การเวนคืนกรมธรรม์ มีข้อดี ข้อเสียอย่างไร

SET ตลาดหลักทรัพย์ฯ เผยแพร่ 23 ก.พ. เวลา 17.00 น. • SET Education

“พี่มีประกันชีวิตอยู่แล้ว คงไม่ซื้อเพิ่มหรอก” คาถากันตัวแทนที่มาเสนอขายประกันชีวิตที่หลายคนชอบใช้กัน ทั้งที่จริงประกันชีวิตเป็นผลิตภัณฑ์การเงินที่จำเป็น เพราะเป็นผลิตภัณฑ์การเงินสำหรับการบริหารความเสี่ยง กรณีมีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น แต่ก็ยังมีบางคนที่มีทัศนคติลบกับประกันชีวิต

 

ปัจจุบันคนไทยรู้จักผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตกันเป็นอย่างดี แต่มีประเด็นหนึ่งที่ยังมีข้อสงสัยกันอยู่ คือ การเวนคืนกรมธรรม์ โดยคำถามหลักคงหนีไม่พ้น “การเวนคืนมีประโยชน์หรือเสียประโยชน์”

 

ข้อดี

1. กรณีซื้อประกันชีวิตผิดแบบตั้งแต่ต้น เพราะส่วนใหญ่คนไทยจะซื้อประกันชีวิตเพราะถูกขายมากกว่าอยากซื้อ หลายคนจึงซื้อประกันชีวิตด้วยความเกรงใจ ไม่มีความรู้ความเข้าใจในกรมธรรม์ที่ซื้อ การเวนคืนกรมธรรม์เดิม เพื่อซื้อกรมธรรม์ที่เหมาะสมก็เหมือนการเริ่มต้นใหม่

 

2. กรณีที่กรมธรรม์เดิมไม่ได้ตอบโจทย์ความต้องการ เช่น เดิมซื้อกรมธรรม์ที่ทุนประกันสูงๆ เนื่องจากมีภาระความรับผิดชอบมาก เช่น มีภาระหนี้สินสูง แต่ปัจจุบันภาระความรับผิดชอบลดลงหรือหนี้สินไม่มีแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องแบกภาระการจ่ายเบี้ยประกันสูงๆ เพื่อทุนประกันสูงอีกต่อไป การเวนคืนกรมธรรม์ เพื่อลดภาระหรือมองหาช่องทางการออมเงินใหม่ที่ดีกว่า ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดี

 

3. กรณีที่กรมธรรม์ใหม่ให้ประโยชน์มากกว่ากรมธรรม์เดิม การเลือกซื้อกรมธรรม์ก็เหมือนการตัดเสื้อผ้าที่ขนาด รูปแบบ สไตล์ เนื้อผ้า ย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามยุค การเลือกเปลี่ยนกรมธรรม์แบบใหม่ที่เหมาะกับตัวเองน่าจะดีกว่า เช่น อยากซื้อประกันชีวิตที่คุ้มครองการศึกษาของลูก แต่เมื่อลูกเรียนหนังสือจบพ่อแม่ก็เข้าสู่วัยกลางคนหรือใกล้เกษียณ ควรเลือกซื้อประกันชีวิตแบบบำนาญ เพื่อสร้างกระแสเงินที่มั่นคงในยามเกษียณ

 

4. เป็นการบริหารรายจ่าย เพราะภาระการจ่ายเบี้ยประกันชีวิตไม่ควรเกิน 10% ของเงินได้สุทธิหลังหักภาษี เนื่องจากประกันชีวิตเป็นสัญญาการออมเงินระยะยาวที่ต้องปฏิบัติตามสัญญา คือ ชำระเบี้ยในจำนวนและภายในเวลาที่กำหนด ดังนั้น หากรายได้ในอนาคตไม่แน่นอน แต่มีค่าใช้จ่ายสูง ดังนั้น หากมีภาระต้องจ่ายเบี้ยประกันชีวิตเยอะเกินไป อาจทำให้ไม่สามารถชำระเบี้ยได้ จะเป็นผลเสียต่อแผนการบริหารความเสี่ยงหรือบริหารเงินออม ดังนั้น ควรเลือกจ่ายเบี้ยประกันในแบบประกันที่เหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด และเวนคืนแบบประกันที่ไม่เหมาะสม

 

ข้อเสีย

1. ถ้าจะเวนคืนกรมธรรม์ประกันชีวิต ควรเวนคืนหรือยกเลิกภายใน 15 วันหลังจากเซ็นรับเอกสารกรมธรรม์ประกันชีวิต ซึ่งกฎหมายให้สิทธิขอยกเลิกสัญญาและเวนคืนเงินประกัน โดยได้รับเงินที่ชำระไปคืน (มีค่าธรรมเนียมเล็กน้อย) แต่หากเลย 15 วันไปแล้ว ก็จะได้มูลค่าเงินสด หรือเรียกว่า มูลค่าเงินเวนคืน โดยทั่วไปจะน้อยกว่าเบี้ยที่จ่ายไป ดังนั้น ถ้าอยากรู้ว่ากรมธรรม์ที่ซื้อแต่ละปีมีมูลค่าเงินสดอยู่เท่าไหร่ สามารถดูได้จากตารางมูลค่ากรมธรรม์ประกันภัยในกรมธรรม์ประกันชีวิต

 

2. เมื่ออายุมากขึ้น การซื้อประกันชีวิตใหม่ในแบบเดียวกัน ก็ต้องจ่ายเบี้ยประกันแพงขึ้น และเนื่องจากเบี้ยประกันชีวิตส่วนใหญ่จะเป็นอัตราคงที่ คือ ปีแรกจ่ายเบี้ยเท่าไหร่ก็จ่ายเท่ากันตลอดอายุกรมธรรม์ ดังนั้น ไม่ใช่จ่ายเบี้ยแพงกว่าเดิมแค่ปีเดียว แต่หากซื้อประกันคนละแบบกับของเดิมที่เวนคืน จึงไม่แน่เสมอไปว่าเบี้ยจะแพงขึ้น

 

3. เวลาทำประกันชีวิตใหม่ ถ้ามีปัญหาสุขภาพ บริษัทประกันชีวิตก็อาจไม่รับหรือถ้ารับก็เพิ่มเบี้ย หรือยกเว้นไม่คุ้มครองความเสียหายจากโรคที่เป็นอยู่ ขณะที่ประกันชีวิตตัวเดิมให้ความคุ้มครองทุกอย่างเหมือนเดิม ไม่มีข้อยกเว้น

 

ดังนั้น ก่อนจะเวนคืนกรมธรรม์ต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียดว่าคุ้มค่าหรือไม่ ประกันใหม่ที่จะซื้อมีความเหมาะสมกว่าประกันเดิมหรือไม่ ทุนประกันเพียงพอกับความต้องการหรือไม่ จ่ายเบี้ยประกันได้หรือไม่ ระยะเวลาความคุ้มครองเหมาะสมแค่ไหน และควรตรวจสุขภาพตามที่บริษัทประกันแนะนำ เพื่อจะได้รู้ว่าได้รับความคุ้มครองเต็ม 100% หรือมีข้อยกเว้นอะไรบ้าง และหากพิจารณาแล้วการเวนคืนไม่คุ้มค่าก็ควรอยู่กับกรมธรรม์เดิม

 

สาธิต บวรสันติสุทธิ์

นักวางแผนการเงิน

 

อ่านบทความอื่นๆ ต่อได้ที่ >> https://setga.page.link/ds4rghK8pyNH5ZUZ6

ดูข่าวต้นฉบับ