คดียังไม่จบ..!? อั้ม อธิชาติ พอใจ บลูริบบอน ขอโทษพร้อมชดใช้! (คลิป)

MThai.com เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2562 เวลา 07.15 น.
คดียังไม่จบ..!? อั้ม อธิชาติ พอใจ บลูริบบอน ขอโทษพร้อมชดใช้! (คลิป)
เป็นคดีความมายาวนานมาหลายปี สำหรับพระเอก อั้ม อธิชาติ ที่เป็นโจทย์ยื่นฟ้อง บ.บลูลิบบอน เป็นจำนวนเงิน 50 ล้านบาท หลังกล่าวหาว่า บ.หกหนุมาน ของเขาผู้ผลิตซีรีส์ เจ้าเวหา เบี้ยวค่าตัวนักแสดง

 

          เดินเข้าออกศาลเป็นว่าเล่นตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา สำหรับพระเอกปากแดงอั้ม อธิชาติ ที่ยื่นฟ้องและเรียกร้องค่าเสียหายจากบ. บลูริบบอน เป็นจำนวนเงิน 50 ล้านบาท หลังกล่าวหาว่า บ.หกหนุมาน ของเขาและภรรยานัท มีเรีย ผู้ผลิตซีรีส์ เจ้าเวหา เบี้ยวค่าตัวนักแสดง ล่าสุดวันนี้อั้มเดินทางไปศาลอาญาอีกครั้งเพื่อฟังคำพิพากษา ซึ่งบทสรุปในวันนี้ฝ่ายจำเลยอย่าง นายปฏิภาณ วนัสบดี ที่ปรึกษาด้านกฎหมายของ บ.บลูริบบอน เอ่ยคำขอโทษ ที่ครั้งก่อนในการแถลงข่าวเคยพูดจาเกินเลยจนทำให้อั้มและครอบครัวเกิดความเสียหาย เนื่องจากตัวเขาได้ข้อมูลมาไม่ครบถ้วน ทั้งนี้เขาและ นายวินัย เอี่ยมประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บ.บลูริบบอน ได้พูดคุยเจรจากับอั้มเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนรายละเอียดของคดีขอไม่แจกแจง ด้านหนุ่มอั้มเองก็ได้เปรยกับสื่อมวลชนว่าพอใจกับการเจรจาและคำขอโทษในวันนี้ แต่ในเรื่องของคดีก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอนของศาลต่อไป

          ปฎิภาณ วนัสบดี : "วันนี้ผมกับคุณวินัย มีการพูดคุยกับคุณอั้มและเข้าใจกันได้ด้วยดี ผมได้ข้อมูลเพิ่มเติมจนเข้าใจเรื่องทั้งหมด ยอมรับว่าเมื่อครั้งที่ผมแถลงข่าวไปนั้นได้พูดเกินเลยโดยได้รับมูลมาครบบ้างไม่ครบบ้าง วันนี้ผมในฐานะตัวแทน บ.บลูริบบอน และคุณวินัย เยี่ยมประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บ.บลูริบบอน ขอโทษที่ทำให้คุณอั้มรวมถึงครอบครัวและคนรอบข้างของคุณอั้มได้รับผลกระทบ ทำให้เสียหายจากการที่ผมเข้าใจผิดในข้อมูล ในฐานะทนายความผมทำหน้าที่สุจริต ผมไม่เคยคิดที่จะล่วงเกินคุณอั้ม วันนี้ผมมาแสดงความจริงใจ แสดงความรับผิดชอบด้วยตัวผมเอง ส่วนข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวกับคดีหรือเกี่ยวกับศาลผมไม่ขอให้ข้อมูล ตอนนี้ผมกับคุณอั้มคุยกันเข้าใจเรียบร้อยแล้ว" คุณปฏิภาณกล่าว

          อั้ม อธิชาติ : "ถ้าวันนี้เขารับผิดชอบก็เลิกแล้วต่อกัน อะไรที่อภัยได้ก็อภัยให้กัน (เห็นว่าทางจำเลยจะชดใช้ค่าเสียหายให้เป็นเงิน 1 ล้านบาท และลงขอโทษผ่านหนังสือพิมพ์ 3 ฉบับ?) รายละเอียดของศาลผมขออนุญาตไม่ตอบ เพราะมันตอบไม่ได้ แต่เดี๋ยวมันจะมีสิ่งที่เขาต้องทำ แล้วให้เราได้ติดตามกัน ตามขั้นตอนของศาลเหลืออีกนิดหน่อย ถ้าคุยกันทุกอย่าง 100% มันก็คงเรียบร้อย ถ้าทุกอย่างที่คุยกันไปในทิศทางที่เรียบร้อยหมดตามนั้นมันก็หมดแล้ว (เราลดหย่อนผ่อนปรนให้เขาไปเยอะ?) ก็มีครับ อะไรที่มันไม่ทำให้เกิดความเคียดแค้นต่อกัน อะไรที่ให้อภัยกันได้ เราแค่ต้องการให้เขาแสดงความรับผิดชอบจากใจจริงด้วยความบริสุทธิ์ใจเท่านั้นเอง เราเองอยากให้ทุกอย่างจบ ไม่อยากจะต้องมาขึ้นศาลให้มันเสียเวลา แต่ขั้นตอนบางทีมันไม่ได้ดั่งใจเราทุกอย่าง ณ ตอนนี้ที่คุยกันเบื้องต้นคือเราโอเค เราพอใจทุกอย่าง

         (จำเลยมีปัญหาที่จะต้องจ่ายค่าชดเชยให้เรารึเปล่า เรื่องเลยยืดเยื้อ?) อันนี้ไม่ทราบ เป็นสิ่งที่ผมไม่สามารถตอบได้ เอาเป็นว่าตอนนี้ไม่มีอะไรติดใจ พอใจกับการตัดสิน คนเรามันมีข้อผิดพลาดกันได้หมดแหละ เพียงแต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วมีความรับผิดชอบต่อกัน บางอย่างอาจจะด้วยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็แล้วแต่ ให้มันมีความรับผิดชอบอย่างถูกต้อง ทุกอย่างมันก็สามารถแก้ไขได้ ผมขอให้คดีทุกอย่างเสร็จสิ้นก่อนแล้วกัน ตอนนี้อยากแสดงความจริงใจต่อกัน ในเรื่องของรายละเอียดต่างๆ ที่เป็นทางการขออนุญาตเก็บไว้ ยังไม่ทราบว่าศาลจะนัดมาเจอกันอีกเมื่อไหร่ วันนี้ผมได้ตอบคำถามในสิ่งที่ทุกคนสงสัย ในฝั่งของทนายเองก็อยากแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ณ วันนี้ผมพอใจกับตรงนี้ พอใจในคำขอโทษจากใจจริงของเขา ต่อจากนี้ก็เป็นขั้นตอนของศาล

          (คิดว่าจะกู้ชื่อเสียงที่เสียไปได้ไหม?) จริงๆ สิ่งที่เกิดขึ้น ผมเชื่อมั่นในอาชีพที่ทำมาตลอด ทุกคนได้เห็นอยู่แล้ว ข่าวพวกนี้คนอาจจะลืมไปแล้วด้วย แต่ผมว่าคนเราเมื่อทำอะไรลงไปแล้วมันต้องมีความรับผิดชอบ ต้องแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น วันนี้บางคนอาจจะลืมข่าวไปแล้ว บางคนอาจจะคิดว่ามันจบไปแล้ว เรื่องร่วมงานกันมันเป็นเรื่องของอนาคต ผมนับถือศาสนาพุทธและยึดหลักคำสอนที่ว่าการให้อภัยกันมันคือบุญกุศลที่สูงที่สุด อะไรที่เราทำได้ อะไรที่เขาทำแล้วโอเคเราก็ยอมรับและให้อภัยซึ่งกันและกัน แต่ถามว่าเข็ดไหม? มันเป็นปกติอยู่แล้ว เรื่องนี้ทำให้เราเรียนรู้คน อนาคตเราอาจจะต้องเจอในรูปแบบที่แตกต่างออกไป แต่อย่างน้อยเราคงจะต้องระวังมากขึ้น ซึ่งเราไม่รู้ว่าเราจะเจออะไร มันยังตอบไม่ได้” อั้มกล่าว

อั้ม อธิชาติ

 

อั้ม อธิชาติ

 

อั้ม อธิชาติ ขึ้นศาล

 

อั้ม อธิชาติ

 

 

 

ดูข่าวต้นฉบับ