ความเสี่ยง!ที่ต้องรอบคอบ “ปลดล็อกดาวน์เฟส 6” รายได้ประเทศ-ความปลอดภัยปชช. ไหนคุ้มกว่ากัน!?!

สยามรัฐ อัพเดต 07 ส.ค. เวลา 17.10 น. • เผยแพร่ 07 ส.ค. เวลา 17.10 น. • สยามรัฐออนไลน์
ความเสี่ยง!ที่ต้องรอบคอบ “ปลดล็อกดาวน์เฟส 6” รายได้ประเทศ-ความปลอดภัยปชช. ไหนคุ้มกว่ากัน!?!

และก็ถึงวันที่รัฐบาลเตรียมไฟเขียวให้คนต่างชาติเข้ามาประเทศไทยในการปลดล็อคดาวน์เฟส 6 หลังจากที่ประเทศไทยประกาศปลดล็อกดาวน์เฟส 5 ไปแล้วระยะหนึ่ง ซึ่งได้รับความร่วมมือจากประชาชนที่ช่วยกันป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในประเทศ ยกเว้นแต่มีผู้ที่ติดเชื้อจากต่างประเทศเดินทางเข้าประเทศ ทำให้ยังคงมีตัวเลขเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้“แนวทางการปลดล็อคดาวน์เฟส 6 ที่คาดว่าจะดำเนินการได้” อาทิ 1.ให้ต่างชาติเข้ามาจัดแสดงสินค้า ในราชอาณาจักร ,2. ให้ต่างชาติเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ ในราชอาณาจักร เขาสามารถควบคุมการระบาดของเชื้อได้ ,3. ให้แรงงานต่างชาติเข้ามา ที่ไม่ใช่นักท่องเที่ยว เป็นแรงงานต่างชาติ ทำงานด้านอาหาร ก็ต้องมีมาตรการให้เห็นว่า ทำอย่างไร เขาดูแลตัวเองได้อย่างดี ไม่ให้ติดโรค และ 4. กลุ่มที่จะเข้ามารักษาตัวในไทย ก็ต้องให้เขาอยู่ต่อหลังอยู่ 14 วัน แล้วก็มาเที่ยวประเทศเราต่อ ทำให้มีรายได้เข้ามาหมุนเวียนเศรษฐกิจประเทศ

ซึ่งจังหวัดที่ประกาศความพร้อมที่จะประเดิมเปิดประตูบ้านรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยข้อสรุปเบื้องต้นกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มองกันว่าจะเข้ามาภูเก็ต เพื่อกระตุ้นให้เศรษฐกิจของภูเก็ตเดินต่อไปได้ กลุ่มแรกจะต้องเป็นนักท่องเที่ยวทั่วไปที่มาจากประเทศที่ปลอดภัยจากโควิด-19 และเป็นประเทศที่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้แล้ว เช่น จีน เวียดนาม และจะต้องมีชั่วโมงบินไม่เกิน 4 ชั่วโมง เพื่อไม่ต้องต่อไฟลต์ในประเทศอื่นๆ โดยกลุ่มนี้ทางรัฐบาลจะมีการเจรจากันในการให้เดินทางเข้าออกประเทศ

และกลุ่มที่ 2 เป็นนักท่องเที่ยวที่เข้ามารักษาพยาบาลและการดูแลสุขภาพ หรือเมดิคัลทัวร์ลิสต์ เพราะภูเก็ตมีความพร้อมในเรื่องของการดูแลนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ และนักท่องเที่ยวกลุ่มที่ต้องการจะเข้ามาอยู่ในภูเก็ตนานๆ ซึ่งอาจจะเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มที่ต้องการหนีความวุ่นวายในประเทศของตัวเอง หรือกลุ่มที่มั่นใจในศักยภาพของภูเก็ตในการป้องกันโควิด-19 โดยกลุ่มนี้น่าจะเป็นตลาดกลุ่มใหญ่สำหรับภูเก็ต และสามารถสร้างรายได้กระตุ้นเศรษฐกิจของภูเก็ตได้ในช่วงนี้ เพราะโดยกลุ่มนี้สามารถเดินทางเข้ามาได้ทั่วโลก แต่จะต้องเข้ามากักตัว 14 วัน ในโรงแรมต่างๆ ที่ได้รับการรับรองจากสาธารณสุข หรือ ที่เรียกกว่า Alternative State Quarantine

ล่าสุด “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงมาตรการผ่อนคลายต่างๆ เกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 ว่า จำเป็นจะต้องมีการผ่อนคลาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของนักธุรกิจที่จะต้องเข้ามา แต่ต้องมีมาตรการที่รัดกุม เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นเชื่อถือในการเข้ามาติดต่อธุรกิจ ซึ่งเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ โดยศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด 2019 หรือโควิด-19 (ศบค.) ต้องมีการหารือกัน สัปดาห์หน้าในที่ประชุม ศบค.คงจะรู้ผลเรื่องนี้ อย่างไรก็ตามถ้ามั่นใจ ควบคุมได้ มันก็มีความจำเป็น แต่ถ้ายังไม่พร้อมมันก็อีกเรื่องหนึ่ง

เช่นเดียวกับ “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า การเปิดประเทศให้ต่างชาติเข้ามา ทางสธ.จะรับนโยบายของนายกฯ ที่ได้กำชับให้ ศบค.และ สธ.หาวิธีการว่าจะดำเนินการอย่างไรให้มีความปลอดภัย และสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจค้าขายในประเทศได้ด้วย เนื่องจากการค้าขายต้องมีการเจรจาตลอด เช่น ผู้เชี่ยวชาญต้องมาที่ต้องมาเดินเรื่องเครื่องจักร คนเหล่านี้ไม่สามารถมากักตัวเอง 14 วัน และเหลือเวลาไปทำงาน 3-4 วันได้ ดังนั้นเราต้องหาวิธีการจัดการในเรื่องนี้

ด้าน “นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า โครงการกระตุ้นชาวต่างชาติที่มีถิ่นพักอาศัยอยู่ในประเทศไทยถาวร (เอ็กซ์แพท) ให้ออกเดินทางเที่ยวในประเทศ ที่มีจำนวนประมาณ 2,000,000 คน เนื่องจากคนกลุ่มนี้มีศักยภาพในการใช้จ่ายสูงมาก แต่ที่ผ่านมาไม่ค่อยนิยมเที่ยวในประเทศ เพราะเจอกรณีการคิดค่าบริการในอัตราที่สูงกว่าคนไทย อาทิ โรงแรม ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว จึงจะหารือร่วมผู้ประกอบการในภาคท่องเที่ยว เพื่อหาวิธีกระตุ้นให้คนกลุ่มนี้อยากเดินทางท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น

ขณะที่ “นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย” รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ภูเก็ตจะเป็นจังหวัดนำร่องในการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งเป็น 1 ใน 3 จังหวัด ประกอบด้วย ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี และกระบี่ อาทิ ความพร้อมของสนามบิน, ความสามารถในการคัดกรองเชื้อผู้โดยสารเข้า-ออก และความเร็วของผลตรวจ, ความพร้อมผู้ประกอบการ ฯลฯ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตามมาตรฐานความปลอดภัยและสุขอนามัยตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด (Clean Together) ความเห็นของบุคลากรในพื้นที่ต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติ, สถานที่ Villa Quarantine ตามหลักเกณฑ์มาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด และการจัด Route เส้นทางท่องเที่ยว/แหล่งท่องเที่ยวให้มีความปลอดภัยตามเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด

ส่วน“นายภูมิกิตติ์ รักแต่งาม” นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในจังหวัดภูเก็ตได้ยุติลงแล้ว และทางจังหวัดสามารถควบคุมการระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลังทางศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ได้มีการคลาย Lockdown และอนุมัติให้เปิดบริการท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศตั้งแต่เมื่อกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานั้น เป็นปัจจัยบวกให้บรรยากาศการท่องเที่ยวในจังหวัดเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว

ทั้งนี้สภาพเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตที่ผ่านมาได้รับการขับเคลื่อนจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวรวม 14.4 ล้านคนในปี 2562 แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ 10 ล้านคน และนักท่องเที่ยวชาวไทย 4 ล้านคน มีรายได้รวมจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวรวม 480,000 ล้านบาท ซึ่งสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้เกิดการชะงักของเศรษฐกิจในภูเก็ตอย่างมาก

ครั้งนี้จึงเป็นการวัดใจรัฐบาลที่จะเตรียมปลดล็อคดาวน์เฟส 6

ความคุ้มค่าของรายได้ประเทศ กับ ความปลอดภัยของประชาชน!

จะทำอย่างไรให้ออกมาคุ้มค่ามากที่สุดดด!?!

ดูข่าวต้นฉบับ