ความ ‘ต้องการ’ ที่จะอยู่ในหัวใจเราตลอดไป ด้วยความอาลัยแด่ วลัยกร สมรรถกร ผู้วาดภาพประกอบหนังสือความสุขของกะทิ

THE STANDARD อัพเดต 21 พ.ย. 2562 เวลา 13.22 น. • เผยแพร่ 21 พ.ย. 2562 เวลา 10.58 น. • thestandard.co
ความ ‘ต้องการ’ ที่จะอยู่ในหัวใจเราตลอดไป ด้วยความอาลัยแด่ วลัยกร สมรรถกร ผู้วาดภาพประกอบหนังสือความสุขของกะทิ
ความ ‘ต้องการ’ ที่จะอยู่ในหัวใจเราตลอดไป ด้วยความอาลัยแด่ วลัยกร สมรรถกร ผู้วาดภาพประกอบหนังสือความสุขของกะทิ

“ไม่เรียกร้องสิ่งที่ไม่มีในขณะนั้น และหาทางสนุกไปกับสิ่งที่มีในขณะนี้” – ต้องการ  

 

เป็นอีกหนึ่งวันที่โลกของศิลปะ พู่กัน ผืนผ้าใบ และ ‘สีจากธรรมชาติ’ ถูกย้อมให้ซีดลง เมื่อ ต้องการ-วลัยกร สมรรถกร เจ้าของหนังสือ ความสุขของมะลิ, Slow Book, บทสนทนาระหว่างฉันกับเธอและนักวาดภาพประกอบเรื่อง ความสุขของกะทิและภาพประกอบอื่นๆ อีกมากมาย ได้จากโลกนี้ไปในช่วงเช้าของวันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 

 

เหลือไว้เพียงลายเส้นที่เป็นเอกลักษณ์ ตัวละครเด็กสาวที่ดูแล้วอบอุ่น มองแล้วสบายตาด้วยสีสันจากดอกไม้และพืชพันธุ์นานาชนิด ที่ต้องการฝึกฝนและพัฒนาตัวเองในฐานะ ‘นักวาดภาพออร์แกนิก’ มาเป็นระยะเวลามากกว่า 10 ปี 

 

ต้องการเป็นเด็กสาวที่หลงใหลในการวาดภาพมาตั้งแต่เด็ก แต่เลือกเรียนสายวิทย์ในช่วงมัธยมปลาย เพราะคิดว่าเด็กที่เรียนสายวิทย์เก่งกว่าเด็กสายศิลป์ แต่สุดท้ายด้วยหัวใจ ตัวตน และความชอบที่ไม่อาจปฏิเสธ เธอก็เลือกเรียนคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ภาควิชาตกแต่งภายใน สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง 

 

แต่ลึกๆ แล้วต้องการก็ยังรู้ดีว่าการได้นั่งวาดภาพที่เริ่มต้น จบงานด้วยตัวเอง คือสิ่งที่เธอรักและมีความสุขมากที่สุด เธอยังคงวาดรูปทุกวัน และเล่าเรื่องวันหยุดสบายๆ ของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเป็นหนังสือทำมือเล่มเล็กๆ ชื่อ A Sundayที่ทำให้ โหน่ง-วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ ชวนต้องการให้วาดการ์ตูนเงียบเล่าเรื่องการเดินทางท่องเที่ยวด้วยสีน้ำในคอลัมน์ Going Places (ภายหลังเปลี่ยนเป็นคอลัมน์ Going with the Flow เมื่อเธอเปลี่ยนมาใช้สีออร์แกนิกแทน) ในนิตยสาร a day 

 

ต้องการเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น โดยเฉพาะงานวาดภาพประกอบให้กับนวนิยาย ความสุขของกะทิของ งามพรรณ เวชชาชีวะ ที่ได้รับรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) ในปี 2549 

 

ด้วยลายเส้นที่เป็นเอกลักษณ์ การใช้สีโทนดำ สีม่วง สีน้ำเงิน สร้างตัวละครเด็กหญิงกะทิที่คนอ่านไม่มีโอกาสเห็นหน้า แต่สามารถจินตนาการ รับรู้เรื่องราว อารมณ์ ความรู้สึกทั้งสุขและเศร้าได้ราวกับว่า ‘ความสุขของต้องการ’ เป็นส่วนเดียวกันกับ ‘ความสุขของกะทิ’ ด้วยจริงๆ 

 

จุดเปลี่ยนสำคัญคืออาการป่วยโรคมะเร็งผิวหนังที่ทำให้ต้องการตระหนักถึงปัญหาสำคัญว่าการเป็นนักวาดภาพที่เธอรักกับสารเคมีและสารพิษต่างๆ นั้นอยู่ใกล้ชิดกันตลอดเวลามากเกินไป 

 

โชคดีที่เธอรู้เร็ว เนื้อร้ายยังไม่ลุกลาม และผ่าตัดออกได้ทันท่วงที ประกอบกับได้เข้าคอร์สธรรมชาติบำบัด ทำให้ตัดสินใจเปลี่ยนวิถีชีวิตและการทำงานใหม่ด้วยการนำเงินเก็บทั้งชีวิตซื้อที่ดินประมาณ 5 ไร่ ปลูกบ้านอยู่กับแม่และแมวที่ชื่อมะลิอยู่ที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ปลูกผัก กินอาหารออร์แกนิก ใช้ของที่ปลอดสารเคมี และค่อยๆ พัฒนาการสร้างสรรค์งานศิลปะด้วยสีจากธรรมชาติแบบร้อยเปอร์เซ็นต์

 

เริ่มต้นจากมองเห็นสีฟ้าจากการทำชาดอกอัญชัน ดอกกรรณิการ์แถวบ้านที่ให้สีส้ม ไปจนถึงสีแดงของพริกฝรั่งที่แม่ปลูกเอาไว้รอบบ้าน ฯลฯ ต้องการนำทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวมาฉีก บด ผสมน้ำ และทดลองวิธีการสกัดสีหลายอย่างจนค้นพบว่าสีทุกอย่างหาได้จากต้นไม้ดอกไม้ในบริเวณบ้าน ทำให้เธอตัดสินใจ ‘ปิด’ กล่องสีน้ำและสร้างงานจากสีธรรมชาติแบบร้อยเปอร์เซ็นต์เมื่อประมาณ 4 ปีก่อน 

 

อาจฟังดูยุ่งยากหากลำดับขั้นตอนทั้งหมด ซึ่งต้องการก็ไม่ได้ปฏิเสธเรื่องนั้น เพียงแต่อีกด้านหนึ่งเธอมองเห็น ‘ความสนุก’ ในการปรับตัว ในการทดลอง ในการทำความเข้าใจและศึกษาชีวิตผ่านสีสัน รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของธรรมชาติ เหมือนที่เธอเคยเขียนเอาไว้ในหนังสือ Organic 101 เมื่อ 4 ปีก่อนว่า 

 

“ถ้าอยากเข้าใจออร์แกนิก ก่อนอื่นต้องเข้าใจและทำความรู้จักฤดูกาลก่อน ทำความเข้าใจว่าโลกนี้มีฤดูต่างๆ ยอมรับสิ่งที่มีและไม่มีในฤดูกาลนั้นๆ ปรับตัวตามฤดูกาล ไม่มีฤดูไหนอยู่ไปตลอด ต้องมีฤดูอื่นผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมา และเมื่อฤดูของสิ่งนี้หายไป มันจะกลับมาใหม่เมื่อถึงเวลา 

 

“ไม่เรียกร้องสิ่งที่ไม่มีในขณะนั้น และหาทางสนุกไปกับสิ่งที่มีในขณะนี้ ถ้าเข้าใจฤดูกาล ก็ง่ายที่จะใช้ชีวิต…แบบออร์แกนิก” 

 

แล้วต้องการก็ยืนยันในความเชื่อแบบนั้นมาตลอด เธอยังคงวาดรูปอย่างมีความสุข สนุกสนานกับการปลูกผัก ปรุงอาหารจากธรรมชาติ แบ่งปันแนวคิดการใช้ชีวิตแบบธรรมชาติ รวมทั้งการเปิด ‘ตลาดนิดนิด’ (Niche Niche Weekend) ที่ศิลปินมาขายงานคราฟต์ และเกษตรกรมาขายผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกได้โดยไม่คิดค่าเช่าที่ 

 

แม้ในช่วงที่เริ่มป่วยจากอาการปวดเนื่องจากปัญหาที่เส้นเอ็นเมื่อประมาณ 4-5 ปีก่อน ต้องการก็ยังทำหน้าที่เป็น ‘แม่ค้าเกษตรกร’ ช่วยเพื่อนบ้านขายน้อยหน่าและผลิตผลออร์แกนิกอย่างสนุกสนาน ยังมีความสุขเวลาได้กินอาหารออร์แกนิก มีเวลาอยู่กับครอบครัวและแมวที่เธอรัก และยังหาเวลาออกไปเก็บดอกไม้มาประกอบภาพวาด สร้างงานศิลปะเพื่อส่งต่อความสวยงามและพลังงานดีๆ ให้กับคนอื่นอยู่เสมอ 

 

แม้ว่าสักวันหนึ่ง ‘สีสันจากธรรมชาติ’ บนภาพวาดที่เธอฝากเอาไว้จะค่อยๆ จางหายไปตามกาลเวลา แต่เราเชื่อว่าผลงาน ตัวละคร ตัวตน และแนวคิดการใช้ชีวิตแบบธรรมชาติที่ฝากเอาไว้จะยังคงถูกพูดถึง คิดถึง หยิบขึ้นมาดูซ้ำๆ และอยู่ในหัวใจของใครหลายคนตลอดไป 

 

ถึงแม้วันนี้จะเต็มไปด้วยความเศร้า แต่วันหนึ่งความเศร้าจะค่อยๆ จางหายเหลือเพียงความเข้าใจ อย่างที่เธอเคยพูดเอาไว้ว่า

 

“ไม่เรียกร้องสิ่งที่ไม่มีในขณะนั้น และหาทางสนุกไปกับสิ่งที่มีในขณะนี้” 

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ