จับเทรนด์ 3 ‘นวัตกรรมค้าปลีก’ มาแรงสุดๆ ในเอเชียปี 63

The Bangkok Insight อัพเดต 14 ต.ค. 2562 เวลา 15.23 น. • เผยแพร่ 15 ต.ค. 2562 เวลา 01.00 น. • The Bangkok Insight
จับเทรนด์ 3 ‘นวัตกรรมค้าปลีก’ มาแรงสุดๆ ในเอเชียปี 63

นวัตกรรมใหม่ๆ กลายเป็นสิ่งที่ผู้ค้าปลีกต้องนำมาใช้เพื่อตอบสนองความคาดหวังของผู้บริโภคในยุคของการเชื่อมต่ออย่างปัจจุบันนี้ โดยจากรายงานประจำปีของ Tofugear ในหัวข้อ Asia Digital Transformation Report ซึ่งสำรวจจากผู้นำด้านการค้าปลีกและผู้บริหารระดับภูมิภาคของเอเชีย 150 รายถึงเทคโนโลยีที่ต้องให้ความสำคัญในปี 2563 เพื่อตอบให้ตอบรับกับเทรนด์และความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ในภาพรวมพบว่า ผู้ค้าปลีกในเอเชียมุ่งเน้นนวัตกรรมที่จะช่วยยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าและมอบความสะดวกสบายที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่เทคโนโลยี เช่น การขนส่งสินค้าด้วยโดรน และการนำหุ่นยนต์เข้ามาให้บริการในร้านค้าเป็นสิ่งที่สำคัญ โดยผลการสำรวจพบว่า 3 อันดับแรกที่ผู้ค้าปลีกในเอเชียให้ความสำคัญกับการลงทุน ประกอบด้วย

1. เทคโนโลยีสแกนแอนด์โกผ่านแอปพลิเคชั่นบนมือถือ

จากการใช้เครื่องสแกนสินค้าในร้านค้าปลีก จะเปลี่ยนไปสู่การใช้เทคโนโลยีการสแกน แอนด์ โก ด้วยโทรศัพท์มือถือ โดยผู้ซื้อสามารถสแกนผลิตภัณฑ์ที่ต้องการซื้อผ่านแอปพลิเคชั่นบนโทรศัพท์ และสามารถชำระเงินได้ทันที ซึ่งร้านค้าเองสามารถประหยัดต้นทุนลงเนื่องจากไม่ต้องมีพนักงานดูแล

เทคโนโลยี สแกน แอนด์ โก ไม่ได้จำกัดการใช้งานเฉพาะในร้านค้าปลีกเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้ได้กับร้านจำหน่ายสินค้าประเภทต่างๆ เช่น สินค้าแฟชั่น โดยผลวิจัยจาก Tofugear แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคยุคใหม่มีความคิดในการทำอะไรด้วยตัวเอง หรือ ดีไอวาย มากขึ้น และมองหาร้านค้าที่นำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้ เพื่อให้ผู้บริโภคหรือลูกค้า สามารถควบคุมและจัดการการซื้อสินค้าได้ด้วยตัวเอง

 

2. การส่งมอบในวันเดียวกัน หรือ Same-day deliveries

ในยุคของการจัดส่งอาหารส่งถึงบ้านลูกค้าภายในเวลา 30 นาทีผ่านแอปพลิเคชั่นอย่าง ฟู้ดแพนด้า และ Deliveroo และผลวิจัยยังพบว่า การขนส่งสินค้าที่ล่าช้า ทำให้หนึ่งในสามของผู้บริโภคชาวเอเชียเกิดประสบการณ์ที่ไม่ดีกับแบรนด์หรือร้านค้านั้นๆ

ปัจจุบัน ฮ่องกงเป็นประเทศที่สามารถขนส่งสินค้าได้รวดเร็วตามเป้าหมาย ในขณะที่ประเทศอย่างญี่ปุ่นต้องการการส่งมอบในวันเดียวกันเพิ่มมากขึ้น ทำให้ Amazon ตั้งเครือข่ายการจัดส่งของตัวเองเหมือนอูเบอร์ เพื่อตอบสนองความต้องการที่อยากได้สินค้าทันทีทันใด หรือในเวลาเร่งด่วน

 

3. ช้อปปิ้งผ่านหน้าจอ

การเป็น ออมนิชาแนล เป็นอะไรที่มากกว่าการเปิดพื้นที่ร้านและเก็บสินค้าในร้านค้า แต่มันหมายถึงการเพิ่มขีดความสามารถให้กับผู้ซื้อในการซื้อหรือสัมผัสสินค้าได้ในทุกช่องทางที่ลูกค้าต้องการ เมื่อสินค้าหมดสต็อกในร้านค้า ลูกค้อต้องสามารถซื้อสินค้าผ่านมือถือได้ หรือหน้าจอของร้านค้า ผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อจัดส่งสินค้าให้ถึงบ้านได้ทันที

สิ่งสำคัญในการซื้อขายสินค้าผ่านช่องทางดิจิทัล ร้านค้าจำเป็นต้องมีข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับสต็อกสินค้าที่มีในทุกช่องทาง ซึ่งทำให้แต่ละร้านค้ากลายเป็นศูนย์กลางการสั่งซื้อและเติมเต็มสินค้าให้ลูกค้าได้ตามต้องการ

ทั้ง 3 เรื่อง เป็นนวัตกรรมที่มาแรงในปีหน้า และเป็นเทรนด์ที่ร้านค้าปลีกให้ความสำคัญในการนำมาใช้กับธุรกิจ โดยมีเป้าหมายเพื่อเติมเต็มความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุดมากที่สุดเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีและนำมาซึ่งการซื้อซ้ำและกลายเป็นลูกค้าที่จงรักภักดีในที่สุด

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : insideretail.asia

 

 

ดูข่าวต้นฉบับ