คำต่อคำ ‘ฌอน’ ยืนยันไม่หนี พร้อมชี้แจงยอดจริงเงินบริจาคแก้ไฟป่าเชียงใหม่กว่า 1.3 ล้าน

workpointTODAY อัพเดต 08 ก.ค. เวลา 11.21 น. • เผยแพร่ 07 ก.ค. เวลา 11.52 น. • workpointTODAY
คำต่อคำ ‘ฌอน’ ยืนยันไม่หนี พร้อมชี้แจงยอดจริงเงินบริจาคแก้ไฟป่าเชียงใหม่กว่า 1.3 ล้าน

ฌอน บูรณะหิรัญ ปล่อยคลิปครั้งแรก ชี้แจงยอดจริงเงินรับบริจาคแก้ปัญหาไฟป่าเชียงใหม่ รวมกว่า 1.3 ล้านบาท ยอมรับยอดกว่า 8 แสน ผิดรีบชี้แจงทำให้ข้อมูลตกหล่น

วันที่ 7 ก.ค. เวลาประมาณ ฌอน บูรณะหิรัญ ไลฟ์โค้ชชื่อดังได้ปล่อยคลิปความยาวกว่า 10 นาที ผ่านเฟซบุ๊ก Sean Buranahiran - ฌอน บูรณะหิรัญ เป็นครั้งแรกหลังเกิดประเด็นข้อสงสัยจากสังคมเกี่ยวกับรับบริจาคเงินแก้ปัญหาไฟป่า จ.เชียงใหม่ โดยระบุว่า "สวัสดีครับ ผม ฌอน บูรณะหิรัญ ผมขอโทษที่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดความไม่สบายใจในสังคมไทยในช่วงที่ผ่านมา ผมไม่ได้หลบหนีหายไปไหน แต่เวลาที่ผ่านมา ผมใช้เวลารวบรวมข้อมูลเพื่อนำมาชี้แจงในวันนี้

ผมขอชี้แจงเรื่องการบริจาค ผมพักอาศัยอยู่ที่เชียงใหม่ เป็นเวลา 2 ปี และได้รับผลกระทบอย่างมากเรื่องหมอกควันและไฟป่า ผมมีความทุกข์ และมีเจตนาที่จะช่วยปัญหานี้มาโดยตลอด

ทันทีที่ผมเห็น เพื่อนประกาศทางเฟซบุ๊ก ผมได้เห็นภาพความเสียหายรุนแรงจากไฟป่า ผมจึงรู้สึกอยากมีส่วนร่วมในการกระจายข่าวทันที ด้วยการเปิดรับบริจาค 42 นาทีแรก ได้โพสต์เป็นบัญชี กองทุนลมหายใจจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งน่าจะเป็นช่วงคนบริจาคเยอะที่สุด ในคืนนั้นพี่โตโน่ ภาคิน ได้ติดต่อมาว่าขอร่วมบริจาค โดยการโอนเข้าบัญชีฌอน เนื่องจากไว้วางใจและความคล่องตัวในการจัดการเงิน

จากนั้นผมได้เข้าใจผิด ว่าผมต้องเปลี่ยนบัญชีในโพสต์มาเป็นบัญชีตัวเอง ผมดำเนินการรวดเร็ว ไม่มีการเตรียมตัวใดๆ วันที่ 30 มีนาคม 3 ทุ่ม 37 (21.37 น.) ได้เปลี่ยนเป็นเลขบัญชีชื่อตัวเอง ซึ่งบัญชีนี้เปิดไว้นานแล้ว เพื่อการสนับสนุนรายการสัมภาษณ์ของผม บัญชีนี้เป็นบัญชีที่เปิดตั้งแต่ปี 62 ไม่รวมกับบัญชีส่วนตัว เปิดไว้สำหรับลูกเพจที่อยากสนับสนุน รายการสัมภาษณ์ที่ไม่มีสปอนเซอร์ ให้เราได้ใช้กับอุปกรณ์การถ่ายทำ ค่าเครื่องบิน และที่พักของแขกรับเชิญ โดยผู้ชมไม่เสียค่าใช้จ่าย ดังนั้นมีเงินค้างไว้อยู่ในบัญชีนี้ 90,186.69 บาท

รายการนี้ได้สัมภาษณ์บุคคลที่เป็นแบบอย่างหลายท่านต่อเนื่อง และในช่วงกลางเมษายน เมื่อมีเงินบริจาคมาหลายแสน ผมมีเจตนาที่จะนำเงินที่ได้รับบริจาคไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับไฟป่าให้มากที่สุดและส่งไปยังองค์กรที่น่าเชื่อถือ ผมจึงได้ปรึกษากับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ทันทีที่ได้ปรึกษาก็ได้ตระหนักว่า การรับบริจาคควรมีการวางแผนที่รอบคอบ ถี่ถ้วน ควรมีหลักฐานต่างๆ เก็บไว้ และสามารถชี้แจงได้ จึงได้นำเลขบัญชีออกจากโพสต์ทันทีในวันที่ 30 เมษายน

จากนั้นให้ทีมงานไปสอบถามถึงแนวทางการช่วยเหลือให้เกิดประโยชน์จริงๆ ในเรื่องไฟป่า ได้รับข้อมูลว่า ณ ขณะนั้น มีการปิดรับบริจาคเงิน มีสิ่งของที่คนนำมาบริจาค ค่อนข้างล้น จนเป็นภาระในการจัดเก็บของทีมอาสา สิ่งที่เป็นที่ต้องการที่สุดในตอนนั้น คือเครื่องเป่าแรงดันสูงและหน้ากาก ซึ่งทางเราไม่สามารถจัดหาได้ในเวลานั้น เราจึงกลับมาคิดกันอีกครั้งว่า อะไรที่เราสามารถทำได้ในทันที และเป็นสิ่งที่เราถนัด

ด้วยความที่เราเป็นนักผลิตสื่อทางออนไลน์และมองเห็นว่า ทุกครั้งที่เราผลิตสื่อ เราจะได้เรียนรู้พร้อมกันไปด้วย เราจึงคิดกันเองว่า จะนำงบส่วนหนึ่งเตรียมไว้เพื่อ สร้างความตระหนักรู้ ป้องกัน แก้ไขไฟป่าในอนาคต ส่วนนี้เป็นจุดเริ่มต้นของความไม่รอบคอบในการจัดการของผมครับ เราได้เข้าไปทำความรู้จัก ชาวเผ่าปกากะญอ ร่วมกิจกรรมที่เราสามารถทำได้ ณ เวลานั้น เรียนรู้ บันทึกภาพ ตัดต่อ เพื่อมีจุดประสงค์ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและสิ่งแวดล้อม ซึ่งในวันนี้มีคลิปที่ตัดต่อไว้ และเผยแพร่ไปแล้ว 3 คลิป และยังไม่ได้เผยแพร่อีก 2 คลิป โดยเงินที่ได้มาจากการรับบริจาคไม่ได้นำมาใช้เป็นค่าจ้างทีมงาน แต่เตรียมไว้สำหรับการจ่ายค่าโฆษณาให้กับทางเฟซบุ๊กเท่านั้น

ระหว่างที่ได้ใช้เวลาศึกษาปัญหาหมอกควันไฟป่าที่เชียงใหม่ ก็ได้เกิดวิกฤติโควิดที่รุนแรงและเร่งด่วน ผมได้คิดแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แบ่งเงินที่ได้รับบริจาคมาช่วยส่วนนี้จากที่ได้รับการร้องขอจากโรงพยาบาลที่ขาดแคลนเข้ามา นี่คือความไม่รอบคอบอีกจุด ที่ผมผิดพลาด ไม่ได้สื่อสารแก่ผู้บริจาคทราบ ด้วยเจตนาที่จะช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน ณ เวลานั้น

ในวันที่ 27 มิถุนายน เกิดคำถามขึ้นจากเพจหนึ่งในออนไลน์เรื่องเกี่ยวกับการรับบริจาค ผมมีเจตนาแสดงความบริสุทธิ์ใจ จึงได้รีบร้อนออกมาชี้แจงในโพสต์ในเฟซบุ๊ก ผมขออภัยในความไม่รอบคอบในการจัดการเงินบริจาคทั้งหมด
ความหละหลวมในการนำเสนอข้อมูลในชุดแรกสื่อสารไปตั้งแต่ยังไม่รวบรวมข้อมูลในครบถ้วน วันนั้นผมรีบร้อนอยากสื่อสารให้เร็วที่สุด เพราะห่วงความรู้สึกของเพื่อนๆ ที่ไว้ใจผมและบริจาคเข้ามา จึงสื่อสารข้อมูลออกไปไม่ครบถ้วน ณ เวลานั้นผมไม่ได้อยู่บ้าน และไม่ทันเช็กให้รอบคอบ จึงรีบให้ทีมงานสรุปยอดเท่าที่มีใบเสร็จที่รวบรวมไว้ และยืนยันได้ ณ เวลานั้น

โดยแจ้งในเพจไปว่า มียอดบริจาค 875,741.53 บาท แต่จริงๆ ยอดนั้นเป็นยอดที่รวบรวมจากใบเสร็จ ซึ่งผมได้ใช้คำผิด ภายหลังเมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วนก็พบว่า มียอดที่ใช้ไปตามใบเสร็จทั้งสิ้น 991,541.36 บาท และในบัญชีนี้
มีเงินเข้ามาในช่วงรับบริจาคทั้งสิ้่น 1,338,644.01 บาท ในทันทีที่ทราบว่ามีข้อมูลตกหล่น ผมจึงคิดว่าควรมีหน่วยงานที่น่าเชื่อถือมาตรวจสอบ

ในวันที่ 29 มิถุนายน ผมรีบยื่นจดหมาย หลักฐานทั้งหมด ที่ผมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตรวจ ทั้งบัญชีบริษัท  Statement (สเตทเม้นต์) ส่วนตัว และ Statement เปิดรับบริจาคที่แสดงต่อเจ้าหน้าที่ ที่กรุณาได้มาตรวจสอบ ตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจให้เห็นหลักฐานว่า ผมไม่ได้นำเงินไปใช้เรื่องส่วนตัวเแลย ทั้งนี้มีผู้บริจาค 2 ราย ที่ขอเงินคืน และได้ดำเนินการคืนเงินแล้ว รายละ 100 บาท กับ 200 บาท รวมเป็น 300 บาท

จากการที่ผมไม่รอบคอบที่คิดไม่ถี่ถ้วนในการจัดการเงิน ผมขอน้อมรับคำแนะนำจากผู้ใหญ่และสื่อต่างๆ ที่ปรารถนาดี ผมขอแสดงความรับผิดชอบ โดยจะรวบรวมเงินบริจาคทั้งหมด ทุกบาท ทุกสตางค์ ส่งมอบให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการช่วยเหลือไฟป่าต่อไป

สรุปยอดบริจาคตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม ถึง 30 เมษายน การโอนเข้าจำนวน 5,974 ครั้ง Statement 167 แผ่น เป็นจำนวนเงิน 1,338,644.01 บาท รวมกับเงินในส่วนที่เข้ามาในบัญชีบริษัทและบัญชีส่วนตัวที่จำนวน 41 ครั้ง เป็นยอดรวม 3,501.95 บาท ซึ่งเราสันนิษฐานว่า อาจเป็นเงินที่ผู้โอนมีเจตนาบริจาค และส่วนสุดท้าย เงินที่เข้ามาหลังจากปิดการบริจาคในวันที่ 1 พฤษภาคม ถึง 28 มิถุนายน มีผู้โอนเข้ามาอีก 50 ครั้ง เป็นยอดรวม 4,189.92 บาท และเงินที่เข้ามาหลังจากปิดบริจาค หลังจากวันที่ 29 มิถุนายน ถึง 2 กรกฎาคม มีผู้โอนเข้ามาอีก 49 ครั้ง เป็นยอดรวม 551.85 บาท รวมจำนวนทั้งหมดหลังจากนำเลขบัญชีออกจากโพสต์รับบริจาค 4,741.77 บาท รวมยอดเงินทั้งหมด ที่จะส่งต่อเพื่อประโยชน์ไฟป่า 1,346,887.73 บาท เมื่อผมมอบเงินทั้งหมดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับไฟป่าให้ครบแล้ว เดี๋ยวผมจะมาอัปเดตในเพจอีกที

อย่างไรก็ตามไม่มีวันไหนที่ผมจะไม่คิด และรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมขอโทษที่ทำให้ครอบครัว เพื่อนๆ และแฟนๆ ต้องเป็นห่วงผมและรู้สึกกังวลในช่วงเวลาที่ผ่านมา

ผมขอโทษในการสื่อสารทุกๆ อย่าง ที่ไม่ถูกต้องและเหมาะสม และก่อให้เกิดความรู้สึกที่ไม่ดี และขอขอบคุณทุกๆ คำติชม คำวิจารณ์ในทุกมุมจากสังคม จากสื่้อ รวมถึงกำลังใจของทุกคนในช่วงเวลาที่ลำบากที่สุดในชีวิตของผม ผมได้รับกำลังใจและผมจะจดจำเป็นบทเรียนในสิ่งที่ผมพลาดไป ผมจะไม่ทำผิดซ้ำเดิมอีกครั้ง ผมจะไม่หมดกำลังใจ ผมจะไม่ทิ้งความตั้งใจ ซึ่งผมทำคนเดียวคงไม่สำเร็จ พลังของเพื่อนๆ เป็นพลังสำคัญของผม ทุกเสียงด่า เสียงติ เสียงชม มีความหมายต่อผม ให้ผมได้เรียนรู้ชีวิต ว่าผมจะต้องใช้ชีวิตด้วยความระวังและมีสติต่อไป ขอบคุณครับ ผมฌอน บูรณะหิรัญ"

ดูข่าวต้นฉบับ