ฆ่าฝังดิน หนุ่มทุบญาติลากลงหลุมกลางป่า ตีมึน พูดหน้าตาเฉย นายจ้างคิดว่าพูดเล่น

Khaosod อัพเดต 14 พ.ย. 2562 เวลา 15.17 น. • เผยแพร่ 14 พ.ย. 2562 เวลา 15.17 น.
ฆ่าฝังดิน

ฆ่าฝังดิน หนุ่มทุบญาติลากลงหลุมกลางป่า หลังเมาแล้วทะเลาะกัน คิดว่าสลบ เลยขี่จยย.ไปเที่ยว เช้ามาเจอนอนตาย ทำตีมึน พูดหน้าตาเฉย นายจ้างคิดว่าพูดเล่น

ฆ่าฝังดิน วันที่ 14 พ.ย. ร.ต.อ.จรัญ พรมสุวรรณ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ยะรม จ.ยะลา ได้รับแจ้งจาก นายปิยะ สังข์งาม อายุ 36 ปี ว่าชาวจีนฮ่อที่จ้างมาถางหญ้า 2 คน ภายในสวนยางพารา หมู่ 4 ต.ยะรม อ.เบตง จ.ยะลา แต่จู่ๆ นายล่อชี่ แซ่หลี อายุ 40 ปี คนงาน ได้หายตัวไปหลายวัน คาดว่าจะถูกฆ่า เนื่องจากพบรถจยย.แต่ไม่พบตัว หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.ท.ต่อพันธ์ ปุสันเทียะ สวญ.สภ.ยะรม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน

เมื่อไปถึง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัว นายจ่าย แซ่หลี อายุ 47 ปี ซึ่งเป็นลูกจ้างอีกคนมาสอบสวน จนให้การรับสารภาพว่า ได้ฆ่า นายล่อชี่ แล้วนำไปฝั่งแล้วเมื่อ 5 วันก่อน จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัว นายจ่าย ไปชี้จุดที่ลงมือฆ่าและฝั่งดิน พร้อมทั้งประสานแพทย์โรงพยาบาลเบตง เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างเบตงธรรมสถาน ร่วมเข้าตรวจสอบ

หลังจากนั้น นายจ่าย ได้พาเจ้าหน้าที่เดินเท้าเข้าไปยังจุดฝังศพ เป็นระยะทางถึง 5 กม. โดยพบว่าอยู่ภายในสวนยางพารา ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะทำการขุดลงไป กระทั่งพบศพ นายล่อชี่ ถูกฝังอยู่จริง จากการตวรจสอบพบว่ามีบาดแผลถูกตีด้วยของแข็งที่ศีรษะ เจ้าหน้าที่จึงส่งศพไปชันสูตรที่โรงพยาบาลเบตง

จากการสอบสวน นายจ่าย ให้การรับสารภาพว่า ตนเป็นญาติกับผู้ตาย ได้มารับจ้างถางหญ้าในพื้นที่เบตง วันเกิดเหตุประมาณวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้นั่งดื่มเหล้ากันจนเมาแล้วเกิดมีปากเสียงกัน ผู้ตายจะใช้ไม้ตี ตนจึงใช้ขวดเหล้าและไม้หน้าสามตีไปที่ศีรษะของผู้ตาย ตอนแรกเข้าใจว่าผู้ตายสลบไป

กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่

เพิ่มเพื่อน

จากนั้นตนจึงขี่รถจยย.ออกมาเที่ยวในตลาดเทศบาลเมืองเบตง พอรุ่งเช้าก็กลับเพื่อจะไปทำงานต่อ กระทั่งพบว่าผู้ตายเสียชีวิตไปแล้ว จึงได้ลากศพไปฝังไว้ในป่าห่างจากกระท่อมที่นั่งกินเหล้าประมาณ 500 เมตร ที่ตนไม่หนีไปไหนเพราะคิดว่าอยู่ในป่าลึกขนาดนี้คงไม่มีใครเจอ และไม่คิดว่านายจ้างจะสงสัย

ด้าน นายปิยะ เจ้าของสวน เล่าว่า ได้ว่าจ้างชาวจีนฮ่อ 2 คน ในราคา 25,000 บาท มาถางหญ้าในสวนยาง ซึ่งมีอยู่ 20 กว่าไร่ ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. แล้วจู่ๆ นายล่อชี่ ก็หายไป ตนจึงสงสัยและได้ถาม นายจ่าย ก็ได้รับคำตอบว่า นายล่อชี่ ตายแล้ว ซึ่งตอนแรกตนก็ไม่เชื่อคาดว่าเป็นการพูดเล่น จนไม่เห็น นายล่อชี่ หลายวัน แต่ยังเห็นรถจยย.ของ นายล่อซี่ จอดอยู่ จึงได้ไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ กระทั่งพบศพดังกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ