คุณหมอญี่ปุ่นมาไขปัญหาการใส่หน้ากากอนามัยจนปวดหัว!

ANNGLE อัพเดต 13 ส.ค. เวลา 01.47 น. • เผยแพร่ 13 ส.ค. เวลา 02.00 น. • ANNGLE TH
คุณหมอญี่ปุ่นมาไขปัญหาการใส่หน้ากากอนามัยจนปวดหัว!

หน้ากากอนามัยกลายเป็นไอเท็มที่ขาดไม่ได้แล้วในยุคโควิดนี้ เวลาเดินทางไปสถานที่ต่างๆ หรือจำเป็นต้องไปอยู่ในที่ชุมชนแออัด แต่เมื่อต้องใส่หน้ากากอนามัยเป็นเวลานาน ทำให้หลายคนเริ่มมีอาการปวดหัว ซึ่งในประเทศญี่ปุ่นเรียกอาการนี้ว่า "マスク頭痛" (mask zutu) หรืออาการปวดหัวจากการใส่หน้ากากนั่นเอง บางคนไม่ใช่แค่ปวดหัว แต่ทั้งปวดหูและหายใจลำบากอีกด้วย

อาการปวดหัวจากการใส่หน้ากากอนามัย

เมื่อพูดถึงเรื่องการปวดหัวจากการใส่หน้ากากอนามัย อาจารย์ยูกิฮิโตะ วาโตะ จากคณะแพทย์มหาวิทยาลัยคานาซาว่า บอกว่าสามารถแบ่งได้เป็น 2 สาเหตุ

อย่างแรกคือความล้าของกล้ามเนื้อ เนื่องจากสายหน้ากากต้องเกี่ยวหูซึ่งเป็นกล้ามเนื้อบริเวณขมับ และเป็นการใช้กล้ามเนื้อบริเวณด้านข้างคางจนถึงคางทำให้เกิดความล้าของกล้ามเนื้อ และสาเหตุที่ 2 คือเมื่อใส่หน้ากากอนามัยทำให้ภายในหน้ากากนั้นมีอุณหภูมิที่สูงขึ้น และการหมุนเวียนของเลือดไม่ดีจึงทำให้ปวดหัวได้

วิธีแก้อาการปวดหัว

อาจารย์ได้แนะนำแนวทางแก้ไขว่าต้องมีการพักบ้าง อาจจะเปลี่ยนมาใช้ Face Shield หรือใช้วิธีประคบเย็นก็ได้เพื่อลดอุณหภูมิลง เช่น ถอดหน้ากากอนามัยออกแล้วใช้ผ้าเย็นประคบหน้าหรือคอไว้สักพัก หรือถ้าช่วงที่สามารถถอดหน้ากากได้ก็ควรถอดออก เช่น ขณะขับรถคนเดียวหรืออยู่ในสถานที่ที่ไม่ต้องพบปะกับคนอื่นในระยะใกล้ เป็นต้น

ด้านนายแพทย์โนริโอะ อิวากิ คลินิกอายุรกรรมอิวากิกล่าวว่า สิ่งที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดที่ทำให้เกิดอาการปวดหัวคือการขาดอ๊อกซิเจน โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อนทำให้การหายใจลำบากมากขึ้น ทำให้ร่างกายได้รับอ๊อกซิเจนไม่เพียงพอ แต่ถึงอย่างไรก็ตามในช่วงนี้หน้ากากอนามัยก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เช่นกัน นายแพทย์โนริโอะ อิวากิจึงได้แนะนำว่า แค่สูดหายใจเข้าออก 2-3 ครั้งก็ทำให้ดีขึ้นได้ และให้ลองถอดหน้ากากอนามัยออกแล้วสูดหายใจรับอากาศเข้าไปบ้างเป็นครั้งคราว

ไม่น่าเชื่อว่าหน้ากากอนามัยที่ช่วยป้องกันการติดเชื้อจะส่งผลขนาดนี้ ได้แต่ภาวนาให้โควิดลดลงอย่างต่อเนื่องแล้วกลับไปใช้ชีวิตแบบปกติได้เร็วๆ นะคะ

สรุปเนื้อหาจาก: news.goo

ดูข่าวต้นฉบับ