จิตใจที่เข้มแข็ง คือสกิลการลงทุนสำคัญ

Stock2morrow อัพเดต 19 พ.ย. 2562 เวลา 11.11 น. • เผยแพร่ 19 พ.ย. 2562 เวลา 17.00 น. • Stock2morrow
จิตใจที่เข้มแข็ง คือสกิลการลงทุนสำคัญ
จิตใจที่เข้มแข็ง คือสกิลการลงทุนสำคัญ

    ตั้งแต่ดัชนีตลาดหุ้นไทยวิ่งขึ้นไปแตะ 1740 จุด ในเดือนกรกฎาคม 2562 หลังจากนั้น ตลาดหุ้นไทยก็ไปไม่เป็นอีกเลย แรงขายในหุ้นตัวใหญ่มีมาเรื่อยๆ นักลงทุนต่างชาติออกของไปเรื่อยๆ กระทั่งดัชนี SET ปริ่มๆน้ำอยู่ที่ 1600 จุดในช่วงเดือนพฤศจิกายน วิธีการลงทุนที่ไม่ได้ผลเลยในปีนี้ คือการหลับตาหว่านซื้อมั่วๆแล้วปล่อยให้หุ้นราคาขึ้นไปเอง สิ่งนี้ใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไปกับหุ้นส่วนใหญ่ในปี 2562

 

    นอกจากนี้ แม้แต่หุ้นชื่อชั้นดี ที่เป็นตัวดันดัชนีตลาดหุ้นไทย ราคาก็ผันผวนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะหุ้นที่เป็น Global Play ผูกพันกับเศรษฐกิจโลก เช่น หุ้นกลุ่มปิโตรเคมี (PTTGC, IRPC, IVL) และ หุ้นกลุ่มอิเลคทรอนิคส์ หรือแม้แต่หุ้นที่เคยเป็นดาวเด่นดันเศรษฐกิจไทยอย่างกลุ่มท่องเที่ยว ปีนี้ราคาหุ้นก็ปรับตัวลงมามาก ซ้ำร้ายหุ้นที่ผูกกับเศรษฐกิจในประเทศอย่างกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ก็ลงมาแบบดูไม่จืด

 

    สิ่งเหล่านี้ทำให้นักลงทุนหน้าใหม่ๆที่เข้าตลาดมาเมื่อปีที่แล้วซึ่งตลาดก็ -10.8% ไปแล้ว มาในปีนี้ก็ยังลงทุนยากอีก ทำให้ถอดใจกันไปเยอะ บ้างก็กลัวว่าหุ้นไทยลงทุนไม่ได้แล้ว บ้างก็กลัวว่า “หมดยุคทอง” การลงทุนในตลาดหุ้นไทยกันเลยทีเดียว 

 

    ผมคิดว่า คำว่า “หมดยุคทอง” ไม่ได้หมายความว่า ตลาดหุ้นไทย ไม่น่าสนใจหรือไม่น่าลงทุน แต่อย่างใด แต่มันอาจหมายถึง ยุคที่ตลาดหุ้นไทย จะอุดมไปด้วยหุ้นที่ “ทั้งพื้นฐานดี ทั้งราคาถูก” P/E ระดับ 7-8 เท่าเต็มตลาดไปหมด แบบ 10 กว่าปีก่อน … มันไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว

    อย่าลืมว่า 20 ปีก่อน ประเทศไทยเพิ่งผ่านวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 มาไม่นาน การลงทุนในหุ้นถูกมองว่าเป็นความเสี่ยงมหาศาล เพราะคนยังมีภาพจำอันโหดร้ายที่หุ้นกิจการเจ๊ง ราคาลงเหลือ “ศูนย์บาท” ในสมัยวิกฤต หุ้นอนาคตดี กำไรเติบโต กลับเทรดที่ค่า P/E ที่ต่ำ เกิดภาวะหุ้นราคาถูกเรื้อรัง นั่นมันสมัยก่อน

    ซึ่งผิดจากสมัยนี้ ที่คนเริ่มลืมภาพวิกฤตต้มยำกุ้งกันแล้ว เคยเห็นความมหัศจรรย์ของราคาหุ้นที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นจึงกลายเป็นทางเลือกในการสะสมความมั่งคั่งของคนยุคนี้กันมากขึ้น ราคาหุ้นชื่อชั้นดีในตลาด จึงยากจะมีราคาถูก ตลาดหุ้นไทยมีทั้งนักลงทุนสถาบันที่เข้มแข็ง และนักลงทุนรายย่อยกระเป๋าหนัก คอยเก็บหุ้นพื้นฐานดีไว้ในพอร์ทแบบไม่ปล่อยออกอยู่พอสมควร

    ดังนั้น การจะหาหุ้นดี ที่ราคาถูกมากๆ เข้าซื้อแล้วถือยาวไป โดยหวังกำไร 10 เด้ง 100 เด้ง ง่ายๆ…คงจะยากขึ้น ความคาดหวังผลตอบแทนระดับ 20% ไปทุกปี ก็อาจจะเป็นความคาดหวังที่สูงเกินไป

    ระดับผลตอบแทนที่เป็นไปได้ ระดับ 7-10% ต่อปีน่าจะยังคาดหวังได้อยู่ และการลงทุนให้หุ้น ยังเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เมื่อเทียบกับการฝากแบงค์ และดีกว่าการลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ

ซึ่งในระหว่างทางการถือหุ้น แน่นอนว่าคนยุคนี้ จะต้องเจอกับความผันผวนที่สุดโต่งกว่าคนยุคก่อนแน่นอน เพราะนโยบายการเงินสมัยนี้ ไม่เหมือนสมัยก่อน นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจแบบหนักๆ นโยบายการเคลื่อนย้ายเงินทุนเสรี และความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ต่างส่งผลกระทบให้ตลาดหุ้นผันผวนทั้งสิ้น

 

    นักลงทุน จึงต้องมี จิตใจที่เข้มแข็ง ทนทานต่อความผันผวน และแรงกดดัน ให้ได้ต้องอยู่เฉยๆให้เป็นในบางช่วงเวลา และต้องมีความหาญกล้าที่จะเติมเงินลงในพอร์ทหุ้น ในช่วงที่ราคาหุ้นต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงในระยะยาวเพราะในโลกความเป็นจริง การมีความรู้ ทักษะในการลงทุน อาจจะไม่พอในการคงอยู่ในตลาด … "จิตใจที่เข้มแข็ง ทนทานต่อแรงกดดัน" ก็จัดเป็น Skill ขั้นสูง ที่นักลงทุนควรต้องมีติดตัว อย่าลืมว่าหนทางขรุขระ เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางลงทุน ที่ทุกคนต้องผ่าน

 

    ผมคิดว่า ในยามที่ความมั่นใจในตลาดหุ้นยังไม่กลับมาเต็มที่ เป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับนักลงทุนวีไอ ที่มีทั้งทักษะ ความรู้ และจิตใจที่เข้มแข็ง เพราะเป็นช่วงที่เราสามารถเลือกทยอยลงทุน ในกลุ่มหุ้นที่เราต้องการ ในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าได้ง่ายขึ้น  อย่าลืมว่า “ตลาดหุ้นอันตราย เมื่อทุกอย่างดูดีไปซะหมด”

 

    ผมยังเชื่อมั่นว่า *การลงทุนในตลาดหุ้นไทยยังคงเป็นทางเลือกที่ดี … และประเทศไทยยังมีอนาคตครับ *

อธิป กีรติพิชญ์ (นิ้วโป้ง)

เจ้าของหนังสือ Best Seller “ติวหุ้น รวยด้วยวีไอ” และยังเป็นวิทยากรคอร์ส “ลงทุนแนวปัจจัยพื้นฐานแบบ Value/Growth Investor” ด้วยประสบการณ์ในตลาดทุนกว่า 17 ปี และประสบการณ์ในการเป็นติวเตอร์ บวกกับความเป็นคนอารมณ์ขัน  ทำให้คุณนิ้วโป้งสามารถถ่ายทอดเรื่องยาก อย่างการลงทุน ให้เข้าใจได้ง่าย และยังใช้ภาษา ลีลาที่มีเอกลักษณ์น่าสนใจอย่างยิ่ง จึงทำให้ได้รับเชิญไปบรรยายในงานต่างๆ มากมาย

 

คอร์สสัมมนา :  ติวหุ้น รวยด้วย VI

ดูข่าวต้นฉบับ