ความจำเป็นของสมาธิ - ดังตฤณ

THINK TODAY เผยแพร่ 20 ต.ค. 2562 เวลา 02.14 น. • ดังตฤณ

หากทำงานอย่างไม่มีสมาธิ

งานจะออกมาไม่ดี

เพราะคุณจะคิดแบบติดวนอยู่กับที่

เกิดอุปสรรคเกี่ยวกับงานแล้วเอาแต่ก่นด่าอุปสรรค

เกิดปัญหาทางใจแล้วเอาแต่อยากนอน

เกิดปัญหากับเพื่อนร่วมงานแล้วเอาแต่อยากออก

ไม่อยากคิดถึงวิธีเอาชนะอุปสรรคและปัญหา

ลืมโจทย์ ลืมเป้าหมายว่า

จะเอาอะไรจากชีวิตการทำงาน

.

หากแข่งกีฬาอย่างไม่มีสมาธิ

โอกาสแพ้มีมากกว่าชนะ

เพราะคุณจะขาดความมุ่งมั่น

สายตาจะพร่าเลือน

มองเห็นหลักชัยไม่ชัด

สติจะมีกำลังอ่อน มืออ่อนเท้าอ่อน

ควบคุมความเคลื่อนไหวโต้ตอบคู่แข่งได้ยาก

.

หากเล่นดนตรีอย่างไม่มีสมาธิ

เสียงออกมาจะไม่ไพเราะ

เพราะคุณจะเล่นออกมาจากอารมณ์ปั่นป่วน

นึกไม่ออกว่า ส่ำเสียงที่ออกมา

ควรหนักเบาที่โน้ตไหน

จินตภาพทางดนตรีโดยรวม

ควรให้ออกโทนหวานหรือดุดันประมาณใด

.

หากเจริญสติอย่างไม่มีสมาธิ

ความรู้แจ้งเห็นจริงในกายใจจะไม่เกิด

เพราะติดม่านหมอกความฟุ้งซ่านซัดส่าย

เห็นลมหายใจระลอกเดียวแล้วเหม่อลอย

ไม่สามารถเห็นหลาย ๆ ระลอกลมหายใจ

กระทั่งรู้ถึงความสั้นยาวไม่เท่าเดิมของลม

เห็นความโกรธกริ้วเกิดขึ้นแล้วติดอยู่อย่างนั้น

ไม่มีใจที่โล่งสบายเป็นทุนให้กลับมาตั้งหลัก

.

เมื่อไม่อาจเห็นอนิจจังของกายใจ 

ก็หมดโอกาสจะรู้ให้ชัดว่า 

กายใจเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ 

ไม่ใช่ตัวเดิม

ไม่มีตัวใดให้ยึดครองเป็นของตน

และยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องการบรรลุมรรคผล

ซึ่งก็คือความสว่างโพลง ทะลุกายใจไปเห็นนิพพาน

ด้วยจิตที่ผนึกรวมถึงฌาน

ล้างผลาญความเห็นผิดว่ามีตัวตนในกายใจนี้

.

สมาธิจิต 

จึงเป็นฐานความสำเร็จของทุกสิ่ง 

ทั้งในทางโลกและทางธรรม 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทางธรรมนั้น 

คุณแค่มีโฟกัสเฉย ๆ ไม่พอ 

ต้องโฟกัสด้วยมุมมองที่ใช่  

ที่ถูกทางรู้กายใจจริง ๆ ด้วย 

.

เริ่มต้นขึ้นมา ให้รู้ลมตามจริง

อย่าบังคับให้ลมเป็นไปตามใจ

สังเกตเรื่อย ๆ ในระหว่างวันทั้งลืมตานี่แหละว่า

คุณรู้ตามจริงได้กี่ครั้ง โดยร่างกายไม่เกร็ง

ไม่มีความอึดอัดกาย ไม่มีความปั่นป่วนใจ

แค่จับจุดถูกว่า รู้ลมหายใจตามจริงรู้อย่างไร

ในที่สุดก็จะเกิดสมาธิ

จิตอยู่กับลมหายใจไม่วอกแวกได้เอง

และปลอดโปร่งพอจะใช้สมาธิจิตกับทุกเรื่อง

ไม่ว่าทางโลกหรือทางธรรม!

.

.