คิดนอกกรอบ แต่ตอบโจทย์ - ศุ บุญเลี้ยง

THINK TODAY เผยแพร่ 02 ต.ค. 2562 เวลา 05.37 น. • ศุ บุญเลี้ยง

เคยได้ยินไหม…. ‘หัดคิดอะไรที่มันนอกกรอบเสียบ้าง’

คนที่คิดไม่ออกก็เลยบอกว่า ‘โธ่คิดในกรอบ ยังคิดไม่ค่อยจะออกเลยพี่ถ้างั้น… ใครสอนให้คิด หน่อยสิว่าคิดยังไงมันถึงนอกกรอบ’

การคิดในกรอบ ไม่ใช่เรื่องไม่ดี

ถ้าคิดในกรอบแล้วตอบโจทย์ ก็ยิ่งดีใหญ่

แต่ถ้ามันเกิดตีบตัน คิดแล้วซ้ำซ้อนซ้ำซาก ก็อาจจะต้องลองหาวิธีคิดนอกกรอบกันดูบ้าง

เราจะคิดนอกกรอบได้ เราก็ต้องรู้จักกรอบกันเสียก่อน

เหมือนเราจะนอนนอกกล่อง เราก็ควรจะรู้จักกล่อง

เมื่อลองมองหานิยามของกรอบที่ครอบความคิด

กรอบคือสิ่งที่ทำตามๆ กันมาจนชิน

เช่นฟุตบอล เบื้องต้นใช้เท้าเตะ แล้วก็มีลูกฟุตบอลหนึ่งใบเตะไปเตะมา

แต่ถ้ามองให้ละเอียดแม้จะชื่อฟุตบอลก็จริง นอกจากใช้เท้า(foot)เล่นแล้ว หลายครั้งนักกีฬาต้องใช้อวัยวะอื่นๆ เช่นหัว หรือแม้กระทั่งมือเล่นด้วย อย่างเช่นการโหม่งหรือการทุ่ม

กรอบของฟุตบอลจึงขยายออกไปมากกว่าเท้า

กติกาปกติก็ใช้ฟุตบอลแค่ลูกเดียว

ถ้ามีการแข่งขันฟุตบอลที่ให้เตะไปพร้อมๆ กัน สองหรือสามลูก

อันนี้ถือว่านอกกรอบ แต่จะตอบโจทย์ความต้องการไหม

ถ้าความต้องการอยากให้มีความสนุกและไม่ซีเรียส

ฟุตบอลมากกว่าหนึ่งลูกในสนามอาจจะสร้างความขบขันลดความตึงเครียดของเกม

ต้องย้อนมาดูว่าโจทย์ที่แท้จริงของการแข่งขันครั้งนั้น ต้องการความเข้มข้นหรือความขบขัน

หรือหากลองมองที่กรอบของการแข่งขัน

รางวัลที่หนึ่งมักจะสำคัญกว่า ก็เลยได้เหรียญทอง ได้ของรางวัลมากกว่า

หากลองเสนอว่า ถ้าแข่งกันแล้วใครได้ที่สองได้เงินรางวัลมากกว่า กติการแบบนี้จะสร้างความแตกต่าง

กรอบ อาจหมายถึงถ้อยคำซึ่งครอบคลุมความคิด หรือ หลอกล่อหลอกลวงความคิดของเรา เช่น คำว่าร้านกาแฟอาจจะไม่ได้ขายกาแฟเสมอไป

กรอบของ ประเพณีลอยกระทง ก็คือเอากระทงลงไปลอยในน้ำ

ถ้าเผื่อใครจะทำกระทงลอยฟ้า ก็ถือว่านอกกรอบ

แต่ทำไปทำมาก็อาจจะกลายเป็นกรอบอีกชั้น เพราะมีคนเคยคิดเคยทำ

จากลอยน้ำออกนอกกรอบมาลอยฟ้าก็แล้ว เมื่อเคยเห็นเคยเจอก็จะเริ่มเป็นอีกกรอบ

หากไม่อยากทั้งลอยน้ำและลอยฟ้า

คงง่ายกว่าถ้าเราจะไม่ลอยมันเสียเลย

การนอกกรอบ ก็ใช่ว่าจะดีเสมอไป

เช่นเกิดไอเดียอยากจะจัดลอยกระทงในวันสงกรานต์

หรือเที่ยวไปเดินสาดน้ำคนตอนวันลอยกระทง

อันนี้แหละที่ว่าเป็นการคิดนอกกรอบแต่ทว่ามันไม่ตอบโจทย์

……………..

ตอนอยู่มหาวิทยาลัย เวลารุ่นพี่มาขอร้องแกมบังคับให้ไปช่วยขายของในวันรับปริญญา ผมไม่ค่อยอยากจะไป อาจจะเรียกนอกคอกก็ได้

คือของที่รุ่นพี่เอามาให้ขายมันไม่น่าสนใจ อย่างเช่นขายดอกไม้ ขายตั๋วหนัง

สมัยก่อนสนามกีฬาของจุฬาฯ เป็นสถานที่ประกาศผลสอบ นักเรียนจำนวนมากทยอยกันมาดูผล และสินค้าที่ขายดี คือสมุดเลคเชอร์นี่แหละครับ พี่ๆ แต่ละคณะแต่ละสถาบันจะขนกันมาขาย มากมายแทบทุกคณะ

ไอ้เราอยากได้เงินใช้ อยากไปขายกับเขาด้วย แต่เล็งเห็นแล้วว่า หน้าตาสมุดมันจะมีรูปแบบและขนาดคล้ายๆ กัน

ตอนนั้นเลยลองปรับรูปร่างของสมุดเลคเชอร์ก่อน

ปรับจากขนาดปกติ โดยลองทำสมุดเลคเชอร์ขนาดเท่าปกแผ่นเสียงขึ้นมา

นอกจากทำใหญ่กว่าปกติแล้วยังทำอีกแบบเป็นสมุดขนาดย่อม พกใส่กระเป๋ากางเกงได้โดยไม่ต้องพับ

คือพยายามหนีไปจากกรอบของสมุดเลคเชอร์ ซึ่งเคยมีขนาดเดิมๆ

ปรากฏว่า ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า คือขนไปเท่าไหร่ไม่ช้าก็หมด

นั่นเป็นผลพวงมาจากการพยายามคิดนอกกรอบแล้วตอบโจทย์คือ ขายได้เงินอย่างที่ปรารถนา

………………..

เคยมีโอกาสได้ช่วยคิดช่วยเขียนบทภาพยนตร์เรื่องบุญชูผู้น่ารักด้วย

ตอนคิดก็สนุกกันดี พอหนังเข้าโรงก็ลุ้นว่าจะมีคนดูคนขำไหม หรือทำเงินได้มากกี่ล้าน

ผ่านภาคแรกต่อภาคสองหนังไปได้ด้วยดี

ตอนกำลังจะสร้างภาคสาม ผู้กำกับมาปรึกษาหารือว่า ปกติหนังไทยซึ่งทำเงินรายได้ดีๆ จากภาคแรกมาภาคสอง

ส่วนมากจะมาแป้กหรือรายได้ตกลงก็ตรงภาคสาม

ทางผู้สร้างมีความวิตกกังวลมากว่าจะทำเช่นไร ให้ภาพยนตร์ภาคสามสามารถยืนหยัดหรือทำเงินต่อเนื่องได้อีก

ผมไม่มีความรู้เรื่องการตลาดหรืออาถรรพ์หนังภาคสาม

แต่เท่าที่พอจะช่วยนึกในกรอบ ก็คือ เราต้องทำภาคสามให้สนุกสนาน อาจต้องเพิ่มดารา หรือฉากเร้าใจเข้าไป

แต่ถ้ากลัวมากว่าหนังภาคสามจะย่ำแย่

ลองคิดนอกกรอบแล้วเสนอไปว่า งั้นเราสร้างภาคอื่นก่อนดีไหม?

บุญชู 5 เนื้อหอมจึงเกิดมา

จากภาค 2 กระโดดไปเป็นภาค 5 เลย

แก้ปัญหาหนังภาค 3 ไม่ได้รับความนิยมไปแบบนอกกรอบหนังไทย

……………….

เคยมีโรงงานในมหาชัย เปิดมาแล้วคนงานโดนผีเข้าเป็นประจำ

ถ้าเป็นเราจะทำไง ก็ต้องนิมนต์พระมาสวดทำบุญทำทาน รดน้ำมนตร์

แต่ผ่านไปไม่กี่สัปดาห์ผีก็เข้าคนงานอีก

คราวนี้ลองหาจ้าวมาเข้าทรง ชี้จุด ชี้แนะ

บ้างว่าอาจเป็นผีพม่า ไม่พอดีกับคาถาของพระไทย

แล้วแต่จ้าวจะทายทักชี้แนะ

ลองพยายามสร้างศาล จุดธูปเทียนขอขมา

ไม่ช้าไม่นานผีก็กลับมาเข้าคนงานอีก

ในเมื่อจัดการตามกรอบกติกาที่เคยๆ แล้ว ยังไม่สามารถตกลงกับผีทั้งหลายได้สำเร็จ

จำต้องลองคิดนอกกรอบ

คราวนี้ผู้จัดการเอากระดาษ A4 มาเขียนป้ายประกาศติดไว้

‘ใครผีเข้าให้มารับเงินล่วงหน้า’

แล้วให้ออกไปหางานใหม่

เชื่อหรือไม่ว่า….

หลังจากติดป้ายทั่วโรงงาน

ปรากฏว่าผีไม่กล้าเข้าคนงานแห่งนั้นอีกเลย