จับโจ๋ 18 โกหกเมียทำงานภูเก็ต สร้างเรื่องถูกกักขัง-โดนทำร้าย ที่แท้เสพไอซ์กลุ่มชายรักชาย

MATICHON ONLINE อัพเดต 17 ก.ย 2562 เวลา 03.10 น. • เผยแพร่ 17 ก.ย 2562 เวลา 03.10 น.
466537

 

เมื่อวันที่ 17 กันยายน ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.สั่งการให้ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป.,พ.ต.ท.ศิลป์ชัย ถวัลย์ภิยโย สว.กก.5 บก.ป.ร่วมกันจับกุมนายเอ นามสมมุติ อายุ 18 ปี ชาว จ.ศรีสะเกษ กระทำความผิดฐาน “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” จับกุมได้ที่ห้องพักของโรงแรมแห่งหนึ่งใน ต.ตลาดเหนือ อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต พร้อมของกลางไอซ์ 2 ถุง และ อุปกรณ์การเสพ

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา น.ส.สุภาวดี จำปาทอง เดินทางมาร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวรว่า เมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา นายเอ สามี ได้เดินทางไปที่ จ.ภูเก็ต เพื่อไปทำงานเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยตามคำแนะนำของเพื่อนรุ่นพี่ เมื่อเดินทางไปถึง จ.ภูเก็ต โทรศัพท์มาบอกว่า ได้มาพักอยู่ที่โรงแรมใน อ.เมือง จ.ภูเก็ต แล้วพบว่าภายในห้องพักมียาเสพติดอยู่มากมาย จึงเชื่อว่าถูกหลอกให้ไปเฝ้ายาเสพติด ไม่ใช่งานรักษาความปลอดภัยตามที่แจ้ง

น.ส.สุภาวดี บอกต่อว่าสามีตนเองกลัว อยากกลับบ้าน แต่กลับไม่ได้ เนื่องจากไม่รู้จักสถานที่ และไม่มีคีย์การ์ดเข้าออกอาคารโรงแรมดังกล่าว ต่อมานาย ไม่ยอมรับโทรศัพท์ แต่ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “ถ้าผมหายไป ก็ดูแลตัวเองกันดีดีนะ จะบวกหรือลบ เกมมันกำหนดไว้หมดแล้ว”  “ล่าสุดตาเขียว ตัวช้ำ หัวโนจ้า เห้อเวรกรรมอะไร” และ “อยากกลับบ้าน กูไม่ไหวแล้ว จึงเกรงว่าสามีจะได้รับอันตราย จึงมาพบพนักงานสอบสวนกองปราบปรามให้ช่วยติดตามหาตัว

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ได้เข้าตรวจสอบโรงแรมดังกล่าว จนพบนายเอ (ณัฐภัทร) ยืนเล่นโทรศัพท์อยู่บริเวณระเบียงหลังห้องชั้นสอง เมื่อชายคนดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็แสดงท่าทางมีพิรุธ รีบวิ่งเข้าไปในห้อง เจ้าหน้าที่จึงรีบติดตามชายคนดังกล่าวเข้าไปในห้อง ก่อนตรวจสอบพบว่ามีนายเอ (ณัฐภัทร) พักอาศัยคนเดียวกับไอซ์ 2 ถุง พร้อมอุปกรณ์การเสพจึงยึดไว้เป็นของกลาง

​สอบถามนายเอ  รับว่า ตนได้รับการติดต่อจาก นายโจ้ ไม่ทราบชื่อสกุลจริง ซึ่งเป็นชายรักชาย ว่าให้มาอยู่ด้วยกันที่ จ.ภูเก็ต 7 วัน และจะให้ค่าจ้างเป็นเงิน 10,000 บาท โดยตนได้โกหกภรรยาว่ามาทำงานเป็นคนคุมสถานบริการ ซึ่งขณะที่อยู่โรงแรมแห่งนี้ นายโจ้ ได้จัดหาไอซ์มาเสพ แต่เมื่ออยู่ครบ 7 วัน นายโจ้ ก็ไม่ได้ให้ค่าจ้างตามที่ตกลงกันไว้ อ้างว่าให้อยู่ต่ออีกจนถึงวันที่ 16 กันยายนแล้วจะให้เงินค่าจ้าง พร้อมซื้อตั๋วเครื่องบินให้กลับบ้าน ตนจึงโกหกสร้างเรื่องราวว่าอยากกลับบ้านแต่กลับไม่ได้และถูกทำร้ายร่างกาย แต่ที่จริงแล้วไม่ได้ถูกกักขังหรือทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหาตามหมายจับก่อนคุมตัวส่ง สภ.เมืองภูเก็ต ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมแจ้งภรรยาและญาติที่มาขอความช่วยเหลือถึงเรื่องดังกล่าวต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ