จบปัญหาแม่ผัว-ลูกสะใภ้ ทำอย่างไรไม่ให้ครอบครัวพัง!

LINE TODAY เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2561 เวลา 12.20 น. • Pimpayod

ปัญหาโลกแตกระดับชาติของแทบทุกครอบครัวหนีไม่พ้นปัญหาแม่ผัว-ลูกสะใภ้ บางคนถึงขั้นมีปัญหาหนักจนแทบอยู่ร่วมบ้านกันไม่ได้ ย้ายหนีแทบไม่ทัน บางครอบครัวก็ทนอยู่แบบอยู่ทน ไม่พูด ไม่คุย สื่อสารกันเท่าที่จำเป็น กลายเป็นความไม่ลงรอยกันแบบถาวร 

ปัญหาเหล่านี้อยู่คู่กับครอบครัวมานาน แก้ก็ลำบาก ปล่อยไว้ก็กัดกินความรักความเข้าใจกันในครอบครัว ไม่ใช่ว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ดี แต่มักเกิดจากความไม่เข้าใจกัน ทำให้กลายเป็นอคติเรื้อรังของคนสองคน ก่อให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมา จนสุดท้ายอยู่ด้วยกันไม่ได้ ฝ่ายที่ต้องเสียใจ ทำตัวไม่ถูก ก็คือคนกลาง ในเมื่อแยกบ้านไม่ได้ เราก็ต้องหาวิธีอยู่ร่วมกันอย่างสันติให้ได้

ทำอะไรไม่ได้ก็ทำใจซะ

ปัญหาโลกแตกแบบนี้ไม่ได้แก้กันง่าย ๆ ให้ทำใจไว้ก่อนเลยว่าอาจจะต้องมีปัญหาเกิดขึ้นแน่นอน เพราะขนาดอยู่กับพ่อแม่เราเองมาแต่เด็ก บางคนยังไม่ค่อยจะราบรื่นเลย นี่มาอยู่กับพ่อแม่สามี ความเป็นไปได้ที่ทุกอย่างจะไร้ปัญหาแทบเป็นไปไม่ได้เลย เพราะฉะนั้น “ทำใจ” ไว้เลย แต่แค่ทำใจอย่างเดียวพอ ไม่ต้องเกร็งหรือกลัวเกินไป ปรับตัวและทำตัวเองให้คุ้นชิน เพราะคุณต้องอยู่ร่วมกันไปอีกนาน

ทางที่ดีที่สุดคือเป็นตัวของตัวเอง อย่าลืมว่าคนเราแอ๊บตลอดไปไม่ได้ อะไรที่เป็นตัวตนก็แสดงออกไปเลย แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของกาลเทศะและความสุภาพเรียบร้อย ไม่จำเป็นต้องปะทะ แต่ความอ่อนน้อมยังใช้ได้ดีเสมอ เพราะไม่ว่าอย่างไรแม่ผัวก็คือแม่ของคุณเช่นกัน จะทำอะไรตามใจชอบจนเกินงามคงไม่ได้

รู้เขา รู้เรา

ซุนวู แม่ทัพแห่งสามก๊กกล่าวไว้ในตำราพิชัยสงครามว่า “รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง” ใช้ได้ในทุกกรณี ไม่จำเป็นต้องออกรบเสมอไป เพราะการรู้จักอีกฝ่ายให้ดี ทำให้ทุกอย่างราบรื่นขึ้น เพราะฉะนั้นลูกสะใภ้ทั้งหลายต้องใช้เวลาเรียนรู้นิสัยใจคอ ความชอบ ความไม่ชอบของแม่ผัวกันเสียหน่อย ไม่ใช่แค่ทำให้อะไร ๆ ดีขึ้นเท่านั้น แต่ระหว่างที่เรียนรู้ก็ทำให้ได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น จุดนี้แหละที่สำคัญ เผลอ ๆ จากลูกสะใภ้อาจกลายเป็นลูกสาวไปเลยก็ได้

อย่าลืมว่าคนเป็นแม่ ถ้าลูกน่ารักใครจะไม่รัก ถึงจะเป็นแม่ผัวก็ตามเถอะ อย่างน้อยเค้าก็ต้องมีจิตใจเอ็นดูในฐานะคนรักของลูกชายไม่มากก็น้อย ที่เหลือก็แค่เอาชนะใจแม่ผัวให้ได้ ขนาดเอาชนะใจลูกชายเขายังทำมาแล้ว แม่เค้าอีกสักคน คงไม่ใช่เรื่องยากเกินไป

 

อยู่กับแม่เราอย่างไร อยู่กับแม่ผัวไม่ใช่อย่างงั้น

ขนาดเราอยู่กับแม่มาแต่เล็กแต่น้อย ยังทะเลาะ กระทบกระทั่งกันเลย นับประสาอะไรกับแม่ผัวก็ย่อมต้องมีปัญหากันเป็นเรื่องธรรมดา ยิ่งพอมาดำรงตำแหน่งลูกสะใภ้อย่างเป็นทางการ ก็เท่ากับว่าเราได้เปลี่ยนบทบาทไปแล้วอย่างสิ้นเชิง อะไรที่เคยทำได้ตอนอยู่บ้านตัวเอง พอย้ายตัวเองมาอยู่กับแม่ผัว ขอให้เลิกซะ ไม่ว่าจะเป็นการกินแล้วไม่เก็บ นอนกระดิกเท้าหน้าทีวีในขณะที่แม่กวาดบ้าน สิ่งเหล่านี้ทำที่บ้านตัวเองได้ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ถ้าเป็นบ้านแม่ผัว คงดูพิลึกใช่เล่น

เพราะฉะนั้นจะทำอะไรอาจต้องอยู่บนพื้นฐานของคำว่า “ควร” “ไม่ควร” เอาไว้ก่อน อย่าทำให้ตัวลำบากด้วยการเป็นตัวของตัวเองมากเกินไป จริง ๆ แล้วบ้านแม่ผัวก็เหมือนบ้านเรานั่นแหละ ไม่ได้อยู่ยากเย็นเสียเมื่อไหร่ เมียของลูกชายเขาทั้งคน เค้าก็คงไม่ถึงกับใจร้ายกับเรานักหรอก แค่ต้องเข้าใจกันและกันให้มากขึ้น แล้วปัญหาแม่ผัว-ลูกสะใภ้จะไม่เกิดกับบ้านของคุณแน่นอน

ยังไงก็คือ “แม่”

ขึ้นชื่อว่า “มนุษย์แม่” ไม่ว่าบ้านไหน พฤติกรรมไม่แตกต่างกันนักหรอก จะแม่ผัวหรือแม่เรา ความคิดเรื่องลูกก็คล้าย ๆ กันนั่นแหละ แม่เราจู้จี้ขี้บ่นยังไง แม่ผัวก็คงไม่ต่างกันมากนัก แต่สิ่งที่ต่างก็คือเรามองว่าแม่ผัวก็คือแม่ผัว คือคนนอก คือคนที่ไม่เกี่ยวข้องใด ๆ กันเลย เราจะทำอะไรก็ได้ เงินก็เงินเรา ของก็ของเรา ทำไมต้องมาวุ่นวายด้วย แค่นี้ก็รู้แล้วว่าความคิดต่างหากที่ตั้งป้อมต่อต้านอยู่ในใจเราเอง เพราะแม่ผัวไม่ได้คิดอย่างงั้นสิ แม่ผัวมักไม่ปล่อยให้อะไรหลุดรอดสายตา เหมือนกับแม่เราเป๊ะเลย 

ดังนั้นแค่เปลี่ยนวิธีคิดก็ทำให้ทุกอย่างดีขึ้นแล้ว ความคิดและความรู้สึกเป็นเรื่องสำคัญ ไหน ๆ ก็ตกลงปลงใจรับลูกชายเค้ามาเป็นสามีแล้ว ก็ต้องรับแม่ของเค้ามาเป็นแม่ของเราด้วย เพราะฉะนั้นยอมรับด้วยความเข้าอกเข้าใจและมองปัญหาจากระยะไกล บางทีคุณอาจเห็นภาพที่ชัดขึ้นก็ได้ 

ผัวก็สำคัญ

ผัวคือตัวการอันดับหนึ่งที่จะทำให้ปัญหาทุกอย่างคลี่คลาย สามีของคุณต้องทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมหรือยาประสานชั้นดี ถ้าปล่อยให้แม่ผัว-ลูกสะใภ้สานสัมพันธ์กันเอง อาจต้องใช้เวลาและเพิ่มเลเวลความยากเข้าไปอีก แต่ถ้าคุณสามีมีส่วนด้วย ทุกอย่างก็จะง่ายขึ้นไปโดยปริยาย 

ทางที่ดีเตี๊ยมกับผู้ชายของคุณเอาไว้ก่อนเพราะบทหนักอยู่กับเค้าคนนี้แหละ ห้ามให้ผัวอยู่เฉยในขณะที่เรากำลังมีปัญหากับแม่ผัวเด็ดขาด ผัวต้องมีส่วนร่วมแต่ไม่ใช่เข้าข้างใดข้างหนึ่ง ไม่วิ่งหนี ไม่ปล่อยปละ แต่ต้องอยู่ร่วมในทุกสถานการณ์ แค่นี้ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก็จะถูกลดทอนให้เบาบางลงแล้ว