จริงหรือไม่? กิน 'ช็อกโกแลต' ทำให้เป็นสิว กินแบบไหนถึงจะพอดี

MATICHON ONLINE อัพเดต 08 ส.ค. เวลา 07.46 น. • เผยแพร่ 08 ส.ค. เวลา 23.00 น.
กินช็อกโกแลตสิวขึ้น

จริงหรือไม่? กิน ‘ช็อกโกแลต’ ทำให้เป็นสิว กินแบบไหนถึงจะพอดี

เชื่อว่า ช็อกโกแลต เป็นของโปรดของใครๆ หลายคน เพราะนอกจากจะเป็นเครื่องดื่มแล้ว ยังถูกแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อร่อยๆ ที่หลากหลาย

ซึ่งในกลุ่มคนรักช็อกโกแลตก็มักจะได้ยินบ่อยๆ หรือมีหลายคนเตือนว่า “กินช็อกโกแลตระวังเป็นสิว”
กับเรื่องนี้ มีข้อเท็จจริงอย่างไร?

สำนักโภชนาการ กรมอนามัย ให้สัมภาษณ์กับ มติชนออนไลน์ ในบทความ “กินช็อกโกแลตทำให้เป็นสิวจริงหรือไม่” ว่า

การกิน dark chocolate ไม่ทำให้เกิดสิว ในขณะที่การกิน white chocolate ที่โดยทั่วไปจะมีส่วนผสมของโกโก้เพียง 20% ในขณะที่มีน้ำตาลเป็นส่วนผสมถึง 55 % จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวได้ เหตุผลที่เป็นเช่นนั้น อาจเนื่องมาจาก white chocolate มีส่วนผสมของน้ำตาลและนมมากกว่า เมื่อร่างกายได้รับน้ำตาลในปริมาณมาก จะทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ทำให้ตับอ่อนหลั่งอินซูลินเพิ่มขึ้น เกิดภาวะอินซูลินในเลือดสูง (Hyperinsulinemia) กระตุ้นให้ร่างกายผลิตสาร “ไอจีเอฟ-1” (IGF-1, insulin-like growth factor-1) เพิ่มขึ้น

ซึ่งสารไอจีเอฟ-1 นี้เอง ที่ทำให้ผิวหนังแบ่งตัวเร็วขึ้นและหนาตัวขึ้น ทำให้รูขุมขนแคบลงเกิดการอุดตันได้ง่ายจึงเป็นสิวง่าย

นอกจากนั้น การดื่มนมหรือกินอาหารที่มีนมเป็นส่วนประกอบมากเกินไป ก็เป็นสาเหตุทำให้เกิดสิวเนื่องจากนมไปกระตุ้นให้ร่างกายผลิตสาร ไอจีเอฟ-1 ได้ เช่นกัน

แล้วกินช็อกโกแลตอย่างไรจึงจะเหมาะสมต่อร่างกาย ?

สำนักโภชนาการ แนะนำไว้ 5 ข้อ ดังนี้

1. เลือกกินช็อกโกแลตที่มีเปอร์เซ็นต์ของโกโก้สูงๆ ปริมาณ 70% ขึ้นไปได้ยิ่งดี หรือเลือกกิน dark chocolate จะดีกว่า milk หรือ white chocolate

2. ไม่กินช็อกโกแลตคู่กับขนมหรือของหวานอย่างอื่น เช่น ไม่กินคู่กับไอศกรีม เค้ก คุกกี้ วาฟเฟิล ฯลฯ เพราะจะทำให้ได้รับพลังงานทั้งจากขนมและจากตัวช็อกโกแลตเอง อาจทำให้ได้รับพลังงานที่สูงเกินไป และทำให้อ้วนได้

3. ควรเลือกกินช็อกโกแลตร่วมกับเครื่องดื่มรสไม่หวาน เช่น ชาไม่ใส่นม และไม่เติมน้ำตาลหรือน้ำสมุนไพรไม่ใส่น้ำตาล

4. กินช็อกโกแลตช้าๆ ค่อยๆ ให้ละลายในปาก จะช่วยให้ได้รับรสชาติของช็อกโกแลตมากกว่า และจะส่งผลต่อความรู้สึก มีผลให้สมองรับรู้ความสุข แม้ว่าจะกินในปริมาณน้อย แต่หากเคี้ยวและกลืนอย่างรวดเร็ว อุณหภูมิในร่างกายจะสูงกว่าจุดละลายของช็อกโกแลตทำให้ไม่ได้รับรสชาติของช็อคโกแลตเท่าที่ควร สมองยังไม่รับรู้ถึงความสุข จึงต้องการช็อกโกแลตในปริมาณมากขึ้นอีก ทำให้ได้รับพลังงานสูงเกิน

5. เลือกกินช็อกโกแลตที่มีขนาดชิ้นเล็กๆ ในแต่ละคำแทนที่จะเลือกชิ้นที่มีขนาดใหญ่

กล่าวโดยสรุปคือให้เลือกกิน dark chocolate และกินคำเล็กๆ เคี้ยวช้าๆ เป็นอาหารว่างโดยไม่กินร่วมกับขนมหวานชนิดอื่น จะทำให้ไม่อ้วน และไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

ดูข่าวต้นฉบับ