั้งแต่เวลา 09.30 น. ถึง 19.00 น. นั้นต้องการให้การประชุมเป็นไปโดยราบรื่นและเป็นไปด้วยดี แต่ขณะนี้มีการประชุมคณะกรรมาธิการหลายคณะ ทั้งกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 64 และอนุกมธ. อีก 8 คณะ ทำให้ส.ส.ที่นั่งในห้องประชุมมีจำนวนน้อย และช่วงเย็นจะมีส.ส.กว่า 20 คณะเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ  และกรณีที่รัฐสภาไฟดับ เมื่อช่วงเย็นวันที่ วันที่ 13 ส.ค. ขอฝากให้ดูในเรื่องไฟตามทางเดินต่างๆ และลิฟท์ด้วย

ด้านนายชวน ชี้แจงว่า ช่วงไฟดับทราบว่ามีส.ว.ติดอยู่ในลิฟท์โดยสาร จำนวน 2 คน ซึ่งได้ติดตามดูจนจบเรื่อง และตอนค่ำได้รับรายงานจากการไฟฟ้านครหลวงว่าเหตุที่ไฟฟ้าในรัฐสภาดับ เบื้องต้นพบว่าต้นไม้หน้ารัฐสภามาสัมผัสสายไฟทำให้ไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งไม่ใช่ต้นไม้ในสภาฯแต่เป็นต้นไม้ที่อยู่ข้างนอกหน้ารัฐสภา และเมื่อเช้านี้(14 ส.ค.)ก็มีการประชุมภายในอีกครั้งเพื่อเตรียมรับสถานการณ์ อย่างไรก็ตามถือเป็นโชคดีที่ในห้องประชุมสภาฯ มีไฟฟ้าสำรอง จึงทำให้ประชุมกันได้ ซึ่งได้ให้นายสุชาติ โรจน์ทองคำ รองเลขาธิการสภาฯ มารายงานและหารือเพื่อป้องกันเหตุที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้าด้วย

“ความไม่พร้อมมีอยู่ไปถึงสิ้นปี เพราะตามสัญญาก่อสร้าง จะสร้างไปถึงสิ้นปีนี้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาผมร่วมกับเจ้าหน้าที่และบริษัทผู้รับเหมาลงพื้นที่ตรวจสอบความคืบหน้าและปัญหาต่างๆ ทราบว่าบริษัทรับจ้าง ได้เพิ่มคนงาน 4,000 คน เพื่อเร่งงานให้แล้วเสร็จภายในปลายปีนี้” นายชวน กล่าว

เกาะติดข่าวที่นี่

website: www.TNNTHAILAND.com 
facebook : TNNONLINE
facebook live : TNN Live 
twitter : TNNONLINE 
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNONLINE 
Instagram : TNN_ONLINE 
TIKTOK : @TNNONLINE

ดูข่าวต้นฉบับ