กุสะลา ธัมมา-อะกุสะลา ธัมมา

BLT BANGKOK อัพเดต 12 ธ.ค. 2562 เวลา 08.57 น. • เผยแพร่ 12 ธ.ค. 2562 เวลา 08.55 น.
3be624ac80f6c97a58669ca80ee7b78a.jpg

เหลือบไปเห็นข่าวที่แชร์กันสนั่นในโซเชียล เรื่องของ“แชร์แม่มณี” หรือ“เดียร์-วันทนีย์ ทิพย์ประเวช” เน็ตไอดอลที่เคยขายเสื้อผ้าเด็กอ่อนและตุ๊กตาออนไลน์ แต่ภายหลังผันตัวไประดมทุนสุดแยบยล หลอกลวงผู้คนให้หลงเป็นเหยื่อร่วมลงทุนแบบโครงการเงินออม จะออม/ลงทุนอย่างไรก็แล้วแต่ แค่ฝาก 1,000 บาทครบเดือนรับไป 1,930 บาท หรือให้ดอกเบี้ยสูงร้อยละ 93 ใน 1 เดือน ไม่ต้องไปชักชวนใครมาเป็นสายต่อยอดอะไรทั้งนั้น  
ขณะเดียวกัน ก็มีสาวสวยลูกทีมเน็ตไอดอลชื่อน้อง “มะนาว” ที่เคยโด่งดังแต่งชุดเจ้าสาวขึ้นกล่าวกับแขกเหรื่อที่ไปร่วมงานแต่ง แต่ไม่ปรากฏตัวว่าที่เจ้าบ่าวโผล่เข้ามาแจมอีกราย ระดมทุนด้วยการออม/ลงทุนแค่ 1,000 จ่ายดอกงาม 93% ทำเอาบรรดาประชาชนหลงตกเป็นเหยื่อความโลภโดยไม่รู้ตัว
แค่อ่านดูก็รู้ว่าไม่มีธุรกิจอะไรจะเป็นไปได้ ลงทุน 1 เดือนกำไร 93% นั้นมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า มีผู้หลงตกเป็นเหยื่อวงแชร์แม่มณี และแม่มะนาวนี้กว่า 5,000 คน วงเงินความเสียหายนับหมื่นล้านบาท ภายหลังบรรดาเหยื่อผู้เสียหายเริ่มทยอยเข้าแจ้งความกับกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) กันไม่ขาดสายกว่า 300 รายแล้ว บางรายลงทุนหรือสูญไปกว่า 1.5-1.7 ล้านบาทก็มี
เรื่องของการตั้งวงแชร์ระดมทุนในลักษณะนี้ ที่จริงไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรเลย ในอดีตก็เคยมีแชร์แม่ชม้อย ชักชวนผู้คนไปลงทุนในธุรกิจน้ำมันกันใหญ่โตความเสียหายนับพันล้านบาทเช่นกัน ยังมีแชร์ชาร์เตอร์ แชร์อะไรต่อมิอะไรอีกหลายสิบกรณีศึกษา และแม้โลกโซเชียลจะพัฒนาก้าวไปไกลมีเฟซบุ๊กหรือไลน์ ก้าวหน้ามากขึ้นเท่าไหร่ การพัฒนาของการหลอกลวงผู้คนในลักษณะชักชวนมาลงทุนรับดอกเบี้ยกันสูงๆ ในลักษณะนี้ก็ยิ่งมีการพลิกผันพลิกช่องทางกันไปเรื่อยๆ แต่ทุกแพลตฟอร์มนั้นจะเหมือนกันหมดต่างอาศัยกิเลส ความโลภอยากได้ผลตอบแทนสูงๆ ของผู้คนนั่นแหละเป็นเครื่องมือหลอกหลวง
เรื่องของคดีความจะแชร์แม่มณี แม่มะนาวอะไรก็คงปล่อยให้เป็นเรื่องของ  เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามดำเนินคดีกับคนเหล่านี้ไป แต่ในส่วนของธรรมะนั้น การ กระทำของบุคคลที่ไปหลอกลวงผู้คน คดโกงผู้คนในรูปแบบต่างๆ นั้น พระพรมมงคลญาณ วิ. (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) เจ้าอาวาสวัดธรรมมงคลฯ และประธานสถาบันพลังจิตตานุภาพ ได้ให้โอวาทธรรมเอาไว้ว่าถือเป็นการกระทำที่เป็นอกุศลธรรมนั่นเอง
“อยากให้เข้าใจว่า ธรรมะไม่ใช่ว่าจะดีอย่างเดียว เขาเรียก“กุสะลา ธัมมา อะกุสะลา ธัมมา” กุสลาธัมมานั้นก็คือธรรมที่เป็นกุศล ส่วนอกุศลาธัมมานั้นก็คือความชั่ว ความไม่ดีต่างๆ นั่นเอง พระพุทธเจ้าท่านกล่าวไว้ว่า โดยทั่วไปแล้วร่างกายของคนเรานี้ เป็นรูปธรรมและเป็นนามธรรม ร่างกายของเราก็เลยถือว่าเป็นธรรม หากเราเอาร่างกายไปทำในสิ่งที่ดี เขาเรียกว่ากุสลาธรรม แต่ถ้าหากว่าเราเอาร่างกายนี้ไปทำสิ่งที่ชั่วทำในสิ่งที่ไม่ดีเขาเรียกว่า อกุสลาธรรม
“สิ่งที่ไม่ดีตรงๆ ก็คือการทำผิดศีลต่างๆ ผิดศีลธรรมศีล 5 ทั้งหลายแหล่ ซึ่งทำไปแล้วก็ล้วนทำให้ตัวเองเดือดร้อนและยังพลอยทำให้คนอื่นเดือดร้อนไปด้วย เช่น การปล้นจี้ ขโมย หลอกลวง กินเหล้าเมาสุรา ประพฤติผิดข่มขืนอนาจาร ฆ่ากันและกัน เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นความชั่ว
เพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าจึงแนะนำให้ละความชั่ว “สัพพะปา ปัสสะ อะกะระณัง” การไม่ทำความชั่วทั้งปวง “กุสะลัสิสูปะสัมปะทา” การทำบุญกุศลทั้งหลาย “สะจิตตะ ปะริโยปนัง” การปฏิบัติจิต “เอตังพุทธานอสาสะนัง” ให้ละความชั่วท้ังปวงเสีย นี่คือคำสอนของพระพุทธเจ้า 

ดูข่าวต้นฉบับ