ความในพระราชหฤทัยรัชกาลที่ 6 ต่อความพยายามคุมรายจ่ายของกระทรวงพระคลัง

ศิลปวัฒนธรรม อัพเดต 03 ส.ค. เวลา 04.56 น. • เผยแพร่ 03 ส.ค. เวลา 04.53 น.
รัชกาลที่ 6
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6

ใน “ประวัติต้นรัชกาลที่ 6” พระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 6 (ทรงใช้นามแฝงว่า “ราม วชิราวุธ”) มีใจความส่วนหนึ่งบรรยายถึงเหตุการณ์ทางการเงินในบ้านเมืองช่วงเวลานั้นที่ได้รับผลจากสถานการณ์หลายด้าน

ข้อความตอนหนึ่งมีว่า

“เมื่อเปนอันตกลงว่าจะมีข้าราชการในพระราชสำนักของเสด็จแม่เช่นนั้น ก็เกิดมีปัญหาเรื่องเงินเดือนตามมาทีเดียว คือจะจ่ายทางใด. เสด็จแม่นั้นทรงรับเงินจากพระคลังมหาสมบัติปีละสามแสน, แต่รับสั่งว่าไม่ทรงพอใช้จ่าย ฉันเพิ่มถวายจากพระคลังข้างที่อีกปีละแสน, รับสั่งว่าถ้าจะเกณฑ์ให้พระองค์ท่านออกเงินเดือนพระราชทานเข้าราชการในราชสำนักของท่านด้วยละก็ก็คงเปนอันไม่พอทรงใช้.

ในที่สุดก็เปนอันตกลงตั้งเบิกที่ฉัน นี่แหละ, มันเปนอย่างนี้เสียแทบทุกเรื่องไป คนโน้นคิดเพิ่มโน่น คนนี้คิดเพิ่มนี่, แต่ไม่มีใครคิดช่วยหาเงินมาให้สำหรับใช้ในการที่เพิ่มขึ้นเลย, ลงปลายก็ตกหนักอยู่ที่ฉัน, เปนเช่นนี้เสมอๆ ดังจะได้เห็นปรากฏต่อไปในเรื่องอื่นๆ ถ้าฉันได้รับเงินจากพระคลังมหาสมบัติเท่าที่ทูลกระหม่อมได้ทรงรับอยู่บางทีจะค่อยทำเนา,

แต่พอผลัดรัชกาลคลังก็ตัดเงินเสียสามล้าน คงจ่ายให้ฉันเพียงหกล้าน, โดยอ้างว่าฉันเพ่อเข้ารับตำแหน่งใหม่ ควรเริ่มรับเพียงหกล้านก่อน แล้วจะขึ้นให้ปีละห้าแสนจนถึงเก้าล้านเปนที่สุด ตามความจริงก็หาได้ขึ้นให้ฉันอย่างที่รับไว้นั้นไม่ คงจ่ายให้เพียงปีละหกล้านถึง ๖ หรือ ๗ ปีแล้วจึ่งได้ยอมเริ่มขึ้นให้ ถ้าฉันรู้ว่าคลังจะเล่นกับฉันเช่นนั้นฉันคงมิได้ยอมตกลงตามคำขอของ……..ว่าให้แยกกิจการส่วนตัวกับกิจการแผ่นดินเปนคนละแพนก, เพราะพอหลุดปากยอมไปเช่นนั้นแล้วอะไรๆ กระทรวงพระคลังก็คอยแต่ปัดเอามาเปน ‘ส่วนพระองค์’ เสียแทบทั้งนั้น, เว้นแต่ถ้าอะไรเปนของที่คลังต้องการ, เช่นที่ดินและตึกโรงเรือนเปนต้น, คลังก็เอาเสียเฉยๆ โดยไม่ยอมคิดค่าป่วยการหรือตอบแทนให้แก่ฉันเลยจนนิดเดียว หรือจนชั้นจะขอบใจก็ไม่มี.

ใครๆ ให้ที่ดินแก่รัฐบาลเขาก็ได้รับขอบใจ แต่ฉันถูกเขาเอาเปล่าเสมอ. ไม่ทราบว่าทำไม……ท่านจึ่งชอบเอาเปรียบฉันนัก, ทีทรัพย์สมบัติของฉันท่านเอาโดยไม่ขอบใจ, ไม่ต้องให้ใครรู้เห็นว่าฉันทำชอบแก่แผ่นดินบ้างเลย, ทีฉันถึงเวลาอัตคัดจะขอพึ่งคลังสักนิดหน่อย ท่านไม่ยอมอุปการะเลยแต่ไหนแต่ไรมา, มิหนำซ้ำท่านชอบบ่นเรื่องฉันให้ลูกน้องท่านฟัง, อ้ายพวกนั้นมันก็เก็บเอาไปพูดต่อกันคนละคำสองคำจนเปนขี้ปากอ้ายพวก ‘รักชาติ’, และอ้ายพวกนั้นเห็นฉันเปนตัวแมลงสุรุ่ยสุร่าย ใช้เงินอย่าง ‘ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ’ จะทำให้ชาติล่มจม ที่แท้ฉันไม่ได้เงินกระทรวงคลังมาเลย ฉันจะทำให้ชาติล่มจมอย่างไรได้?

เงินก็ไม่ให้ ด่าก็ด่า ออกจะอาการหนักอยู่หน่อย”

คัดจาก

ราม วชิราวุธ. ประวัติต้นรัชกาลที่ 6. กรงเทพฯ: มติชน (หน้า 179-180)

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรก เมื่อ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ดูข่าวต้นฉบับ