ครูหื่นข่มขืนหลานนอนคุก! ศาลไม่ไห้ประกันตัว-เจ้าตัวปากแข็งให้การปฏิเสธ

แนวหน้า เผยแพร่ 29 พ.ค. เวลา 10.31 น.

วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 เวลา 07.00 น. ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองนครพนม นำหมายศาลจังหวัดนครพนม ที่ จ.59/2653 ลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2563 เข้าจับกุมตัวนายวีระชัย คำแพงดี อายุ 52 ปี เป็นครูโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในจังหวัดนครพนม โดยต้องหาว่ากระทำความผิด 1.กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม 2.กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 13 ปี ซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม 3.กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปี โดยใช้วัตถุหรืออวัยวะอื่น ซึ่งมิใช่อวัยวะเพศล่วงล้ำอวัยวะเพศของบุคคลนั้น โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ 4.กระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี โดยเด็กนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ โดยใช้วัตถุหรืออวัยวะอื่นซึ่งมิใช่อวัยวะล่วงล้ำอวัยวะเพศของเด็กนั้นโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม 5.กระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกิน 13 ปี โดยเด็กนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ โดยใช้วัตถุหรืออวัยวะอื่นซึ่งมิใช่อวัยวะล่วงล้ำอวัยวะเพศของเด็กนั้นโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม รวม 5 ข้อกล่าวหา เบื้องต้นนายวีระชัยปฏิเสธและขอให้การในชั้นศาล

 

ซึ่งต่อมา นายประหยัด วังวร ผอ.โรงเรียนต้นสังกัดของนายวีระชัยที่ถูกกล่าวหาว่าข่มขืนหลานต่อเนื่องนานกว่า 3 ปี หลังทราบเรื่องก็จะรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น เพื่อตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง พร้อมจะเสนอให้ออกจากราชการไว้ก่อนระหว่างทำการสอบสวน  ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว

ต่อมา  15.30 น. ร.ต.อ.(หญิง)จุฬารัตน์ อาจภิรมย์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองนครพนม ได้นำตัวนายวีระชัยผู้ต้องหามาบันทึกปากคำ เพื่อนำตัวส่งฝากขังผัดแรกต่อศาลจังหวัดนครพนม พร้อมคัดค้านการประกันตัว โดยระหว่างนำตัวออกมาจากห้องควบคุม นายวีระชัยใช้ผ้าขาวม้าปกคลุมศีรษะตลอดเวลา และไม่ยอมให้สัมภาษณ์ใดๆแก่ผู้สื่อข่าว

ทางด้านญาติมีภรรยาและลูกชายคนโตนำหลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดินขอยื่นประกันตัวต่อศาลฯ กระทั่งเวลา 16.30 น. ศาลจังหวัดนครพนม พิจารณาแล้วเห็นว่าคดีนี้มีอัตราโทษสูง หากได้รับการประกันตัวออกไปจำเลยอาจจะหลบหนีจึงยกคำร้อง ทำให้นายวีระชัยต้องถูกส่งตัวเข้าเรือนจำกลางจังหวัดนครพนม โดยญาติสามารถยื่นอุทธรณ์ตามช่องทางของกฎหมายได้อีก

     จากข้อมูลเชิงลึกทราบว่า ด.ญ.เปิ้ล ผู้เสียหาย ปัจจุบันอายุ 15 ปี พื้นเพเป็นคนจังหวัดนครราชสีมา คุณพ่อทำงานรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง ส่วนคุณแม่เป็นแม่บ้าน  มีพี่น้องสองคนเป็นหญิงทั้งคู่ ผู้เสียหายเป็นคนโต โดยระหว่างเรียนอยู่ชั้น ป.6 พ่อแม่ก็แยกทางกัน และต้องหาที่เรียนในระดับมัธยมต้นให้ลูก ซึ่งคุณพ่อเห็นว่ามีพี่สาวเป็นครูอยู่โรงเรียนชื่อดังในจังหวัดนครพนม และสามีก็เป็นครูอยู่ที่เดียวกัน จึงเห็นพ้องกันว่าน่าจะเอาลูกสาวไปฝากลุงกับป้าไว้ จึงย้ายมาเรียนที่โรงเรียนดังกล่าวในชั้น ม.1

วันหนึ่งขณะผู้เสียหายนั่งดูการ์ตูนอยู่ในห้อง และไม่มีใครอยู่บ้าน นายชัยหรือลุงชัย ได้เปิดประตูเข้ามาถามว่าดูหนังเอ็กซ์อยู่เหรอ จึงตอบกลับว่าดูการ์ตูนจ๊ะ นายชัยจึงอ้างขอดูด้วยคน  ด.ญ.เปิ้ลบอกให้ออกไปอย่ามายุ่งเรื่องของเด็ก แต่นายชัยเดินไปล็อกห้องแล้วใช้กำลังบังคับขืนใจจนสำเร็จความใคร่ และข่มขู่ว่าอย่านำเรื่องนี้ไปบอกใครเด็ดขาด มิฉะนั้นจะไม่ได้เรียนหนังสือ ด้วยความกลัวจึงเก็บงำเรื่องบัดสีดังกล่าวไว้ เป็นเหตุให้นายชัยได้ใจอาศัยช่วงไม่มีใครอยู่บ้านย่องเข้าไปข่มขืนกระทำชำเราเรื่อยมาจนถึงเตรียมขึ้นเรียนชั้น ม.4 ในเทอมปีการศึกษา 2563 นี้

หลังถูกย่ำยี ด.ญ.เปิ้ลบ่นเปรยๆกับแม่หลายครั้งว่าไม่อยากอยู่ที่นี่ แต่แม่ก็ปลอบว่าอยู่กับลุงกับป้าดีแล้ว กระทั่งต้นเดือนพฤษภาคม 2563 ด.ญ.เปิ้ลคุยวีดีโอคอลกับยายและญาติผู้หญิงในวัยเดียวกันที่อยู่จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างนั้นนายชัยก็เปิดประตูห้องเข้ามา พร้อมดุด่ากล่าวหาว่าคุยกับผู้ชาย แล้วปิดประตูกระแทกเสียงดัง ญาติจึงถามทำไมลุงอารมณ์ร้ายขนาดนี้ ซึ่ง ด.ญ.เปิ้ลตอบกลับว่าตนโดนหนักยิ่งกว่านี้อีก คุยไปคุยมาก็เปิดปากเล่าว่าถูกกระทำย่ำยีมาตั้งแต่อยู่ ม.1 ญาติผู้นั้นจึงนำเรื่องดังกล่าวไปเล่าให้นางแน่งน้อยผู้เป็นแม่ของ ด.ญ.เปิ้ลฟัง

จากนั้นนางแน่งน้อยจึงรีบเดินทางมาจังหวัดนครพนม เพื่อนำลูกสาวออกจากบ้านหลังดังกล่าว โดยไม่บอกล่ำลาผู้ใด จนภรรยาของนายชัยโทรศัพท์ไปต่อว่าทำไมไม่บอกกล่าวกันบ้าง นางแน่งน้อยจึงเล่าว่าสามีคุณพี่กระทำกับลูกตนเองรุนแรงมาก แต่ภรรยาของนายวีระชัยยังไม่ปักใจเชื่อว่าสามีจะเป็นเช่นนั้น และนางแน่งน้อยได้ตัดสินใจเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม ที่ผ่านมา หลังตรวจร่างกายเสร็จก็รีบเดินทางกลับจังหวัดนครราชสีมา เพราะเกรงจะได้รับอันตราย พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม จึงต้องประสานกับสหวิชาชีพเดินทางไปสอบปากคำผู้เสียหายอยู่ที่นั่น ก่อนจะกลับมาขออนุมัติหมายจับนายวีระชัยดังกล่าว โดยผู้เสียหายยืนยันว่าถูกนายวีระชัยล่วงละเมิดทางเพศตั้งแต่อายุ 12 ปี พนักงานสอบสวนจึงนับโทษจากวันนั้นเป็นต้นมา

ด้านเพื่อนคนสนิทรายหนึ่งของนายวีระชัยผู้ต้องหา เล่าว่าจากการไปสอบถามเพื่อนในห้องขัง ยืนยันว่าไม่ได้ข่มขืนกระทำชำเรา ด.ญ.เปิ้ลตามที่ถูกกล่าวหา เบื้องต้นเกิดจากเด็กไม่ค่อยช่วยงานบ้าน จึงมักถูกดุด่าเป็นประจำ เพราะอ้างว่าเด็กมั่วแต่เล่นโทรศัพท์และคุยกับผู้ชาย บางครั้งขับรถจักรยานยนต์ออกไปหาผู้ชายข้างนอก จนลุงกับป้าต้องเอากุญแจรถไปซ่อน จากเหตุนี้หรือเปล่าจึงทำให้เด็กมีความไม่พอใจจึงกุเรื่องขึ้นมาใส่ร้าย หากผลการสอบสวนออกมาว่านายวีระชัยบริสุทธิ์ก็จะฟ้องกลับสองแม่ลูกคู่นี้ทันที

ดูข่าวต้นฉบับ