ข้าราชการสยาม ดูหมิ่นดูแคลน “พระพุทธรูปลาว” ชี้ ไม่คู่ควรกับบ้านเมืองกรุงเทพฯ

ศิลปวัฒนธรรม อัพเดต 26 ธ.ค. 2563 เวลา 15.44 น. • เผยแพร่ 26 ธ.ค. 2563 เวลา 15.17 น.
budim

ในบทความเรื่อง พระพุทธรูปอีสาน : ว่าด้วย การสร้าง และการเสื่อม แห่งการนิยาม คุณค่าความหมาย โดย ติ๊ก แสนบุญ ในศิลปวัฒนธรรม ฉบับ พฤษภาคม 2559 นอกจากจะบอกที่มาที่ไปของพระพุทธรูปอีสานได้อย่างน่าสนใจแล้ว อีกประเด็นสำคัญของบทความคือการสะท้อนมุมมองของคนไทยที่มีต่อพุทธศิลป์ของคนลาว

ติ๊กยกบันทึกพงศาวดารในสมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งอ้างว่ามีกลุ่มเสนาบดี ตำหนิพระพุทธรูปลาว ซึ่งติ๊กให้ข้อมูลเพิ่มเติมเจาะจงว่า เสนาบดีกลุ่มนี้หมายถึงพระเสริม (ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในพระวิหารวัดปทุมวนารามราชวรวิหาร) และพระใส (ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถวัดโพธิ์ชัย จังหวัดหนองคาย) สองพระพุทธรูปที่สยามได้มาหลังการทำลายกรุงเวียงจันทน์ สมัยกบฎเจ้าอนุวงศ์ ว่าไม่คู่ควรกับบ้านเมืองกรุงเทพฯ

“เพราะพระพุทธรูปเป็นแต่ของหล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ย่อมๆ ไม่เป็นที่เห็นเป็นประหลาดอัศจรรย์อะไรนักนั้นก็ไม่ควรแก่พระบารมีเลย พระพุทธรูปอย่างนี้ถึงอยู่ในกรุงเทพมหานครก็ไม่เป็นที่ออกอวดแขกบ้านแขกเมืองได้เหมือนพระแก้วมรกตและพระแก้วผลึก”

ติ๊กยังยกคำกล่าวของ สมเกียรติ โล่ห์เพชรัตน์ ซึ่งปราฏตามบทความว่า ในวงการนักสะสมพระพุทธรูปในเมืองไทยจะนิยมเรียกพระพุทธรูปที่ไม่งดงามหรือมีความอ่อนด้อยทางทักษะฝีมือ ว่าเป็นพระพุทธรูปลาวเ**ช่นเรียกว่า พระเชียงแสนลาว หรือพระอยุธยาลาว ฯลฯ โดยทั้งหมดมีนัยยะที่มีพื้นฐานมาจากความมีอคติทางชาติพันธุ์จากคำว่าลาว ในฐานะลูกไล่ทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะพระพุทธรูปที่อยู่ในกลุ่มสายสกุลช่างพื้นบ้าน โดย สมเกียรติ โล่เพชรรัตน์ กล่าวต่ออีกว่า แท้จริงแล้วศิลปะพระพุทธรูปล้านช้างแบบช่างเมืองหลวงนั้นมีความสวยงาม ความประณีตไม่แพ้ศิลปะของประเทศใดในโลก เป็นความงามแบบอุดมคติและมีความเป็นเอกลักษณ์ลาวอย่างแท้จริง”

สำหรับพระพุทธรูปสกุลช่างพื้นบ้านของอีสานนั้น ติ๊กอธิบายว่า ช่างกลุ่มนี้เป็นช่างชาวบ้านที่ไม่ได้ประกอบวิชาชีพหลักทางด้านงานช่าง แต่เป็นกลุ่มชาวบ้านที่มีอาชีพหรืองานประจำทางการเกษตรกรรม ส่วนใหญ่ไม่ใช่ช่างฝีมือที่มีทักษะทางการสร้างประติมากรรมโดยเฉพาะ ต่างจากกลุ่มช่างพื้นเมืองหรือช่างราษฎร์ที่ได้คนใหญ่คนโตระดับเจ้าเมืองชุบเลี้ยงจึงมีฝีมือในเชิงช่างที่สูงกว่าช่างพื้นบ้าน

แต่ติ๊กกล่าวว่า ความหยาบกระด้างไม่ได้สัดส่วนพุทธลักษณะของพระพุทธรูปที่สร้างโดยช่างพื้นบ้าน คือสิ่งที่สะท้อนถึงคุณค่าทางศิลปะพื้นบ้าน (Folk art) อย่างเต็มที่ พร้อมยกบทกวีของ วิโรฒ ศรีสุโร ประกอบว่า

“นั่งเลี้ยงควายหาไม้มาแซะแกะเป็นพระ ไม่สวยสะแต่สวยซื่อคือพระพุทธ แทนคุณค่าความดีความบริสุทธิ์ ใจผ่องผุดเกิดพุทธ…ปฏิมากร”

“…ฐานชุกชีมีพระไม้หลากหลายยิ่ง พระจริงๆ ใช่พระปลอมยอมยกให้ นั่งเลี้ยงควายแกะพระไว้ด้วยหัวใจ สมาธิใสศิลป์บริสุทธิ์วิมุตติธรรม”

โปรโมชั่นพิเศษ ส่งท้ายปีซื้อนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 1 ปี (12 ฉบับ) ลด 15% พร้อมจัดส่งลงทะเบียนทุกฉบับ แถมฟรีอีก 1 เดือน (1 ฉบับ) เฉพาะวันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2563 คลิกดูรายละเอียดและสั่งซื้อได้ที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 16 กันยายน 2559

ดูข่าวต้นฉบับ