จับกุมเครือข่ายแฮกไลน์ หลอกยืมเงินเหยื่อกว่า 15 ราย มูลค่า 1.2 ล้านบาท

MATICHON ONLINE อัพเดต 22 ต.ค. 2562 เวลา 06.00 น. • เผยแพร่ 22 ต.ค. 2562 เวลา 06.00 น.
บช.น.-4

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 22 ตุลาคม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สำเริง สวนทอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รอง ผบก.น.1 แถลงจับกุมนายอรรถยา หรืออุ้ย ศศิธร อายุ 28 ปี นายปฐมศิลป์ หรือไก่ จำเริญสม อายุ 35 ปี นางวิลาศิณี หรือนิด มาลาวัยจันทร์ อายุ 39 ปี น.ส.ณภัสสรณ์ หรือแหวว ธนพลจรัสไชย อายุ 36 ปี พร้อมของกลาง ธนบัตรเงินสด 170,000 บาท โทรศัพท์มือถือ 10 เครื่อง สมุดบัญชีธนาคารกสิกรไทยพร้อมบัตรเอทีเอ็มที่ใช้ในการก่อเหตุ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กจำนวน 1 เครื่อง รถจักรยานยนต์ยี่ห้อดูคาร์ติจำนวน 1 คัน รถยนต์นิสสัน1 คัน โดยจับกุมนายอรรถยา และนายปฐมศิลป์ ได้ที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าพาต้าปิ่นเกล้า ถ.จรัลสนิทวงศ์ เขตบางพลัด กรุงเทพฯ และจับกุมนางวิลาศิณีและน.ส.ณภัสสรณ์ ได้ที่กองกำกับการสืบสวนกองบังคับการตำรวจนครบาล 1

พ.ต.อ.นครินทร์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากกลุ่มคนร้าย มีพฤติการณ์แฮกเกอร์และม้าถอนเงินโดยมี นายอรรถยา ทำหน้าที่แฮกเกอร์เจาะข้อมูลเว็ปไซต์ลงโฆษณาฟรี ที่เปิดให้ประชาชนทั่วไปใช้บริการและสมัครสมาชิก เพื่อเอาข้อมูลอีเมล์และพาสเวิร์ด มาทดสอบเข้าแอปพลิเคชันไลน์ของผู้อื่น เมื่อพบว่าอีเมล์ที่ได้มาผูกกับบัญชีไลน์ จะเปิดเบอร์โทรศัพท์ใหม่แล้วนำอีเมล์ดังกล่าว มาลงทะเบียนเข้าไลน์ปลอมตัวเป็นบุคคลอื่น

จากนั้นตระเวนทักบุคคลที่เชื่อว่ารู้จักเพื่อขอยืมเงิน โดยอ้างเหตุจำเป็นเร่งด่วนต้องการใช้เงิน เมื่อบุคคลที่ถูกหลอกหลงเชื่อก็จะส่งบัญชีธนาคารของผู้อื่น ซึ่งได้จากการประกาศให้กู้ยืมเงิน เพื่อหลอกเอาบัญชีมาใช้กระทำความผิด จากนั้นให้ นางวิลาศิณี และ น.ส.ณภัสสรณ์ ทำหน้าที่ม้าถอนเงินไปกดเงินออกจนหมดทันที และนำเงินมามอบให้กับ นายปฐมศิลป์ ทำหน้าที่รับเงินส่งให้กับ นายอรรถยา แฮกเกอร์อีกทอดหนึ่ง

1 เดือนที่ผ่านมามีผู้เสียหายกว่า 15 ราย รวมความเสียหายประมาณ 1.2 ล้านบาท เข้าแจ้งความไว้หลายท้องที่เพื่อดำเนินคดีกลุ่มคนร้าย พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับ จนสามารถจับกุม นายอรรถยา และ นายปฐมศิลป์ ได้ที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าพาต้าปิ่นเกล้า จับกุม นางวิลาศิณี และ น.ส.ณภัสสรณ์ ได้ที่กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 (กก.สส.บก.น.1)

จากการตรวจสอบเคยก่อเหตุในพื้นที่ สน.ห้วยขวาง มีผู้เสียหาย 1 ราย เสียหายรวม 150,000 บาท, สน.หัวหมาก มีผู้เสียหาย 1 ราย เสียหายรวม 15,000 บาท, สน.บางเขน มีผู้เสียหาย 1 ราย เสียหายรวม 50,000 บาท, สน.ปทุมวัน มีผู้เสียหาย 2 ราย เสียหายรวม 150,000 บาท, สน.สายไหม มีผู้เสียหาย 2 ราย เสียหายรวม 150,000 บาท, สภ.ปากเกร็ด มีผู้เสียหาย 1 ราย เสียหายรวม 20,000 บาท

สภ.เมืองอุดรธานี มีผู้เสียหาย 2 ราย เสียหาย 140,000 บาท, สภ.เมืองหนองคาย มีผู้เสียหาย 1 ราย เสียหายรวม 100,000 บาท, สภ.บางแก้ว มีผู้เสียหาย 2 ราย เสียหายรวม 160,000 บาท, สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ มีผู้เสียหาย 1 ราย เสียหายรวม 250,000 บาท และ สภ.เมืองนนทบุรี มีผู้เสียหาย 1 ราย เสียหายรวม 100,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหาย 1,285,000 บาท

พ.ต.อ.นครินทร์ กล่าวต่อว่า กรณีของ น.ส.สุนทราภรณ์ ฌอสกุล หรือกิ๊บ อายุ 39 ปี ผู้เสียหาย เหตุเกิดในพื้นที่ สน.ห้วยขวาง ถูกหลอกให้โอนเงินค่ากระเป๋า 2 ครั้ง รวมจำนวน 150,000 บาท หลังรับแจ้งตำรวจ กก.สส.บก.น.1 และ สน.ห้วยขวาง ได้ระดมสืบสวนจับกุมจนทราบว่า กลุ่มคนร้ายใช้วิธีพลางตัวเข้ามาเป็นเพื่อนในไลน์กลุ่มที่มีคิวอาร์โคด เข้าไปติดตามพฤติกรรมว่าใครพูดคุยกับใคร จากนั้นแตะเจ้าของกลุ่มออกแล้วเปลี่ยนรูปโปรไฟล์ปลอมชื่อเข้าใช้ หลอกให้เหยื่อโอนเงินค่ากระเป๋าแล้วหลบหนีไป

ส่วนอีกวิธีที่ใช้ก่อเหตุกับเหยื่อรายอื่นคือ แฮกไลน์โดยตรงโดยใช้วิธีสุ่มอีเมลที่ใช้สมัคร จะได้ยูเซอร์พาสเวิร์ดของเหยื่อมาใช้ก่อเหตุ ข้อแนะนำอีเมลแอดเดรสกับพาสเวิร์ส ที่ใช้สมัครเฟซบุ๊กและไลน์ไม่ควรใช้อันเดียวกัน เนื่องจากง่ายต่อการสุ่มเข้าไป เบื้องต้นพบว่าคนร้ายไม่ได้ประกอบอาชีพอื่น ก่อเหตุลักษณะนี้มาแล้วประมาณ 2 ปี อยู่ระหว่างดำเนินการเรื่องกฎหมายฟอกเงินต่อไป

“ฝากถึงพี่น้องประชาชนหากพบเจอบุคคลที่ไม่รู้จักคุ้นเคย หลอกให้โอนเงินหรือต้องโอนเงินไปในบัญชีที่ไม่รู้จัก ให้โทรศัพท์พูดคุยกันอย่าไปเชื่อข้อมูลในเฟซบุ๊กและไลน์ พยายามหลีกเลี่ยงการติดต่อทางโซเชียล สำหรับประชาชนที่เคยถูกกระทำผิดในลักษณะนี้ ให้เข้ามาให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะได้ทำการสืบสวนขยายผลจับกุม” รอง ผบก.น.1 กล่าว

ด้าน น.ส.สุนทราภรณ์ เล่าว่า ขณะที่โดนปลอมไลน์ไม่สามารถทำอะไรกับไลน์ได้เลย แม้พยายาม โทรติดต่อเจ้าของเครือข่ายหรือระบบไลน์ วิธีเดียวเมื่อรู้ว่ากำลังโดนแฮกให้ โทร.หาคนใกล้ชิดว่าห้ามโอนเงินให้ใครทั้งสิ้น ตนทำธุรกิจค้าขายกระเป๋าหลังจากโดนแฮก เกิดความเสียหายมากบางทีลูกค้าที่ไม่สนิทตกใจ ว่าทำไมไม่เราออกจากไลน์ซึ่งมีผลต่อความสัมพันธ์ ตนพบว่ายังมีเหยื่อที่ถูกแฮกอีกหลายราย ขอฝากไปถึงผู้ให้บริการทางเฟซบุ๊กและไลน์ ช่วยดูแลและปิดช่องโหว่เรื่องดังกล่าวด้วย

เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันฉ้อโกงผู้อื่น, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลที่บิดเบือนหรือปลอมทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลอันเป็นเท็จ น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อี่นโดยมิชอบในการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่น หรือประชาชนซึ่งออกให้ผู้มีสิทธิ์ในการเบิกถอนเงินสด หรือรับของโจร” นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ดำเนินคดีต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ