คนไทยดูหนังแพงติดอันดับโลก

BLT BANGKOK อัพเดต 20 ก.ย 2562 เวลา 09.59 น. • เผยแพร่ 16 ก.ย 2562 เวลา 09.37 น.
81d2efd38f16a1fcb9f961cb12e2cf02.jpg

การชมภาพยนตร์ถือเป็นกิจกรรมสันทนาการยอดนิยมของผู้คนมาช้านาน หากแต่ค่าชมภาพยนตร์สักเรื่องหนึ่งในไทยก็มีราคาสูงเอาเรื่อง โดยพบว่าราคาบัตรชมภาพยนตร์ระหว่างแบบ 2 มิติกับ 3 มิติ และระหว่างวันธรรมดากับวันหยุดสุดสัปดาห์ แตกต่างกันอย่างมาก ซึ่งสูงเป็นอันดับ 6 และ 7 ของโลกตามลำดับ 

ส่วนต่างค่าตั๋วหนัง 2D กับ 3D ในไทยสูงอันดับ 6 ของโลก
ความแตกต่างของราคาบัตรชมภาพยนตร์ระหว่างแบบ 2 มิติกับ 3 มิติในไทยนับว่ามีความห่างกันมากพอสมควร ซึ่งก็มากพอให้ติดอันดับ 6 ของโลกตจากรายงานของ Picodi.com โดยระบบ 2 มิติ สนนราคาอยู่ที่ 7.8 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ​ 230 บาท) แต่หากต้องการรับชมในระบบ 3 มิติ ค่าบัตรนั้นจะเพิ่มขึ้นมาถึง 29%
ในขณะที่ญี่ปุ่น ประเทศที่ได้ชื่อว่ามีค่าบัตรภาพยนตร์แบบ 2 มิติแพงที่สุดในโลก 16.7 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 493 บาท) ต้องจ่ายบัตรแบบ 3 มิติเพิ่มอีก 22% ส่วนฮ่องกง ที่ราคาบัตรแบบ 2 มิติแพงอันดับ 2 ของโลก 16.6 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 490 บาท) แต่กลับจ่ายแบบ 3 มิติเพิ่มอีกเพียง 12% เท่านั้น ซึ่งทั้งสองประเทศความต่างของราคาน้อยกว่าไทย
ส่วนในสิงคโปร์ หากต้องการชมแบบ 3 มิติ สามารถจ่ายเพิ่มเพียง 4% เท่านั้น จากราคา 2 มิติ 10 ดอลลาร์สหรัฐฯ (295 บาท) ซึ่งนับว่าแตกต่างกันน้อยที่สุดในโลก และรองลงมาก็คือ ซาอุดีอาระเบีย เพียง 6% จากราคา 2 มิติ 13.3 ดอลลาร์สหรัฐฯ (392 บาท)
แต่ในบางประเทศความแตกต่างของราคาบัตรชมภาพยนตร์ 2 มิติและ 3 มิติ อาจจะแตกต่างกันมากกว่า 30% โดยเฉพาะที่เยอรมนี ซึ่งมีความแตกต่างมากที่สุดในโลก โดยต้องจ่ายค่าบัตรแบบ 3 มิติเพิ่มถึง 45% จากราคา 2 มิติ 9.9 ดอลลาร์สหรัฐฯ (292 บาท) นอกเหนือจากนั้นยังจ่ายค่าแว่นตา 3D เพิ่มอีกประมาณ 35 บาท ขณะเพื่อนบ้านในอาเซียอย่างเวียดนาม ต้องจ่ายค่าชมในระบบ 3 มิติเพิ่มอีกถึง 43% จากระบบ 2 มิติในราคา 4.9 ดอลลาร์สหรัฐฯ (145 บาท) ซึ่งแตกต่างกันเป็นอันดับ 2 ของโลก ตามมาด้วย ปากีสถาน 33% จากราคา 2 มิติ 3.8 ดอลลาร์สหรัฐฯ (112 บาท) และอิตาลี 31% จาก 11 ดอลลาร์สหรัฐฯ (324.5 บาท)
ทั้งนี้การดูหนังแบบ 3D มีราคาสูงกว่าแบบ 2D ซึ่งไม่ใช่เฉพาะในประเทศแถบเอเชียแปซิฟิกเท่านั้น แต่ในทั่วโลกโรงภาพยนตร์บางแห่งนั้นไม่สามารถให้แว่น 3D สำหรับภาพยนตร์ในทุกๆ ครั้ง ซึ่งผู้ชมจะต้องซื้อแว่นตา 3D หรือต้องนำมาเอง อีกอย่างคือค่าใช้จ่ายในการซื้อแว่นตาดังกล่าวในโรงภาพยนตร์สามารถสูงกว่าราคาขายทั่วไปถึง 5 เท่า

ไทยรั้งอันดับ 7 ค่าบัตรหนังวันหยุดแพงกว่าวันธรรมดา
นอกจากนั้นไทยยังขึ้นชื่อว่ามีความแตกต่างของค่าบัตรชมภาพยนตร์ระหว่างวันธรรมดากับวันหยุดสุดสัปดาห์สูงสุดอันดับ 7 ของโลกอีกด้วย โดยวันธรรมดา (วันจันทร์-พฤหัสบดี) สนนราคาอยู่ที่ 6.5 ดอลลาร์สหรัฐฯ (192 บาท) ส่วนวันหยุดสุดสัปดาห์ (วันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์) ต้องจ่ายเพิ่มอีก 20%
โดยสิงคโปร์ ที่มีส่วนต่างของค่าบัตรระหว่างแบบ 2 มิติกับ 3 มิติน้อยที่สุดในโลก กลับมีความแตกต่างของราคาระหว่างวันธรรมดากับวันหยุดสุดสัปดาห์สูงที่สุดในโลกที่ 50% จากราคา 6.6 ดอลลาร์สหรัฐฯ (195 บาท) ในวันธรรมดา ตามมาด้วยอินโดนีเซีย แตกต่างอยู่ที่ 50% เช่นกัน แต่จากราคา 3.5 ดอลลาร์สหรัฐฯ (103 บาท)
ขณะที่ฮ่องกง ซึ่งมีค่าบัตรชมภาพยนตร์ในวันปกติแพงที่สุดในโลก 16.6 ดอลลาร์สหรัฐฯ (490 บาท) กลับไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มเลยในวันหยุดสุดสัปดาห์ เช่นเดียวกับ สหราชอาณาจักร (วันปกติ 15.6 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 460 บาท) ฝรั่งเศส (วันปกติ 14.7 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 434 บาท) สหรัฐอเมริกา (วันปกติ 13.9 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 410 บาท) รวมถึงซาอุดิอาระเบีย (วันปกติ 13.3 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ  392 บาท)
สำหรับการสำรวจราคาบัตรชมภาพยนตร์อ้างอิงข้อมูลราคามาจากเว็บไซต์ทางการโรงภาพยนตร์ในเครือ ไม่รวมถึงโรงภาพยนตร์อิสระ การฉายรอบปฐมทัศน์ และยอดขายตั๋วโปรโมชั่นอื่นๆ ซึ่งจากรายงานข้างต้นสามารถสะท้อนให้เห็นว่าการชมภาพยนตร์ในไทยต้องแลกกับการจ่ายเงินในราคาที่สูงยิ่งนัก

ดูข่าวต้นฉบับ