ความเคลื่อนไหวเมืองไทยวันนี้เวลา 19.25น.วันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2562

JS100 อัพเดต 11 พ.ย. 2562 เวลา 13.46 น. • เผยแพร่ 11 พ.ย. 2562 เวลา 13.43 น. • JS100:จส.100
ความเคลื่อนไหวเมืองไทยวันนี้เวลา 19.25น.วันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2562
ความเคลื่อนไหวเมืองไทยวันนี้เวลา 19.25น.วันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2562

หลายเขต มีฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานมีผลกระทบต่อสุขภาพ

          การตรวจสอบคุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล กรมควบคุมมลพิษร่วมกับกรุงเทพมหานคร(กทม.)จากสถานีตรวจวัดทั้งหมด 44 สถานี พบว่า ปริมาณฝุ่นละอองตรวจวัดค่าได้ระหว่าง 41-67 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) ปริมาณฝุ่นละอองโดยรวมมีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเที่ยง พื้นที่ที่มีคุณภาพอากาศเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ 29 พื้นที่ ได้แก่ ริมถนนกาญจนาภิเษก ริมถนนพระราม 4 ริมถนนอินทรพิทักษ์ ริมถนนลาดพร้าว ริมถนนนวมินทร์ เขตดินแดง เขตวังทองหลาง เขตปทุมวัน เขตบางรัก เขตบางคอแหลม เขตยานนาวา เขตลาดกระบัง เขตคลองสาน เขตบางเขน เขตบางพลัด เขตบางขุนเทียน เขตบางกะปิ เขตสาทร เขตหลักสี่ เขตคลองเตย เขตบางซื่อ เขตบึงกุ่ม กทม. บริเวณ ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี บริเวณ ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง ต.บางโปรง อ.เมือง ต.ปากน้ำ อ.เมือง ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ และบริเวณ ต.มหาชัย อ.เมือง ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ควรเฝ้าระวังสุขภาพและลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง

ปชช.เห็นด้วยกับมาตรการจับ-ปรับผู้ขับขี่และจอดรถบนทางเท้า

          ผลการประชุมคณะผู้บริหารกทม.ที่มีพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.เป็นประธานการประชุม ในวันนี้ที่ประชุมได้รับทราบและพิจารณาในประเด็นเกี่ยวกับผลการสำรวจความคิดเห็นมาตรการดำเนินการกับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างที่จอดหรือขับขี่บนทางเท้า แผนการปรับปรุงและพัฒนาเมือง และแผนการพัฒนาสวนลุมพินี ประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับมาตรการจับ–ปรับ ผู้ขับขี่และจอดรถบนทางเท้า  พบว่า ร้อยละ  92.84 ประชาชนทั่วไปเห็นด้วยหรือไม่กับโครงการ “จุดกวดขันจับ–ปรับ จอดรถหรือขับขี่บนทางเท้า” ของ กทม.ส่วนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างเห็นด้วยร้อยละ 86.68  นอกจากนั้น ประชาชนทั่วไปร้อยละ 71.70 เห็นด้วยกับ มาตรการลงโทษผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างโดยการยึดเสื้อวิน 3 ปี ระหว่างที่ยึดจะไม่สามารถขับขี่รถได้ ส่วนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างเห็นด้วย ร้อยละ 42.08 กทม.จะนำเสนอผลการสำรวจความคิดเห็นดังกล่าวให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบ และแจ้งไปยังกรมการขนส่งทางบก ซึ่งกรมการขนส่งทางบก จะเรียกประชุมและนำเข้าพิจารณาในคณะกรรมการฯ ต่อไป

รมว.ทส.ให้ *‘ชัยวัฒน์’ สู้คดีตามขั้นตอน *

          หลังจากที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้อนุมัติออกหมายจับ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร กับพวก ประกอบด้วย นายบุญแทน บุษราคำ, นายธนเสฏฐ์ หรือไพฑูรย์ แช่มเทศ และนายกฤษณพงษ์ จิตต์เทศ รวม 4 คน คดีฆาตกรรม นายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า น้อมรับคำสั่งศาล ส่วนคดีก็ดำเนินการไปตามกฎหมาย ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่ อนุรักษ์ที่ 9 อุบลราชธานี กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นเจ้าหน้าที่ของกระทรวง หน่วยงานก็ต้องให้ไปสู้คดีในชั้นศาล

          นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ให้นายชัยวัฒน์ ต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม ในส่วนเรื่องการทำงาน จะยังให้ทำงานตามปกติ ไม่มีการสั่งย้าย เรื่องนี้แบ่งเป็น 2 ส่วน คือเรื่องส่วนตัวที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม และการปฏิบัติงานในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐขณะถูกกล่าวหา ซึ่งต้องแยกออกจากกัน

ฝากขัง 3 ผตห.ก่อเหตุตะลุมบอนที่รพ.อ่างทอง  

          พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เร่งรัดคดีกลุ่มวัยรุ่นยกพวกตะลุมบอนในห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลอ่างทอง เมื่อเวลา 0.54 น. วันที่ 10 พฤศจิกายน พบว่า เป็นการก่อเหตุที่อุกอาจ ไม่เกรงกลัวกฎหมาย ทำให้ประชาชนที่เข้ามารับการบริการเกิดความไม่ปลอดภัยและต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มความเข้มในการดูแลรักษาความปลอดภัยในโรงพยาบาล ฝากเตือนประชาชนให้ดูแลลูกหลานไม่ให้เกิดการทำร้ายร่างกายกันเกิดขึ้นในโรงพยาบาล เพราะเป็นสถานที่จะต้องปลอดภัยที่สุดและจะเร่งรัดคดีเพื่อลงโทษผู้ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ควบคุมตัวผู้ที่ก่อเหตุ จำนวน 3 คน นายบุญประสิทธิ์ วีระพงศ์ นายนนทวัช สร้างเขต และนายธนาธิป มุรินทร์จันทร์ ถูกพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอ่างทอง คุมตัวส่งศาลฝากขัง พร้อมคัดค้านประกันตัว หลังยกพวกตามไปทำร้ายคู่กรณีถึงห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลอ่างทอง ภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพขณะก่อเหตุไว้ได้อย่างชัดเจน ตำรวจแจ้งข้อหาหนักร่วมกันบุกรุกสถานที่ราชการทำให้ทรัพย์สินเสียหาย และร่วมกันทำร้ายร่างกาย พร้อมแบ่งการดำเนินคดีออกเป็น 4 กลุ่ม คือ กลุ่มก่อเหตุในสถานบันเทิง หน้าสถานบันเทิง หน้าโรงพยาบาล และภายในห้องฉุกเฉิน ซึ่งทุกกลุ่มมีภาพขณะก่อเหตุชัด ทั้งจากกล้องวงจรปิดที่สถานบันเทิง โรงพยาบาล และกล้องตำรวจ 2 นายที่อยู่ในที่เกิดเหตุ 

หุ้นไทย-ต่างประเทศ ร่วงลงหลังเกิดความไม่ชัดเจนข้อพิพาทการค้า

          หุ้นไทย ปิดตลาดบ่าย ปรับลดลง 15.73 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,622.12 จุด มูลค่าการซื้อขาย 47,552.38 ล้านบาท  บรรยากาศการซื้อขายตลอดทั้งวัน นักลงทุนเทขายหุ้น เป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดในภูมิภาคเอเชียที่ปิดตลาดติดลบ เนื่องจากนักลงทุนมีความกังวลสถานการณ์ความรุนแรงในฮ่องกง และสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ที่ส่งสัญญาณไม่แน่นอน หลังจากที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า ยังไม่ได้ตกลงที่จะลดภาษีสินค้านำเข้าสินค้าให้กับจีนและก็แสดงความไม่เห็นด้วย ขณะที่ในประเทศแม้กระทรวงการคลัง เตรียมที่จะเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) โครงการชิมช้อปใช้ เฟส 3 เน้นส่งเสริมการใช้เงินผ่านออนไลน์เพื่อจะดึงประชาชนลงทะเบียนเพิ่มอีก 2 ล้านคน รวมเป็นผู้ร่วมลงทะเบียนทั้งหมด 15 ล้านคน ก็ยังไม่สามารถกระตุ้นตลาดได้

          ดัชนีนิกเกอิ ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ลดลง 60.03 จุด ปิดที่ 23,331.84 จุด สถานการณ์ประท้วงในฮ่องกง ทำให้นักลงทุนกังวล กดดันดัชนีฮั่งเส็ง ตลาดหุ้นฮ่องกง ลดลง 724.59 จุด ปิดที่ 26,926.55 จุด

ผู้บริหารฮ่องกง แถลงเหตุปะทะรุนแรงมากขึ้น

          นางแคร์รี หล่ำ ผู้บริหารเขตบริหารพิเศษฮ่องกง แถลงว่า หลังเกิดเหตุปะทะรุนแรงในวันนี้ และถือว่าร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งนับจากเกิดเหตุประท้วงตั้งแต่เดือนมิถุนายน แสดงความเป็นห่วงผู้ประท้วงที่บาดเจ็บสองคน คนหนึ่งเป็นนักศึกษาที่ถูกยิงด้วยกระสุนจริง อีกคนเป็นชายที่ถูกเผาทั้งเป็น กรณีหลังเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมมาก ผู้ประท้วงยกระดับวิธีการชุมนุมประท้วงมากขึ้น ตลอด 5 เดือนที่ผ่านมา ตำรวจต้องปรับวิธีการรับมือ แต่ไม่ได้หมายความว่าตำรวจจะฝ่าฝืนระเบียบได้ และยืนยันว่าคณะกรรมการรับเรื่องร้องเรียนตำรวจอิสระหรือไอพีซีซี (IPCC) สามารถตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ ระหว่างการประท้วงได้ คาดว่า จะออกรายงานเบื้องต้นภายใน 6 เดือนเพื่อให้รัฐบาลนำไปพิจารณาและตัดสินใจต่อไป

          สถานการณ์การประท้วงในฮ่องกง ยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 6 แล้ว เมื่อเช้านี้ เกิดเหตุตำรวจใช้กระสุนจริงยิงนักศึกษาคนหนึ่งบาดเจ็บสาหัสในย่านไซว่าโฮ และยังรักษาตัวในโรงพยาบาล แพทย์ผ่าตัดกระสุนออกแล้ว แต่ยังต้องดูอาการอย่างใกล้ชิด ทำให้ผู้ประท้วงออกมาชุมนุมตามท้องถนนต่างๆ เพื่อคัดค้านการใช้ความรุนแรงของตำรวจ เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เซาท์ไชนามอร์นิ่งโพสต์ รายงานอ้างโฆษกบริษัท MTR ผู้ให้บริการรถไฟใต้ดินของฮ่องกงว่า ในเย็นวันนี้ สถานีรถไฟใต้ดินอย่างน้อย 18 แห่ง รวมถึงสถานีมาออนชาน,หว่อง-โปว, ไซวันโฮ,ตังชัง,ไควฟง,และสถานีไควฮิง จะปิดชั่วคราว พร้อมทั้งจะหยุดการเดินรถไฟทั้งหมดในเวลา 23.30 น. เนื่องจาก สถานีรถไฟของ MTR บางแห่งเคยตกเป็นเป้าหมายการใช้ความรุนแรงของกลุ่มผู้ประท้วงและการก่อเหตุวุ่นวายและการจุดไฟเผารวมถึงการขว้างระเบิดเพลิงไปที่รถไฟที่มีผู้โดยสารเต็มขบวน

แฟ้มภาพ

 

ดูข่าวต้นฉบับ