จริงหรือลวงหลอก“ธนาธร”ให้“blind trust”ดูแลทรัพย์5พันล้าน

ฐานเศรษฐกิจ เผยแพร่ 22 ก.ย 2562 เวลา 03.20 น.

ภายหลังการแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กรณีเข้ารับตำแหน่งต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และเปิดเผยต่อสาธารณะเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา โดยนายธนาธร แจ้งว่า มีทรัพย์สิน จำนวน 5,137,150,764 บาท และนางรวิพรรณ คู่สมรส มีทรัพย์สิน 495,385,501 บาท มีทรัพย์สินรวมกัน 5,632,536,266 บาท มีหนี้สินรวม 683,303 บาท

 

กำลังถูกตั้งข้อสังเกตจากสังคมเกี่ยวกับการโอนทรัพย์สินให้ นิติบุคคลบริหารจัดการ หรือ “Trust” หรือ “blind Trust” เนื่องจากเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2562 เพียง 6 วันก่อนการเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคม 2562 นายธนาธร หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ตั้งโต๊ะแถลงข่าวการลงนามในเอกสารบันทึกความตกลง (เอ็มโอยู) กับ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนภัทร จำกัดว่า เตรียมโยกทรัพย์สินทั้งหมดราว 5 พันล้านบาทไปให้ “blind trust” จัดการในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2562  

 

นายธนาธร กล่าวในวันนั้นว่า การโอนหุ้นให้ *blind trust จัดการเพื่อให้ “สั่งไม่ได้” และ “มองไม่เห็น” ถือเป็นมาตรฐานใหม่และเป็น “นวัตกรรมการบริหารทรัพย์สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไทย” ที่ทำด้วยความสมัครใจและไปไกลกว่ากฎหมาย เพราะที่ผ่านมายังไม่เคยมีนักการเมืองไทยคนไหนทำเช่นนี้ *

 

 “ขอเหลือบ้านที่ผมอยู่ตอนนี้ รถ และต่างหูของภรรยาเอาไว้บ้าง” และ “ผมจะเจอทรัพย์สินของผมอีกทีก็ต่อเมื่อผมเลิกทำงานการเมือง” นายธนาธร กล่าว

 

ทั้งนี้ รายงานจากสำนักข่าวอิศรา www.isranews.orgว่า ตรวจสอบพบว่า ข้อมูลเงินลงทุนของนายธนาธร แจ้งในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ระบุว่า มูลค่า 3,014,693,457 บาท ส่วนนางรวิพรรณ แจ้งว่ามีมูลค่า 192,855,208 บาท รวมทั้งคู่มีรายการเงินลงทุนทั้งสิ้น 3,207,548,665 บาท หรือ ‘เกินครึ่ง’ ของมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดของนายธนาธรและนางรวิพรรณ (5.6 พันล้านบาทเศษ) โดยสำนักข่าวอิศราได้นำรายละเอียดเงินลงทุนที่สำคัญของนายธนาธร และนางรวิพรรณ มานำเสนอ แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้

 

1.เงินลงทุนในกองทุนอย่างน้อย 3 แห่ง รวมมูลค่า 306,961,493บาทอาทิ กองทุน K-SF ได้มาเมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2558 จำนวน 178,630,831 บาท,กองทุน K-PLAN 1 ได้มาเมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2558 จำนวน 126,756,433 บาท และ กองทุนรวมในบัญชี Sumitomo Mitsui Bangking Corporation 1,574,229 บาท

 

2.เงินลงทุนที่ให้นิติบุคคลดูแล (Trust) อย่างน้อย 5 แห่ง 6 รายการ รวมมูลค่า 207,876,117 บาท ดังนี้ หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ที่อยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท อาร์เอชบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) จำนวน 153,344,761 บาท, กองทุนรวมและหุ้นกู้ภายใต้การดูแลของบริษัท ภัทร จำกัด (มหาชน) จำนวน 24,414,748 บาท, หน่วยลงทุนที่อยู่ภายใต้การดูแลของ บล.โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) 3,045 บาท, หุ้นที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ภายใต้การดูแลของบริษัท เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด 1,586,567 บาท

 

บัญชีแคลบาลานซ์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด 115,298 บาท, หุ้นที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ภายใต้การดูแลของ บล.โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) 21,229,948 บาท และหุ้นที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ภายใต้การดูแลของ จีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด 6,911,750 บาท

 

3.พอร์ตหุ้นอย่างน้อย 5 แห่ง รวม 39,444,235 บาท ประกอบด้วย หุ้นบริษัท ไทยซัมมิท โอโตพาร์ท อินดัสตรี จำกัด 72,000 หุ้น มูลค่า 2,339,806,320 บาท, หุ้นบริษัท เอช เอส เอช จำกัด 1 หุ้น มูลค่า 2,191 บาท, หุ้นบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด 263,200 หุ้น มูลค่า 12,972,238 บาท, หุ้นบริษัท The One OC Corporation (จดทะเบียนที่ประเทศลาว) จำนวน 70% มูลค่า 20 ล้านบาท และหุ้นบริษัท TS Rubber Service (จดทะเบียนที่ประเทศลาว) จำนวน 1% มูลค่า 70,000 บาท (ของนายธนาธร) และหุ้นบริษัท TS Rubber Service 58% มูลค่า 4,060,000 บาท (ของนางรวิพรรณ)

 

สำนักข่าวอิศรา ตั้งข้อสังเกตว่า หากนับเฉพาะในส่วนทรัพย์สิน และหุ้นที่ให้กองทุน-นิติบุคคลดูแล (Trust) มีรายละเอียดที่น่าสนใจ เช่น บริษัท หลักทรัพย์ อาร์เอชบี (ประเทศไทย) จำกัด ทำหนังสือรับรองแก่ นายธนาธร เปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์กับบริษัท มีมูลค่ารวมกัน ณ วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 รวม 21 รายการ จำนวน 153,344,761 บาท โดยหุ้นที่มูลค่ามากที่สุด คือ SCC-R 140,100 หุ้น ราคาตลาด 464 บาท มูลค่า 65,006,400 บาท เป็นต้น

 

ส่วน บริษัทหลักทรัพย์ จีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด ดูแลด้านหลักทรัพย์ มียอดหุ้นคงเหลือ 2 รายการ 6,911,750 บาท เป็นหุ้นบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) 225,500 หุ้น ราคาตลาด 26.5 บาท มูลค่ารวม 5,975,750 บาท และบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) 200,000 หุ้น ราคาตลาด 4.68 บาท มูลค่า 936,000 บาท

 

 

ขณะที่ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนภัทร จำกัด (มหาชน) ที่ นายธนาธร เคยอ้างว่า จะทำหนังสือบันทึกตกลงการทำ  blind trust นั้น พบเพียงว่า บริษัทภัทรฯทำหนังสือรับรองให้ นางรวิพรรณ เพื่อแนบเป็นเอกสารประกอบแก่คณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2562 เลขที่หนังสือ OPS 3757/2019 ระบุว่า ข้อมูลหลักทรัพย์ที่อยู่ในการจัดการของกองทุนภัทร เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2562 มีจำนวนทั้งสิ้น 24,414,748 บาท แบ่งเป็น Asset Class : Fixed Income Security : TUC23DA Value : 20,313,309.60 และ Asset Class : Alternative Security : TFFIF Value : 4,001,550

 

และบริษัทหลักทรัพย์โนมูระฯ ทำหนังสือรับรองคำขอของ นางรวิพรรณ เพื่อยืนยันหลักทรัพย์ที่เหลืออยู่กับบริษัท ยื่นประกอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินแก่ ป.ป.ช. โดยระบุว่า นางรวิพรรณ เป็นลูกค้าหลักทรัพย์ เปิดบัญชีกับทางบริษัทตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม 2554 มีมูลค่าทรัพย์สินคงเหลือในบัญชี ณ วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 เป็นมูลค่าหลักทรัพย์ 20,681,057.51 บาท มูลค่าเงินสด 548,890.77 บาท

 

ที่เคยลั่นวาจาแถลงข่าวครึกโครมว่า จะให้ *blind trust ดูแลทรัพย์สินร่วม 5 พันล้าน จนได้รับเสียงชื่นชมว่า เป็นการสร้างบรรทัดฐานความโปร่งใสให้กับนักการเมืองของไทย วันนี้ตัวของนายธนาธรเองเท่านั้นที่จะให้คำตอบกับสังคมในเรื่องนี้ว่า ได้ตัดสินใจทำจริงหรือไม่ *

 

สำหรับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2562 นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้ยื่นคำร้องต่อ กกต. ให้ตรวจสอบ นายธนาธร หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ อ้างอิง “blind trust” ด้วยเจตนาจะสร้างคะแนนนิยม อาจเข้าข่ายจูงใจ-หลอกลวง ผิดกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของ กกต. หากผิดจริงมีโทษจำคุก 1-10 ปี ปรับ 20,000-200,000 บาท และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 20 ปี

 

ดูข่าวต้นฉบับ