ครูอีกแล้ว แม่เห็นลูกสาวนั่งเหม่อลอย สอบถามพบถูกครูข่มขืน! พาเข้าแจ้งความ

MATICHON ONLINE อัพเดต 11 ส.ค. เวลา 03.52 น. • เผยแพร่ 11 ส.ค. เวลา 02.42 น.
1597112906990
ครูอีกแล้ว แม่เห็นลูกสาวนั่งเหมอลอย สอบถามพบถูกครูข่มขืน! พาเข้าแจ้งความ

ครูอีกแล้ว แม่เห็นลูกสาวนั่งเหม่อลอย สอบถามพบถูกครูข่มขืน! พาเข้าแจ้งความ

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พันตำรวจเอก ธนพล บินทปัญญา ผู้กำกับการตำรวจภูธรเมืองแม่ฮ่องสอน กล่าวเปิดเผยถึงคดีครูข่มขืนนักศึกษาสาวว่า สำหรับคดีที่เกิดเหตุครูสอนเด็กนักเรียนชั้นประถมแห่งหนึ่งในตัวเมืองแม่ฮ่องสอนข่มขืนเด็กสาว จนพ่อแม่ต้องเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบครูคนดังกล่าวเป็นครูที่มีอัธยาศัยดี และเปิดสอนพิเศษให้แก่เด็กนักเรียนระดับชั้นประถมใกล้กับโรงเรียน

โดยเมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา ร.ต.อ.ธนภัทร เพียรสะอาด พนักงานสอบสวน สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน ได้รับแจ้งความจาก นางนงนุช ขอสงวนนามสกุล อายุ 49 ปี อยู่หมู่ 6 บ้านใหม่ ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน มารดาของ นางสาว ธ. อายุ 19 ปี ได้ถูกครูคนหนึ่งชื่อ ครู ต. ที่สอนหนังสือระดับชั้นประถม โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งแถวโซนบ้านขัวแดง ต.จองคำ อ.เมือง ล่อลวงไปข่มขืนกระทำชำเราที่อาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง ซึ่งเปิดสอนพิเศษให้กับเด็กนักเรียนชั้นประถม ใกล้กับสถานศึกษาที่ตัวเองสอนอยู่ ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้รับเป็นคดีอาญาที่ 161/2563

สาเหตุที่มารดาของ นางสาว ธ. เข้าแจ้งความนั้น เนื่องจากเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้สังเกตเห็นอาการของลูกสาวที่นั่งเหม่อลอยและเครียดบ่อยครั้ง จึงได้ทำการคาดคั้นหาสาเหตุจนล่าสุดลูกสาวได้สารภาพว่าได้ถูกครู ต. ข่มขืนที่อาคารดังกล่าว โดยครู ต. ได้ล่อลวงไปที่อาคารที่ใช้เป็นสถานที่สอนพิเศษให้กับเด็กนักเรียน และทำการข่มขืนทั้งหมด 3 ครั้ง เมื่อวันที่ 4 , 11 และ 24 เดือนกรกฎาคม 2563

พันตำรวจเอก ธนพล บินทปัญญา ผกก.สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน กล่าวอีกว่า เบื้องต้นได้สั่งให้พนักงานสอบสวนเร่งดำเนินคดีเอาผิดกับครูคนดังกล่าวแล้ว โดยจะเรียกคู่กรณีมาสอบปากคำว่าเป็นการล่อลวงเด็กสาวไปกระทำชำเราตามที่มารดาของเด็กให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นทราบว่า ผู้เสียหายมีอายุเกิน 18 ปีแล้ว และเรียนที่สถาบันการศึกษาแห่งหนึ่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอน

พลโท สุรพล ตาปนนนท์ ที่ปรึกษากองทัพบก ผู้ก่อตั้งชมรมอาสาพัฒนาแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า เรื่องดังกล่าวจะมีการล้มคดีไม่ได้ เนื่องจากทางพ่อแม่ของเด็กผู้เสียหายได้ร้องเรียนมาที่ตน เรื่องที่เกิดขึ้น ชาวแม่ฮ่องสอนจะต้องร่วมมือกันในการกำจัดคนไม่ดี ไม่ให้มีที่อยู่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน และรับผิดชอบต่อการกระทำที่ตัวเองก่อขึ้น ถึงแม้ว่าจะมีผู้บริหารสถานศึกษาเอกชนแห่งหนึ่งพยายามวิ่งเต้นช่วยเหลือ อย่างไรก็ตาม กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย

ดูข่าวต้นฉบับ