ครบ 2 เดือน ‘วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์’ หายตัว พี่สาวปัดข่าวลือเสียชีวิตแล้ว

The Bangkok Insight อัพเดต 05 ส.ค. เวลา 08.17 น. • เผยแพร่ 05 ส.ค. เวลา 08.16 น. • The Bangkok Insight
ครบ 2 เดือน ‘วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์’ หายตัว พี่สาวปัดข่าวลือเสียชีวิตแล้ว

ทวิตเตอร์ขึ้นแฮชแท็ก #ripwanchalerm หลัง “วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์” หายตัวครบ 2 เดือน ด้าน "พี่สาว" ปัดข่าวลือเสียชีวิตแล้ว เผยเตรียมเดินทางไปตามคดีที่กัมพูชา

วันนี้ (5 ส.ค. 63) แฮชแท็ก #ripwanchalerm ขึ้นอันดับยอดนิยมในทวิตเตอร์ เพราะมีผู้ใช้ทวิตเตอร์จำนวนมากติดแฮชแท็กดังกล่าว เนื่องในโอกาสครบรอบ 2 เดือน ที่นาย วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ลี้ภัยทางการเมืองชาวไทยวัย 37 ปี ถูกอุ้มหายไปจากหน้าคอนโดในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา

ผู้ใช้ทวิตเตอร์ส่วนใหญ่แสดงความไม่พอใจต่อรัฐบาลที่ไม่ได้ติดตามตัวนายวันฉลิมที่ถูกอุ้มหาย พร้อมมีกระแสข่าวลือว่า นายวันเฉลิมได้เสียชีวิตลงแล้ว

วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์

พี่สาวปัดข่าวลือ “วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์” เสียชีวิตแล้ว

อย่างไรก็ตาม วันนี้ น.ส.สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาวของนายวันเฉลิม ได้ออกมาปฏิเสธกระแสข่าวลือการเสียชีวิตของนายวันเฉลิมกับสื่อหลายสำนัก เช่น ข่าวสดออนไลน์และไทยรัฐออนไลน์

โดยกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่า นายวันเฉลิมเสียชีวิตตามข่าวลือแต่อย่างใด มีเพียงการคาดเดาจากหลักฐานรูปแบบต่าง ๆ ที่มีของหลายฝ่ายที่ส่งข้อมูลเบื้องต้นเข้ามา

ทั้งนี้ หลังจากทราบเรื่องการติดแฮชแท็ก #ripwanchalerm ก็ตกใจมาก อยากให้กลับไปใช้แฮชแท็ก #saveวันเฉลิม เหมือนเดิม เพราะลึกๆ แล้ว ยังมีความหวังที่จะเจอน้องชาย

น.ส.สิตานัน กล่าวต่อว่า ตนกำลังเตรียมตัวเดินทางไปยังประเทศกัมพูชา หลังจากมาตรการคลายล็อกเปิดประเทศ เพื่อดำเนินการทางกฎหมายและไปให้ปากคำต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนายวันเฉลิม โดยตนต้องเดินทางไปเอง ไม่อนุญาตให้วิดีโอคอนเฟอเรนซ์

สำหรับวันที่ 11 สิงหาคม 2563 นี้ ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 38 ปีของนาย วันเฉลิม นั้น ตนจะไปทำบุญวันเกิดให้น้องชายที่วัดสิริกมลาวาส วังหิน กรุงเทพฯ เวลา 10.30 น. แบบเรียบง่าย และไม่มีกิจกรรมใดๆ

ขอบคุณภาพจากประชาไท

หายตัว 4 มิถุนายน 2563

นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ เป็นผู้ลี้ภัยทางการเมืองชาวไทยวัย 37 ปี ที่พักอาศัยอยู่ในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา โดยนายวันเฉลิมถูกอุ้มหายไปจากหน้าคอนโด ขณะเดินลงมาซื้อของ เมื่อเย็นวันที่ 4 มิถุนายน 2563

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพยายามเข้าไปช่วยเหลือ แต่กลุ่มคนร้ายมีอาวุธปืน จึงไม่สามารถช่วยเหลือได้ และขณะเกิดเหตุนายวันเฉลิมกำลังคุยโทรศัพท์ ซึ่งเสียงสุดท้ายที่ปลายสายได้ยินก็คือ "โอ๊ย หายใจไม่ออก" ก่อนสายจะตัดทิ้งไป

เรื่องดังกล่าวจุดกระแสให้เกิดแฮชแท็ก #saveวันเฉลิม ติดเทรนด์ทวิตเตอร์ในประเทศไทย

หลังการหายตัว น.ส.สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาวของนาย วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ได้ออกแถลงการณ์ในนามครอบครัวถึงองค์การสื่อต่างๆ โดยระบุว่า ในนามของครอบครัววันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ เรามีความรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่วันเฉลิม หรือ ต้าร์ ได้ถูกลักพาตัวโดยการถูกบังคับให้สูญหาย (EnforcedDisappearance) ในประเทศกัมพูชาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2563 เวลา 17.00 น. โดยประมาณ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างอุกอาจท่ามกลางประชาชนจํานวนมาก บริเวณหน้าที่พักของวันเฉลิม

"ดิฉันจึงขอวิงวอนมา ณ ที่นี้ ให้ผู้ที่ก่อเหตุได้โปรดปล่อยตัววันเฉลิมกลับคืนมาเถิด พวกเราจะตั้งตารอคอยอย่างไม่คิดที่จะสิ้นหวัง ขอเพียงเขากลับมาได้อย่างปลอดภัย พวกเราหวังว่าการอุ้มหายหรือการถูกบังคับให้สูญหายในครั้งนี้จะเป็นกรณีสุดท้ายที่เกิดขึ้น เราขอเรียกร้องให้องค์กรภาครัฐของไทยและองค์กรนานาชาติใดๆ ก็ตามที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดําเนินการสืบสวนหาข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน เพื่อทําให้ความจริงปรากฏ เพราะเหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง และทําให้สังคมไทยตกอยู่ในความหวาดกลัว หวาดระแวง สิ้นหวัง เนื่องจากเหตุการณ์เช่นนี้อาจจะเกิดขึ้นกับคนใกล้ตัวที่เรารักก็ได้"

เปิดเทอม

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการหายตัวของนาย วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (9 มิ.ย.) ว่า จริงๆ แล้วตนยังไม่รู้จักนายวันเฉลิมเลย แต่อะไรที่เราร่วมมือได้ เราก็ร่วมมือไป อันที่จริงผมก็ได้สอบถามฝ่ายความมั่นคงว่า คนๆ นี้อยู่ที่ไหน เป็นยังไง ผมไม่เคยรู้จักชื่อเขามาก่อนด้วยซ้ำไป

ก็ทราบว่าเขาหนีไปอยู่ต่างประเทศ ก็ให้ติดตามดูว่าหนีไปด้วยเรื่องอะไร ก็ไม่รู้อยู่ที่ไหน เขาไปทำอะไรเราก็ไม่รู้ เพราะฉะนั้นเราคงไม่ไปก้าวล่วงอำนาจของประเทศอื่นๆ เขาก็มีกลไกตรวจสอบของเขา เพียงแต่เห็นว่าจะสอบถามความร่วมมือ ตนก็บอกให้ข้อมูลเขาไป เพราะเราก็ไม่ได้ไปเกี่ยวข้อง ขอให้ความเป็นธรรมเจ้าหน้าที่ด้วยแล้วกัน

สำหรับกรณีที่ครอบครัวเรียกร้องให้รัฐบาลไทยช่วยสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงนั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ก็ดำเนินการให้ เพียงแต่ครอบครัวเขาต้องบอกว่า เขาไปอยู่ที่ไหนก่อน ที่ผ่านมาไปอยู่ที่ไหน ทำไมถึงไปมีข่าวอยู่ที่โน้น ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน

“ให้เขาสอบสวน ติดตามอยู่ ก็ให้ความร่วมมือ ยินดีร่วมมือทุกวัน ก็เป็นคนไทย แต่ไปอยู่ต่างประเทศ” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

เมื่อถามว่าได้ประสานกับ พล.อ.เตีย บัญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประเทศกัมพูชาในเรื่องนี้แล้วหรือไม่ นายรัฐมนตรีกล่าวว่า ยังไม่มี ไม่ได้คุยกัน แต่ กระทรวงต่างประเทศได้คุยกันแล้ว กระทรวงต่างประเทศและสถานทูตเขาเชื่อมกันอยู่ อะไรเป็นหน้าที่ของใคร ก็ทำไป เรื่องยังไม่ถึงนายกรัฐมนตรี เพราะนายกรัฐมนตรีเป็นระดับนโบบาย แต่ก็ยินดีให้ความร่วมมือทุกประการ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ