จริงหรือ ไร้เงาก๊กสมคิด "พปชร."คือสามัคคีธรรม

คมชัดลึกออนไลน์ อัพเดต 02 มิ.ย. เวลา 03.33 น. • เผยแพร่ 02 มิ.ย. เวลา 03.00 น.

++
          วิจารณ์กันเยอะ หลังกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ปีกหนุนบิ๊กป้อมยกทีมลาออกเกินครึ่ง หวังให้มีการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรค

          กองเชียร์ลุงตู่รายหนึ่งถึงกับบอกว่า หากไร้กลุ่มสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และดัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรค สถานะของพรรคพลังประชารัฐ ก็ไม่ต่างจากพรรคสามัคคีธรรมคืนชีพ

 

อ่านข่าว… "สมคิด" ปัดตอบหลังถูกถามตั้งพรรคการเมืองใหม่ บอกที่ลาประชุมเพราะป่วย
          ถ้าจำกันได้ กลางปี 2534 “บิ๊กเต้” พล.อ.อ.เกษตร โรจนนิล แกนนำคณะทหาร รสช. ปีกทัพฟ้า มอบให้ พล.อ.อ.สมบุญ ระหงษ์ และ น.ต.ฐิติ นาครทรรพ ไปประสานกับพ่อเลี้ยงณรงค์ วงศ์วรรณ นักการเมืองอาวุโสสายเหนือจัดตั้งพรรคสามัคคีธรรม

          ปรากฏว่า พ่อเลี้ยงณรงค์ วงศ์วรรณ ก็กวาดเอานักเลือกตั้งจากหลายพรรคการเมืองมารวมตัวกัน และหลังเลือกตั้งก็ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

          ปี 2562   ตอนที่เปิดตัวพรรคพลังประชารัฐ ก็มีเสียงวิจารณ์ว่าเป็นพรรคทหาร หรือพรรคสามัคคีธรรมคืนชีพ เนื่องจากมีการรวบรวมอดีต ส.ส.จากหลายพรรคการเมืองมาร่วมงานกัน ซึ่งหลังฉากพลังประชารัฐ ก็มีเงาร่างของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

          แต่ก็มีความต่างกับพรรคสามัคคีธรรม ตรงที่มี “แทรกโนแคร็ตการเมือง” ในนาม “เครือข่ายประชารัฐ” นำโดยสมคิด จาตุศรีพิทักษ์, อุตตม สาวนายน ,สุวิทย์ เมษินทรีย์ และสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เป็นผู้ก่อร่างสร้างพรรค

          เครือข่ายประชารัฐ ได้ทำให้ความเป็นพรรคทหารเจือจางลงไปบ้าง ตัวละครหลังม่านลายพรางทั้งหลาย จึงยอมให้อุตตม สาวนายน เป็นหัวหน้าพรรค และสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เป็นเลขาธิการพรรค

          คณะกรรมการบริหารพรรคชุดแรก จึงเป็นการผสมผสานเครือข่ายงานประชารัฐกับนักการเมืองอาชีพ

          ระหว่างการเลือกตั้ง ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ระดับเขี้ยวลากดิน ทราบดีว่า ใครคือเจ้าของพรรคตัวจริง และบ้านหลังไหน เป็นบ้านใหญ่ที่ดูแลผู้สมัคร ส.ส.ได้

          หลังเลือกตั้งบรรดานักเลือกตั้ง จึงจัดแถวจัดทัพแบ่งเป็นก๊กเป็นเหล่า และวิ่งไปบ้านใหญ่ ที่เป็นตัวจริงเสียงจริง
          สถานภาพของอุตตม และสนธิรัตน์ จึงถูกมองว่า เป็นแค่ “หน้าเค้ก” ในสายตานักเลือกตั้ง
          หนึ่งปีผ่านไป ตัวละครหลังม่านเปิดตัวออกมาเป็นผู้เล่นเอง จึงทำให้เกิดคลื่นใต้น้ำในพรรค มีการตรวจเช็คไพร่พลกันใหม่ จนเหลืออยู่ 4 ก๊กใหญ่

          ก๊กสามมิตร มีสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และสมศักดิ์ เทพสุทิน มีกำลัง ส.ส.อยู่ในมุ้งประมาณ 20 คน นับรวมกลุ่มกำแพงเพชรสายวราเทพ รัตนากร
          ก๊กวิรัช-ส.ส.เฮ้ง ที่รวบรวม ส.ส.ไว้ในมือมากกว่า 30 คน ผนึกกำลังกับกลุ่มเพชรบูรณ์ และกลุ่มบ้านริมน้ำ
          ก๊กผู้กองธรรมนัส ได้เก็บตก ส.ส.ภาคต่างๆ มาไว้ไม่ต่ำกว่า 15 คน
          ก๊ก กปปส. นำโดย ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, ชาญวิทย์ วิภูศิริ และ สกลธี ภัททิยกุล

          เวลานี้ 4 ก๊กใหญ่กำลังผลักดันให้ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรค และมองข้ามช็อตถึงการปรับ ครม.แบบยกทิ้ง 3 กุมาร

          หากพลังประชารัฐ ไม่มี“กลุ่มสมคิด” ก็ไม่ต่างอะไรกับพรรคสามัคคีธรรม ที่มี “บิ๊กเต้” พล.อ.อ.เกษตร โรจนนิล เป็นหัวหน้าพรรคตัวจริง

 

 

ดูข่าวต้นฉบับ