ฉีกกรอบเดิมๆ "ขายพวงมาลัย" ธุรกิจรุ่ง  เน้นออกแบบ-ทำตามออร์เดอร์

คมชัดลึกออนไลน์ อัพเดต 04 ส.ค. เวลา 02.43 น. • เผยแพร่ 04 ส.ค. เวลา 02.38 น.

 

การประดิษฐ์มาลัยและดอกไม้ต่างๆ ถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สูงค่าที่นับวันยิ่งหาผู้สืบทอดได้ยาก แต่หากเอ่ยชื่อ “พวงมาลัย ภาณุมาศ” หลายคนรู้จักกันดีในเรื่องมาลัยที่วิจิตรงดงาม ใครเห็นเป็นต้องประทับใจ เหมาะสำหรับนำไปมอบให้กับบุคคลที่รักและเคารพนับถือ ในวาระพิเศษหรือเทศกาลต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันแม่ที่กำลังจะมาถึงในเดือนสิงหาคมนี้

       

 

 

คุณณิชชฎา ทัศนัย หรือ “เอ้” ทายาทรุ่น 2 ที่เข้ามาดูแลกิจการแทนคุณแม่ เล่าว่า ย้อนกลับไปกว่า 20 ปีก่อน ร้านภาณุมาศ ซึ่งเกิดมาพร้อมๆ กับ“ตลาดดอกไม้” ของตลาดสี่มุมเมือง ยังเป็นเพียงร้านที่ขายวัตถุดิบสำหรับทำพวงมาลัย เนื่องจากตนกับคุณแม่เป็นชาวสวนมะลิจากนครสวรรค์ ปัจจุบัน ภาณุมาศ คือ ร้านจำหน่ายมาลัยคล้องมือ หรือมาลัยข้อพระกรอันเลื่องชื่อ ด้วยเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร กลายเป็นสัญลักษณ์ของ ภาณุมาศ ขึ้นแท่นเป็นต้นแบบและเป็นผู้นำเทรนด์พวงมาลัยรูปแบบนี้ให้กับร้านอื่นๆ
       

“คุณแม่เริ่มจากขายส่งวัตถุดิบดอกไม้ พอวัตถุดิบเหลือก็เอามาทำพวงมาลัย ฝึกจากการร้อยมาลัยพวงเล็กๆ สำหรับไหว้พระ ดูจากคนอื่น หัดทำฝึกฝีมือมาเรื่อยๆ จนสามารถทำเป็นพวงมาลัย ขายได้ในที่สุด”  
        

สำหรับคุณเอ้ ได้เข้ามาช่วยคุณแม่ตั้งแต่เรียน จนได้เข้ามาช่วยบริหารงานที่ร้านอย่างเต็มตัวหลังเรียนจบเมื่อปี 2548 ซึ่งเธอเล่าวว่า ขณะนั้นโซเชียลมีเดียต่างๆ เริ่มเข้ามามีบทบาท เริ่มจากไฮไฟว์ มาเป็นเฟสบุ๊ก ซึ่งในช่วงแรก เพียงโพสต์กิจวัตรประจำวันต่างๆ ที่ทำที่ร้านเท่านั้น ยังไม่ได้มีการเปิดขายออนไลน์ แต่พอเพื่อนๆ และคนมาเห็นภาพพวงมาลัยที่โพสต์ ก็เริ่มถาม เริ่มมีการสั่งออร์เดอร์เข้ามา
          

จุดนั้นเองกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ การขายออนไลน์ของภาณุมาศ ที่ไม่จำกัดอยู่เพียงแค่หน้าร้าน แต่ขยายตัวออกไปในวงกว้าง ไปจนถึงลูกค้าในต่างจังหวัดแต่จุดเปลี่ยนสำคัญของภาณุมาศ จริงๆ เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ เธอเล่าว่า จากเดิมที่ร้านยังคงขายวัตถุดิบและพวงมาลัยควบคู่กันมาโดยตลอด จนเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 2554  ตอนนั้นชาวสวน ส่งดอกไม้ตรงถึงลูกค้าโดยไม่ต้องผ่านที่ร้าน ทำให้ลูกค้าจึงไม่จำเป็นต้องมาซื้อวัตถุดิบที่ร้านของเรา ส่งผลให้ร้านต้องปรับตัว หันมาแปรรูปทำพวงมาลัย และเลิกขายวัตถุดิบในที่สุด
         

ความเปลี่ยนแปลงนั้นเอง ก็กลายเป็นโอกาสที่เข้ามา ทำให้เธอกับคุณแม่หันมาโฟกัสการทำพวงมาลัยอย่างจริงจัง เมื่อหันมาจับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการซื้อพวงมาลัย จากรายได้หลักหมื่น พุ่งทยานขึ้นมาอยู่ที่ 100,000-200,000 บาทต่อเดือน โดยคิดค้น ประดิษฐ์พวงมาลัยในรูปแบบต่างๆ ออกมาตามความต้องการของลูกค้า ซึ่งไม่จำกัดเพียงแบบสำเร็จรูปตามท้องตลาด โดยเริ่มเสาะหา “ช่าง” เฉพาะทางในด้านต่างๆ คัดฝีมือที่สุดยอดในทุกด้าน เพื่อนำมาทำพวงมาลัยที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ตรงนี้ถือว่าเราได้ช่วยกระจายรายได้ให้กับช่างด้วยอีกทาง
         

ทุกวันนี้ “พวงมาลัย ภาณุมาศ” เป็นมากกว่าร้านจำหน่ายพวงมาลัยสำหรับไหว้พระ เรามีจุดขายที่ความประณีตและความสร้างสรรค์ เราเอาใจใส่ต่อความต้องการของลูกค้าทุกคน มาลัยเปรียบเสมือนตัวแทนของผู้ให้ส่งต่อความรู้สึกไปยังผู้รับ ผลงานทุกชิ้นเราจึงตั้งใจทำออกมาดีที่สุด จุดนี้ทำให้ ภาณุมาศ เริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างจากการบอกต่อ ปากต่อปาก และโด่งดังไปทั่วประเทศจนถึงทุกวันนี้
          

“เราครีเอทสิ่งใหม่อยู่ตลอดเวลา มีทีมออกแบบ ทีมช่างเฉพาะทาง พวงมาลัยของเรามีหลากหลาย ตั้งแต่ 5-10 บาท ไปจนถึงหลัก 1,000 บาทขึ้นไป มีทั้งที่ออกแบบขึ้นมาเอง และออกแบบตามความต้องการของลูกค้า ซึ่งเราสามารถทำได้ทุกรูปแบบ และแบบล่าสุดของทางร้านที่ออกแบบเอง คือ มาลัยพญานาคขนาดคล้องมือที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก”
         

ทั้งหมดถือเป็นเคล็ดลับความสำเร็จ ซึ่งยากจะเลียนแบบ และอีกหนึ่งสิ่งสำคัญ คือ การตั้งราคาที่สมเหตุสมผล เป็นสิ่งที่คุณเอ้และคุณแม่ ยึดถือมาโดยตลอด
        

“พวงมาลัยที่ขายดีที่สุด คือมาลัยคล้องมือ ราคาเริ่มต้นที่ 1,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาย่อมเยาหากเทียบกับร้านอื่นที่ขายพวงมาลัยในรูปแบบเดียวกัน เรายึดคติไม่เอากำไรเยอะ อยากให้ลูกค้าได้เข้าถึงสินค้าที่มีคุณภาพ”
        

ลูกค้าประจำของมาลัย ภาณุมาศ หลายระดับเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ อาทิ คุณแม่ของพระเอกชื่อดังของไทย, เจ้าของธุรกิจระดับประเทศ อย่างเจ้าของธุรกิจเกี่ยวกับซอสปรุงรส, เจ้าของธุรกิจรีเทลปลอดภาษียักษ์ใหญ่ของไทย เป็นต้น
         

ทุกวันนี้ ภาณุมาศ เติบโตอย่างมั่นคง มีลูกค้าทั้งออนไลน์และออฟไลน์กว่า 50,000 คน โดยคุณเอ้ เล่าว่า ช่วงเวลาขายดีที่สุดของปีคือ ช่วงวันแม่ซึ่งสามารถทำรายได้สูงสุดถึง 2 ล้านบาทภายในวันเดียว
อนาคตของธุรกิจพวงมาลัย ภาณุมาศ นอกจากพัฒนาพวงมาลัยในรูปแบบใหม่ๆ เรายังคิดที่จะต่อยอดทำมาลัยแห้งที่สามารถเก็บไว้ได้นาน มาลัยประดับ พานพุ่ม พุ่มเทียน เทียนแพ บายศรี ไปจนถึงช่อดอกไม้ และพวงหรีด ฯลฯ
        

“ทุกอย่างที่เกี่ยวกับดอกไม้ เราตั้งไว้ว่าจะทำให้ได้ทั้งหมด ตั้งเป้าหมายเป็น One Stop Service รวมถึงเป็นผู้ให้คำปรึกษา และเป็นออร์แกไนเซอร์เรื่องดอกไม้ ที่ครบวงจรทุกด้าน” เจ้าของธุรกิจพวงมาลัยเงินล้าน เผยทิ้งท้าย
     

เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของความสำเร็จ จากการถ่ายทอดประสบการณ์ เรียนรู้จากรุ่นสู่รุ่น ปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจให้ทันตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป พร้อมเดินหน้าต่อยอดธุรกิจ เพื่อก้าวไปสู่การเติบโตในอนาคตที่ไม่หยุดยั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ