คืนที่ 682 ไร่จบ! ส.ป.ก.วืดเอาผิด "ปารีณา" ไม่ได้

Thai PBS อัพเดต 06 ธ.ค. 2562 เวลา 06.06 น. • เผยแพร่ 06 ธ.ค. 2562 เวลา 07.39 น. • Thai PBS
คืนที่ 682 ไร่จบ!  ส.ป.ก.วืดเอาผิด

วันนี้ (6 ธ.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการแถลงข่าวของนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก) กรณีตรวจสอบการถือครองที่ดินของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งแม้ว่ายังไม่ตัดสินใจใช้มาตรา 44 คำสั่ง 36/2559 เรื่องมาตรการในการแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดิน ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยมิชอบกฎหมาย ตามที่มีการคาดการณ์ และเสนอจากในพื้นที่ก็ตาม 

ส.ป.ก.ตรวจสอบแล้วพบว่าน.ส.ปารีณา ครอบครองที่ดิน 682 ไร่ไม่รับอนุญาตและไม่เข้าข่ายมีคุณสมบัติเป็นเกษตรกร จึงต้องยึดคืนที่ดิน โดยให้เวลา 7 วันนับตั้งแต่วันที่ 9 ธ.ค.นี้

ทั้งนี้ในการคืนที่ดินฟาร์มไก่ 682 ไร่ โดยจะยังไม่แจ้งความเอาผิด และดำเนินคดี แต่หากยังไม่คืนที่ดิน จึงจะใช้คำสั่งมาตรา 44 คำสั่ง 36/2559 

ถือว่าจบหน้าที่ของส.ป.ก. เนื่องจาก น.ส.ปารีณา เข้ามาครอบครองโดยไม่ได้รับการอนุญาต ถ้าเข้ามาครอบครองโดยไม่มีคุณสมบัติก็ต้องยึดคืน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 6 ธ.ค.นี้ จับตา "ส.ป.ก." ใช้ยาแรง ม.44 ยึดที่ดินฟาร์มไก่ "ปารีณา"

 

เปิดคำสั่ง ม.44 คสช.ทวงคืนที่ดิน ส.ป.ก.

ไทยพีบีเอสออนไลน์ ตรวจสอบราชกิจจานุเบกษา เล่ม 133 ตอนพิเศษ 150 ง ราชกิจจานุเบกษา 5 ก.ค.2559 คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 36/2559 เรื่อง มาตรการในการแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดิน ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยมิชอบกฎหมาย ระบุว่า 

ตามที่คณะรัฐมนตรี เคยมีมติตั้งแต่พ.ศ.2536 ให้มีการส่งมอบพื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติที่เสื่อม โทรม เพื่อนําพื้นที่ไปดําเนินการจัดที่ดินให้แก่เกษตรกร ตามกฎหมายส.ป.ก.แต่จนถึงปัจจุบันได้ปรากฏข้อเท็จจริงว่ายังมีแปลงที่ดินที่ยังมิได้ทําการสํารวจรังวัดอยู่จํานวนมาก

เนื่องจากมีผู้ถือครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งกลุ่มบุคคลดังกล่าวต่างไม่ให้ความร่วมมือ หรือความยินยอมเพื่อเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือแม้กระทั่งในบางรายที่ได้มีคําพิพากษาถึงที่สุดแล้ว แต่การส่งมอบพื้นที่คืน เพื่อให้ส.ป.ก.นําไปดําเนินการจัดที่ดินตามกฎหมายก็ยังไม่ได้รับการปฏิบัติตามคําพิพากษา

นอกจากนี้ ยังปรากฏว่ามีบุคคล ซึ่งไม่มีสิทธิครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายเข้าใช้ประโยชน์โดยอ้างสิทธิในที่ดินจากการซื้อขายต่อจากเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน หรือมีการเปลี่ยนมือที่ดินที่จัดให้แก่เกษตรกรเพื่อถือครองที่ดินเป็นแปลงขนาดใหญ่ และได้นําพื้นที่ดังกล่าวไปประกอบเกษตรกรรมในรูป แบบการปลูกพืชเชิงเดี่ยว ซึ่งจะมีผลกระทบต่อระบบนิเวศน์อย่างรุนแรงในระยะยาว หรือในบางกรณี

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ส.ป.ก.เตรียมใช้ ม.44 ยึดคืนที่ดินฟาร์มไก่ "ปารีณา"

ปรากฏพื้นที่ข้างเคียงเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ยังคงเป็นพื้นที่อนุรักษ์ หากมีการใช้ประโยชน์
ที่ดินไม่เหมาะสม อาจมีปัญหาการบุกรุกพื้นที่เพิ่มเติม ซึ่งกระทบต่อความมั่นคงทางทรัพยากรธรรมชาติ
และก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมได้ อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว)พ.ศ.2557 หัวหน้า คสช.โดยความเห็นชอบของ คสช.จึงมีคําสั่งดังนี้

ข้อ 1 ในคําสั่งนี้ ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมที่เป็นพื้นที่เป้าหมาย ได้แก่ ที่ดิน
ดังต่อไปนี้

  • ที่ดินที่ยังไม่เข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมที่มีเนื้อที่ตั้งแต่ 500 ไร่ ขึ้นไป
  • ที่ดินที่คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดมีมติให้เกษตรกรผู้ได้รับการจัดที่ดินสิ้นสิทธิเข้าทําประโยชน์แล้วและครอบครองโดยบุคคลที่มิใช่ผู้ได้รับการจัดที่ดินมีเนื้อที่ตั้งแต่ 100 ไร่ ขึ้นไ
  • ที่ดินที่ศาลมีคําพิพากษาถึงที่สุด ให้ส่งมอบแก่ส.ป.ก.แล้ว และมีเนื้อที่ตั้งแต่ 500 ไร่ ขึ้นไป

ให้เวลา 15 วันชี้แจงหลังถูกยึดคืน  

ข้อ 2 เมื่อส.ป.ก.ประกาศกําหนดพื้นที่เป้าหมายตามข้อ 1(1) ให้สํานักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัด ปิดประกาศพื้นที่เป้าหมายไว้ในที่เปิดเผย ณ ที่ว่าการอําเภอ ที่ทําการ กํานัน ที่ทําการผู้ใหญ่บ้าน และที่ทําการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แห่งท้องที่ ซึ่งพื้นที่เป้าหมายตั้งอยู่เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 7 วัน และให้นายอําเภอ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ปิดประกาศนั้น มีหน้าที่รักษาความมีอยู่หรือความสมบูรณ์ของประกาศด้วย

ข้อ 3  ให้ผู้ครอบครองที่ดินในพื้นที่เป้าหมายตามข้อ 1 (1) ยื่นคําร้องเพื่อแสดงสิทธิ ในที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินหรือกฎหมายอื่น ต่อสํานักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดภายใน 15 วัน นับแต่วันปิดประกาศตามข้อ 2 และให้สํานักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดตรวจสอบหลักฐานแสดงสิทธิ ในที่ดินของผู้ครอบครองที่ดินในพื้นที่เป้าหมายให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคําร้อง ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กําหนด

ขณะที่ พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม พ.ศ.2518 ซึ่งมีเป้าหมายในการมีการปฏฎิรูปที่ดินเพื่อต้องการให้เกษตรกรมีที่ดินทำกิน และใช้ที่ดินเกิดประโยชน์มากที่สุดพร้อมทั้งการจัดระบบการผลิตและจำหน่ายผลิตผลเกษตรกรรม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่เกษตรกร ดังนั้นการกำหนดโทษ จึงไม่รุนแรงหากเทียบกับการบุกรุกที่ดินประเภทอื่นๆ โดยระบุดังนี้ 

มาตรา 47 ของ ระบุว่า ผู้ใดขัดขวางหรือไม่อำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 23 หรือมาตรา 27 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 48 ผู้ใดฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามประกาศของรัฐมนตรี ซึ่งออกตามมาตรา 33 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

 

โดยนายนภดล ตันติเมฆิน ผอ.สำนักกฎหมาย ส.ป.ก. กล่าวว่า ตอนนี้ไม่ใช่แค่เรื่องที่ว่าอยู่หรือไม่อยู่ในที่ ส.ป.ก.แต่ตอนนี้เข้าสู่กระบวนการว่ายอม หรือไม่ยอมคืนพื้น ถ้าไม่คืนต้องขอดูในข้อเท็จจริง เพื่อใช้ประกอบ ส่วนการฟ้องแพ่ง ยังต้องขอดูกฎหมายอื่นๆประกอบก่อน เพราะต้องใช้กฎหมายอื่นๆร่วมด้วย 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไทม์ไลน์ 21 วัน ทวงคืนที่ ส.ป.ก. 682 ไร่ จาก "ปารีณา" 

ขีดเส้น 7 วัน "ปารีณา" คืนที่ดิน ส.ป.ก. 682 ไร่

กางแผนที่ตรวจสอบที่ดิน สปก. "ปารีณา"

 

 

 

 

 

ดูข่าวต้นฉบับ