การเมืองสวนหมัด ตอกผบ.ทบ. ทำความแตกแยก

ไทยรัฐออนไลน์ - Politics อัพเดต 12 ต.ค. 2562 เวลา 17.31 น. • เผยแพร่ 12 ต.ค. 2562 เวลา 22.01 น.
ภาพไฮไลต์

มีร้องป.ป.ช.ด้วย! โฆษกตามแจงวุ่น

นักการเมืองแห่ตอบโต้ ผบ.ทบ. “ปิยบุตร” ไม่เถียงเป็นซ้ายจัดดัดจริต แต่ขอร้องหยุดปฏิวัติเสียที หวั่นคำพูด “บิ๊กแดง” ทำแตกแยกย้อนกลับสู่ยุคมืด กวักมือมานั่งจับเข่าคุยกัน อย่ามองพรรคอนาคตใหม่เป็นศัตรู พร้อมยันไม่คิดแตะมาตรา1 “ธนาธร” บอกคำพูด ผบ.ทบ.ทำสังคมแบ่งแยกเกลียดชัง ย้ำขบวนการดิสเครดิตจากรูปถ่ายใบเดียว “วันนอร์” ท้า “บิ๊กแดง” ลาออกก่อนค่อยมาด่า ฉุนจ่อฟ้องหมิ่นประมาท “จาตุรนต์” ชี้พูดกล่าวหาน่ากลัว เพื่อเปิดทางใช้อำนาจนอกระบบ พท.ขอเลิกจุดไฟชี้นำ-ปลุกผีคอมมิวนิสต์ “ศรีสุวรรณ” ยื่นร้อง ผบ.ทบ.ไม่เป็นกลาง ปชป.ชี้บรรยากาศไม่ดีผวาซ้ำรอยตุลาอาถรรพณ์ กองทัพโต้ ผบ.ทบ.พูดเรื่องความมั่นคง ไม่ได้ปราศรัยโจมตีทางการเมือง มุ่งหวังให้รู้เท่าทันบางกลุ่มบางพวกที่ให้ข้อมูลบิดเบือนสังคม อนค.ปูดเริ่มแล้ววิชามารเลือกซ่อมนครปฐม ปชป.เชื่อฝ่ายค้านยกมือโหวตผ่านงบฯ

การเมืองร้อนฉ่าขึ้นมาทันใดเมื่อ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ออกมาบรรยายพิเศษในหัวข้อ “แผ่นดินของเราในมุมมองด้านความมั่นคง” ด้วยเนื้อหาลีลาที่เข้มข้น ดุเดือด ส่งสัญญาณปรามห้าม แตะต้องรัฐธรรมนูญมาตรา 1 รวมไปถึงมาตรา 2 ทั้งยังพุ่งเป้าไปที่คนบางกลุ่มว่ายังมีความคิดแบบคอมมิวนิสต์ถ่ายทอดปลูกฝังความเชื่อจากรุ่นสู่รุ่นนั้น

“ปิยบุตร” ไม่เถียงเป็นซ้ายดัดจริต

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 ต.ค. ที่พรรคอนาคตใหม่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ จัดบรรยายหัวข้อ “แผ่นดินของเราในมุมมองประชาธิปไตย : บทบาทของประชาชน ในการสร้างชาติ” กล่าวว่า ชาติเกิดมาจากความเป็น อันหนึ่งอันเดียวกัน ความเสียสละ ดังนั้นต้องมีข้อเท็จจริงในปัจจุบัน ถึงแม้จะยกมาทั้งอดีตและอนาคต การเป็นชาติและจิตสำนึกในความเป็นไทย จิตสำนึกเกิดมาจากคนยุคหลังเขียนขึ้นมา การสร้างชาติต้องผ่านร่วมกันและคิดถึงอนาคตร่วมกัน ประชาชนจึงคือคนที่สร้างชาติ ประชาชนเท่ากับชาติ ไม่มีประชาชนก็ไม่มีชาติ ดังนั้นประชาชนเปรียบเสมือน 2 ด้านของเหรียญเดียวกัน ส่วนที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. พูดถึงไฮบริดวอร์แฟร์ แต่ต่างประเทศกลับบอกว่า เป็นไฮบริด รีจีม หรือการปกครองผสมผสาน จนเรียกรูปแบบไม่ได้ ตนไม่เถียงที่ ผบ.ทบ.คิดว่าเราเป็นพวกซ้ายจัดดัดจริต ตนศึกษาประวัติศาสตร์การปฏิวัติของต่างประเทศมาเยอะ ไม่อยากให้ประเทศไทยต้องเจอกับการปฏิวัติอีก พร้อมขอให้ประเทศไทยหยุดปฏิวัติ

หวั่นคำพูด “บิ๊กแดง” ทำแตกแยก

นายปิยบุตรกล่าวว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นเหมือนการลูบหน้าปะจมูก เป็นเผด็จการที่มาจากการเลือกตั้งเท่านั้น ประเทศไทยติดหล่มการเปลี่ยนแปลงมา 13 ปี ทุกช่วงวัยไม่มีความมั่นใจในการใช้ชีวิต ติดอยู่ในกับดักด้านเศรษฐกิจ ไม่มีสวัสดิการที่ดีพอ ประชาธิปไตยไม่ดีพอสำหรับทุกชนชั้น และสนับสนุนแต่กลุ่มนายทุน กองทัพพร้อมที่จะแทรกแซงการเมืองทุกเวลา หากกองทัพต้องการมีบทบาททางการเมืองและครองอำนาจต่อไปต้องทำให้ประเทศมีวิกฤติตลอดเวลา และยังมีสื่อที่ชอบยุยงปลุกปั่น อยากเชิญชวนให้ ผบ.ทบ.มาร่วมพูดคุยกับตน จะได้รู้ความเปลี่ยนแปลงของการเมืองทุกวันนี้ และขอให้อย่ามองใครเป็นศัตรู เพราะหากคิดเช่นนั้นก็พร้อมจะทำร้ายคนคนนั้น ขออย่ากังวลใจกับตน หรือนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค รวมถึงพรรคอนาคตใหม่และคนที่สนับสนุนพรรค เพราะทุกคนปรารถนาดีให้ประเทศก้าวไปข้างหน้า ทั้งนี้คิดว่าการที่ พล.อ.อภิรัชต์ออกมาบรรยายเมื่อวันที่ 11 ต.ค. อาจทำให้เกิดความแตกแยก กลับสู่ยุคมืดอีก

ยันมาตรา 1 แก้ได้แต่ไม่เคยคิดแตะ

นายปิยบุตรยังกล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า รัฐธรรมนูญแก้ได้หรือไม่ คำตอบคือ รัฐธรรมนูญปี 60 ตามมาตรา 256 (8) เขียนไว้ว่า หากต้องการแก้ไขในหมวด 1, 2 และ 15 สามารถแก้ไขได้ แต่ต้องผ่านประชามติก่อน และเมื่อแก้ไขแล้วต้องห้ามมีผลให้เปลี่ยนรูปแบบการปกครองเป็นรูปแบบอื่น แต่ตนยืนยันว่า พรรคอนาคตใหม่ไม่มีแนวคิดที่จะแก้หมวด 1 และ 2 อย่างแน่นอน สิ่งที่ พล.อ.อภิรัชต์พูดนั้นเป็นการเข้าใจผิด เหมือนเป็นความพยายามหยิบโยงว่าฝ่ายค้านต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ตนมองว่าเป็นความพยายามทำลายความชอบธรรมในการที่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญของฝ่ายค้านตามเงื่อนไขและกติกาที่กำหนดไว้

เจอคนป่วนแฟนคลับโห่ไล่ระงม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการบรรยายของนายปิยบุตร มีชายวัยกลางคนลุกขึ้นขอถามสอดแทรกเป็นระยะ ทำให้ถูกโห่จากผู้ที่ไม่พอใจ และพยายามนำตัวชายคนดังกล่าวออกจากห้อง แต่นายปิยบุตรได้ห้ามปรามไว้และขอให้กลับเข้ามานั่งฟัง และบอกว่าจะเปิดให้ถามได้หลังจากที่บรรยายเสร็จ ทำให้สถานการณ์ภายในห้องประชุมกลับเข้าสู่ปกติ ก่อนที่นายปิยบุตรจะบรรยายต่อไปจนจบตามเวลาที่กำหนดไว้ และเปิดโอกาสให้ชายคนดังกล่าวถามคำถามทั้งในเรื่องเอกสารที่นายปิยบุตรเคยบอกว่าได้รับจากผู้พิพากษา และแนวคิดในการแก้รัฐธรรมนูญของพรรค ซึ่งนายปิยบุตรได้ชี้แจงข้อสงสัยดังกล่าวเหมือนที่เคยได้กล่าวทุกครั้งที่ผ่านมา

“ธนาธร” ชี้ขบวนการดิสเครดิต อนค.

ที่ อ.สามพราน จ.นครปฐม นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ให้สัมภาษณ์ถึง กรณี พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. กล่าวพาดพิงทำนองว่ามีพฤติกรรมคบค้าสมาคมกับแกนนำกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองในฮ่องกงว่า สิ่งที่ ผบ.ทบ.พูดมาจากความไม่เข้าใจบริบทของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป จึงอยากจะเรียนกับทุกฝ่ายว่าอย่าสร้างความเกลียดชังกันอีกเลย เพราะสิ่งสำคัญคือพาประเทศเดินไปข้างหน้า เพื่อกลับสู่ความเป็นประชาธิปไตย เห็นว่าสิ่งที่ พล.อ.อภิรัชต์พูดนั้นไม่เกิดประโยชน์ มีแต่จะทำให้สังคมแบ่งแยกและเกลียดชังกันมากขึ้น แถลงการณ์จากสถานทูตประเทศจีนไม่ได้ระบุตัวบุคคลและสำหรับผู้ที่กล่าวหาตนเอง ทั้งสื่อมวลชน หรือ ผบ.ทบ. ล้วนแต่ไม่มีหลักฐาน นอกจากรูปถ่ายใบเดียว จึงเชื่อว่ามีผู้ที่พยายามทำลายความน่าเชื่อถือของตนเองและพรรคอนาคตใหม่อย่างเป็นระบบ แต่ไม่ประสงค์จะตอบโต้ ยืนยันว่าเรื่องที่ตนบรรยายทุกเวทีวิชาการล้วนเป็นเรื่องเดียวกันทั้งหมด คือการให้ประเทศไทยเข้าสู่ประชาธิปไตย

“วันนอร์” ซัดผิดวินัย-ท้าลาออกมาด่า

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. บรรยายพิเศษในหัวข้อเรื่อง “แผ่นดินของเราในมุมมองด้านความมั่นคง” ว่า รู้สึกมึนงงว่าบ้านเมืองของเราวันนี้เป็นอย่างไร การที่ พล.อ.อภิรัชต์ ซึ่งเป็นข้าราชการประจำลุกขึ้นมาด่านักการเมืองและบุคคลทั่วไปโดยคิดเองเออเองไม่มีหลักฐานเช่นนี้มันเสียหายต่อคนอื่น และหลักการบริหารของประเทศ โดยปกติข้าราชการประจำจะอยู่ใต้บังคับบัญชาของฝ่ายบริหาร การที่ข้าราชการประจำมาด่านักการเมืองว่าไปตัดงบประมาณอะไรแบบนี้ถือว่าไม่อยู่ในระเบียบวินัยของข้าราชการ ทุกอย่างมันมีกติกาอยู่ การพิจารณางบก็ต้องว่าไปตามกติกาไม่สามารถตัดงบประมาณของกระทรวงใดตามใจชอบได้ และนักการเมืองจะดีชั่วอย่างไรก็มาจากการเลือกตั้งของประชาชน หากทำตัวไม่ดีการเลือกตั้งครั้งต่อไปเขาก็ไม่เลือก ถ้าทำผิดกฎหมายอะไรก็มีกระบวนการยุติธรรมอยู่ การกระทำของ ผบ.ทบ.ครั้งนี้ต่อไปอธิบดีหรือปลัดกระทรวงก็ลุกขึ้นมาด่านักการเมืองได้หรือ ถ้าไร้ระบบแบบนี้ประเทศอยู่ไม่ได้ ข้าราชการประจำจะด่านักการเมืองก็ลาออก ถอดเครื่องแบบมาเป็น ส.ส.เป็น ส.ว. มาทำหน้าที่ตรวจสอบในสภาฯ

สแกนเนื้อหาคำพูดจ่อฟ้องหมิ่น

“การจะดูถูกนักการเมืองแบบนี้บ้านเมืองอยู่กันไม่ได้ ผมอยู่วงการการเมืองมา 40 ปีไม่เคยมีการก้าวล่วงของแต่ละฝ่ายเช่นนี้ ท่านพูดอะไรผมไม่ให้ความสนใจเพราะเป็นการคิดเอาเอง เราเชื่อว่าเราทำสิ่งที่ถูกต้องเคารพประชาชน เรื่องการแบ่งแยกดินแดนเราปฏิเสธโดยสิ้นเชิง เราเล่นภายใต้กติกาภายใต้รัฐธรรมนูญทุกประการ การที่เราออกมาเล่นการเมืองตามกติกาแบบเปิดหน้า เพราะไม่เห็นด้วยกับการเล่นเกมใต้ดินหรือคิดแบ่งแยกดินแดน ดังนั้นวันอังคารนี้ในการประชุมพรรคคงต้องเอาเนื้อหาการบรรยายของ ผบ.ทบ.ที่ดูแคลนนักการเมืองมาพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไปอย่างไรในส่วนที่กระทบกับเราหรือไม่” นายวันมูหะมัดนอร์กล่าว

ชี้ส่ง “บิ๊กแดง” ล่อเป้าแทน “บิ๊กตู่”

นายสุพจน์ อาวาส โฆษกพรรคประชาชาติ กล่าวว่า ปัญหาใหญ่ของความมั่นคงที่แก้ไม่ได้นับแต่มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข คือทหารไทยที่มีอำนาจบางคน หรือบางจำพวกไม่เคารพประชาธิปไตยที่มาจากปวงชนชาวไทย มักลุแก่อำนาจ รวมถึงบังอาจกระทำการปฏิวัติรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญครั้งแล้วครั้งเล่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.คือหมากตัวใหม่ที่ถูกปล่อยออกมาล่อเป้าแทน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์เพลี่ยงพล้ำ ความน่าเชื่อถือลดน้อยถอยลง ตนมองว่าท่าทีกับน้ำตาของ พล.อ.อภิรัชต์ก็ซ้ำซากไม่มีใครให้ราคา ทุกคนรู้ที่มาที่ไปและบางทีการปรากฏตัวของ พล.อ.อภิรัชต์วันนี้อาจเป็นวันที่ความปรองดองสมานฉันท์แบบรัฐราชการ ที่ พล.อ.ประยุทธ์พุ่งเป้าสร้างขึ้นทันทีภายหลังรัฐประหารเป็นอันต้องพับไปและกลายเป็นการเผชิญหน้ากันในที่สุด เพราะผู้เห็นต่างกำลังจะถูกจับแยกข้าง

“อ๋อย” ฉะกรุยทางใช้อำนาจนอกระบบ

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ โพสต์เฟซบุ๊กว่า การพูดได้ทำให้ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. กลายเป็นผู้ที่สร้างความเสียหายร้ายแรงให้กับประเทศชาติอย่างสม่ำเสมอไปเสียแล้ว การกล่าวหานักการเมืองและคนอีกหลายกลุ่มหลายฝ่ายด้วยข้อหาร้ายแรง เช่น ล้มล้างการปกครอง ล้มล้างสถาบัน การสนับสนุนการก่อความไม่สงบ การใช้เรื่องศาสนาและการแบ่งแยกดินแดนมาเป็นเครื่องมือ การสมคบกับคนเผาบ้านเผาเมือง สมคบกับชาวต่างชาติ ชักศึกเข้าบ้านและการล้างสมองคนรุ่นใหม่เพื่อให้ล้มล้างชาติและสถาบัน ทั้งหมดกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐานและไม่มีข้อเท็จจริงรองรับ ซึ่งมีกองทัพอยู่ในมือพูดแบบนี้ แสดงว่าไม่ได้จะอาศัยระบบและกลไกตามปกติในการแก้ปัญหาแต่อย่างใด ก็ยิ่งน่ากลัว การพูดเช่นนี้เท่ากับเห็นเพื่อนร่วมชาติที่เห็นต่างเป็นศัตรูเต็มไปหมด จะสร้างความขัดแย้งบาดหมางให้รุนแรงยิ่งขึ้น ทำให้เกิดความหวาดกลัว หวาดระแวง และสร้างความเกลียดชัง เกิดการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายในสังคมรุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก และกำลังสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจประเทศอย่างมหาศาล ใครจะเชื่อว่าประเทศไทยจะสงบสุข ใครจะกล้ามาลงทุน

พท.วอนเลิกจุดไฟ–ชี้นำสังคม

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การพูดของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. เป็นการแทรกแซงฝ่ายการเมืองโดยตรง การระบุว่าฝ่ายการเมืองมีความพยายามจะแก้ไขมาตรา 1 ของรัฐธรรมนูญนั้นไปเอาข้อมูลมาจากไหน การรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญของฝ่ายการเมืองยืนยันหนักแน่นต่อหน้าประชาชนทั่วประเทศ ว่าจะไม่มีการแก้ไขหรือไปแตะมาตรา 1 และมาตรา2 ของรัฐธรรมนูญ พล.อ.อภิรัชต์ควรพูดในกรอบของข้อเท็จจริงด้วย ที่ผ่านมาฝ่ายที่ออกมาพูดชี้นำสังคมว่าจะมีการแก้ไขมาตรา 1 ล้วนเป็นคนที่มีความใกล้ชิดกับฝ่ายที่มีอำนาจทั้งนั้น จึงอยากให้ พล.อ.อภิรัชต์ทบทวนว่ามีความเหมาะสมหรือไม่อย่างไร ควรต้องหยุดพฤติกรรมชี้นำสังคม เพราะสังคมต้องการเดินหน้า การบรรยายดังกล่าวเป็นจุดเริ่มต้นของความแตกแยกของสังคมไทย และสร้างความแตกแยกในหมู่ประชาชน

เลิกเสียทีปลุกผีคอมมิวนิสต์

นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ผบ.ทบ.ควรเป็นผู้หลักผู้ใหญ่เสียที อย่าใช้วิธีการแบบโบราณที่ขุดผีคอมมิวนิสต์ขึ้นมาอีก วันนี้โลกเดินไปข้างหน้าไกลแล้ว สิ่งที่ท่านอ้างมันไม่มีแล้วในยุคนี้ การพูดของ พล.อ.อภิรัชต์ทำให้หลายคนคิดว่ามุ่งโจมตีไปที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ทั้งที่นายธนาธรก็เป็นคนปกติธรรมดาไม่ได้ใหญ่โต หากเป็นลูกโป่งก็เป็นลูกเล็กที่กำลังลอย แต่วันนี้ท่านกำลังสูบลมให้ใหญ่โตเป็นยักษ์เป็นมาร ส่วนตัวมองว่าแทนที่จะออกมาพูดเช่นนี้ พล.อ.อภิรัชต์ควรใช้ปิยวาจาเข้าใจและเห็นใจทุกฝ่าย ควรแนะนำให้คนไทยที่คิดต่างหันหน้ามาคุยกันอย่างพี่น้องเพื่อนฝูง จะเป็นทางออกของประเทศไทยที่ดีที่สุด

นัดร้อง ป.ป.ช. “บิ๊กแดง” ไม่เป็นกลาง

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า จะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. ในวันที่ 15 ต.ค.นี้ เวลา 10.30 น. ให้ไต่สวน พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. กรณีจัดบรรยายพิเศษ หัวข้อ “แผ่นดินของเราในมุมมองด้านความมั่นคง” แต่ละถ้อยคำในการบรรยายมีลักษณะความไม่เป็นกลางทางการเมือง ขัดธรรมเนียมปฏิบัติและมารยาททางการเมืองที่ผู้นำเหล่าทัพไม่ควรเลือกข้างทางการเมืองหรือ ประกาศจุดยืนจนเป็นการแทรกแซงระบอบประชาธิปไตย ทำให้เกิดการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายในประเทศ พล.อ.อภิรัชต์ลืมไปว่าการกระทำดังกล่าวอาจฝ่าฝืน “ระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยประมวลจริยธรรม ปี 2551” และ “พ.ร.บ.ว่าด้วยวินัยทหาร ปี 2476” หรืออาจรู้แต่ประสงค์จะท้าทายกฎระเบียบดังกล่าว จึงขอให้ ป.ป.ช.ไต่สวนการกระทำของ พล.อ.อภิรัชต์ว่าจงใจฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมฯ และกฎหมายหรือไม่

ปชป.ห่วงซ้ำรอยตุลาอาถรรพณ์

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ถึงกรณี พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.บรรยายพิเศษเรื่อง “แผ่นดินของเราในมุมมองด้านความมั่นคง” ว่าเป็นการบรรยายที่เพิ่มดีกรีทำให้บรรยากาศทางการเมืองร้อนแรงขึ้น เพราะจะมีการเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มอำนาจใหม่ในปัจจุบันกับกลุ่มอำนาจเก่าในอดีต เป็นการเปิดหน้าชนเต็มๆของ ผบ.ทบ.กับกลุ่มระบอบทักษิณ นักวิชาการบางส่วน และกลุ่มการเมืองพรรคอนาคตใหม่ อาจจะต่อสู้ทางด้านความคิด และแย่งชิงมวลชนครั้งใหม่ ทำให้ย้อนรอยไปถึงการเมืองช่วงเดือนตุลาคม ปี 2519 เพียงแต่บริบทในการต่อสู้แตกต่างกันไปตามยุคสมัย ทำให้หลายฝ่ายเป็นห่วงว่าจะมีการขยายความขัดแย้งลุกลามออกไปมากขึ้นไปเรื่อยๆ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดทั้งสิ้น เพราะที่ผ่านมาบ้านเมืองของเราบอบช้ำกับความขัดแย้ง ทางการเมืองมามากพอแล้ว จึงไม่อยากให้มีการสร้างเงื่อนไขความขัดแย้งใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง

แนะอย่าแตะต้องมาตรา 1 กับ 2

นายเทพไทกล่าวว่า ส่วนการประกาศไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 1 ของ ผบ.ทบ.นั้น เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก แต่ความเห็นของตนนั้นการห้ามแก้มาตรา 1 เพียงมาตราเดียวยังไม่เพียงพอ ต้องไม่แก้ในหมวด 1 ว่าด้วยบททั่วไป และหมวด 2 ว่าด้วยหมวดพระมหา-กษัตริย์ด้วย จึงจะทำให้สังคมหมดสิ้นความสงสัย หมดความหวาดระแวงไปด้วย เป็นการปิดโอกาสของกลุ่มคนบางฝ่ายที่จะหยิบยกเรื่องเหล่านี้มาปลุกระดม ต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญขึ้นมาได้ ตนขอย้ำจุดยืนเดิมของพรรคประชาธิปัตย์คือแก้เพียงมาตราเดียวเท่านั้น คือมาตรา 256 จะเป็นเรื่องง่าย และจะเป็นการขจัดความขัดแย้งในสังคมหมดไปในทันที อยากให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้น ไม่อยากให้เป็นเดือนตุลาอาถรรพณ์เช่นในอดีต

“อนุทิน” ลั่นไม่ยอมให้ใครแก้มาตรา 1

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 1 ว่า ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรแบ่งแยกไม่ได้นั้นก็เป็นไปตามนั้น ใครคิดแก้ตรงนี้ คือศัตรูของพรรคภูมิใจไทย เมื่อถามถึงกรณีที่ ผบ.ทบ.ออกมาพูด พรรคภูมิใจไทยจะยืนในแนวทางทิศทางเดียวกันหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า พรรคภูมิใจไทยไม่จำเป็นต้องเป็นไปตามในทิศทางเดียวกับใคร แต่สมาชิกพรรคภูมิใจไทยก็เป็นคนไทย เติบโตมาจนป่านนี้ มีชีวิตที่ดีจนมารับใช้ประชาชนก็ถือเป็นการตอบแทนบุญคุณพระมหากษัตริย์ที่ชุบเลี้ยงให้อยู่ร่มเย็นเป็นสุขตลอดมา มาตราใดที่เกี่ยวข้องกับสถาบันที่คนไทยเคารพ เราไม่มีวันยอม

ทบ.ชี้ ผบ.ทบ.พูดมั่นคงไม่มุ่งการเมือง

วันเดียวกัน พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงประเด็นการวิพากษ์วิจารณ์ว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ใช้สถานที่ราชการเป็นเวทีปราศรัยโจมตีทางการเมืองว่า เป็นเพียงมุมมองส่วนบุคคล แต่เนื้อหาการบรรยายของ ผบ.ทบ.ไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เป็นเรื่องของประเทศไทยด้านความมั่นคงในสภาพแวดล้อมปัจจุบัน โดยบางบุคคลอาจพยายามเบี่ยงประเด็นเพื่อสร้างภาพเทียมให้มีผลเชิงความรู้สึกฝังหัวว่าทหารยังไม่ถอยมาในจุดที่เหมาะสม แต่เชื่อว่าคนส่วนใหญ่รู้เท่าทัน สำหรับเนื้อหาที่ ผบ.ทบ.บรรยายเป็นมุมมองจากประสบการณ์ทำงาน เป็นการวิเคราะห์สถานการณ์ด้านความมั่นคงของประเทศภายใต้หน้าที่ความรับผิดชอบโดยตรง และเป็นข้อมูลเชิงสถิติที่เกิดจากการปฏิบัติงานจริง รวมทั้งจากการประเมินสถานการณ์ด้านความมั่นคงทั้งในระดับโลก ภูมิภาค และประเทศไทย เพื่อให้สังคมและประชาชนได้รับทราบ รู้เท่าทัน เสริมสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง

หวังให้รู้เท่าทันบางกลุ่มที่จ้องบิดเบือน

“ผบ.ทบ.กล่าวชัดเจน ไม่ใช่การบังคับให้เชื่อ เพราะที่ผ่านมามักมีบางกลุ่มบางบุคคลให้ข้อมูลที่บิดเบือนแก่สังคมมาตลอด ซึ่งวิธีนำเสนออาจต่างจากเดิมบ้าง เพราะต้องการให้รายละเอียดในจุดที่สำคัญ เห็นภาพชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องสถิติตัวเลข รวมถึงแผนภาพความเชื่อมโยงและประสานสอดคล้อง เปิดกว้างให้ผู้บริโภคข่าวสารสามารถใช้ดุลพินิจเองได้ไม่ใช่การบังคับให้ต้องเชื่อ มั่นใจได้ว่าผู้ที่ได้รับฟังข้อมูลสามารถใช้วิจารณญาณได้อย่างอิสระ และไม่น่าเสียหายอะไรที่จะเปิดใจรับฟังข้อมูลในอีกมุมมองผ่านผู้ปฏิบัติงานจริงๆ เพราะที่ผ่านมาพบว่าบางกลุ่มบางบุคคลได้กล่าวถึงการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ข้อมูลคลาดเคลื่อนมาก การพูดถึงตัวเลขบาง ครั้งเหมือนยกมาลอยๆ ไม่มีที่มาที่ไป เข้าใจว่าอาจมีข้อมูลไม่ครบ เนื่องด้วยอาจไม่ใช่ผู้ปฏิบัติจริง แค่อาจจินตนาการคาดเดาไปเอง บางคนอาจมีสถานะเป็น ครู อาจารย์ ซึ่งต้องใช้ความระมัดระวังให้มากกว่าทั่วไป เพราะความผิดพลาดใดๆ อาจมีผลกระทบถึงความน่าเชื่อถือในอาชีพการงานได้” โฆษกกองทัพบกกล่าว

แจ้งจับเฟซบุ๊กอ้าง จปร.40 โพสต์ป่วน

เมื่อเวลา 14.20 น. ที่ สน.นางเลิ้ง พ.อ.ชัชช์ มนตรีมุข ประธานนักเรียนนายร้อย จปร.รุ่น 40 พร้อมคณะ เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.สุวิทย์ มันหาท้าว รอง สว. (สอบสวน) สน.นางเลิ้ง กรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กปลอม แอบอ้างเป็นนักเรียนนายร้อย จปร.รุ่น 40 โพสต์ข้อความแสดงความเห็นทางการเมืองจนสร้างความเข้าใจผิดต่อสังคม โดยนำเอกสารและหนังสือร้องเรียนมามอบให้กับ พ.ต.อ.สมยศ อุดมรักษาทรัพย์ ผกก.สน.นางเลิ้ง เพื่อพิจารณาด้วย พ.อ.ชัชช์กล่าวว่า ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาได้พบผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Pathavi Kiratikarunyakorn โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นทางการเมือง และกล่าวหาผู้บังคับบัญชา คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ทั้งยังแอบอ้างตัวเป็นนายทหารยศพลตรี เป็นนักเรียนนายร้อย จปร.รุ่น 40 ได้ตรวจสอบแล้วไม่พบว่าชื่อบุคคลนี้เป็นสมาชิกในรุ่น ตามที่กล่าวอ้างไว้ เบื้องต้นมีผู้ก่อเหตุเพียงคนเดียว นำหลักฐานข้อความมาประกอบการแจ้งความ ข้อหาแอบอ้างทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยยืนยันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด และเชื่อว่าตำรวจจะทราบตัวผู้ก่อเหตุในเร็วๆนี้

“วิษณุ” บอกไม่แปลกสถานทูตจีนท้วง

ที่เมืองทองธานี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่สถานทูตจีนทักท้วงกรณีมีนักการเมืองไทยให้การสนับสนุนกลุ่มผู้ชุมนุมที่ฮ่องกงว่า เป็นสิทธิและหน้าที่ของเขาที่ต้องทำอย่างนั้น เพราะเราเองก็เคยทำอย่างเดียวกันในบางกรณีเมื่อมีชาวต่างประเทศได้ทำอะไรบางอย่างที่เรารู้สึกว่าจะกระทบหรือทำให้เราไม่สบายใจ ดังนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกในวงการทูตที่เขาจะทำอย่างนั้น ส่วนทำไมถึงทำ ทำแล้วได้อะไรก็ต้องไปถามทางสถานทูตเอง แต่ประเทศไทยไม่ได้ไปเกี่ยวข้องอะไรในเรื่องนี้ ดังนั้น อย่าไปวิจารณ์เขา ส่วนนักการเมืองไทยก็แล้วแต่จะคิด หรือแล้วแต่คนที่ได้รับผลกระทบ ยิ่งเป็นนักการเมืองจะต้องรู้ว่าไม่ควรทำอะไรให้คนอื่นไม่สบายใจ นักการเมืองอ่อนไหวต่อการแคร์ความ รู้สึกอยู่แล้ว แต่เมื่อรู้สึกแล้วจะไปถึงขนาดไหนอันนี้ก็แล้วแต่

“ธนาธร” ปูดวิชามารเลือกซ่อมนครปฐม

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 07.00 น. ที่ อ.สามพราน จ.นครปฐม นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ลงพื้นที่พร้อมกับนายไพรัฎโชติก์ จันทรขจร ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.นครปฐม เขต5โดยมีแกนนำพรรค อาทิ นายทวีศักดิ์ ทักษิณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายเกษมสันต์ มีทิพย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และสมาชิกพรรคหลายคนเข้าร่วมเดินรณรงค์พบกับชาวบ้านโดยการเดินแบบเคาะประตูบ้าน บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก นายธนาธรตอบข้อซักถามถึงการจัดเลือกตั้งซ่อมตรงกับวันที่ 23 ต.ค. กลางสัปดาห์ว่า เรื่องนี้ได้มีการตั้งคำถามกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไปแล้ว เพราะเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์การเมืองไทย และเกรงว่าจะเป็นการเอื้อประโยชน์ให้พรรคใดพรรคหนึ่งหรือไม่ การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญ รัฐบาลกำลังเผชิญปัญหาเสียงปริ่มน้ำ การเลือกตั้งซ่อมในทุกเขตจึงมีความสำคัญ สำหรับบรรยากาศที่เขต 5 นครปฐมเวลานี้ ตามที่ชาวบ้านเล่าเริ่มมีการใช้อิทธิพลและซื้อสิทธิขายเสียง จึงอยากวอนต่อประชาชนชาวสามพรานว่า อย่าให้เงินหลักร้อยมาทำลายอนาคตลูกหลาน และขอยืนยันว่าทางพรรคไม่มีหัวคะแนนหรือเครือข่าย แต่ถ้าพบผู้กระทำผิดและมีหลักฐานพร้อมจะดำเนินการ

“อนุทิน” หอบ รมต. 51 ส.ส. เยี่ยมพัทลุง

ที่ จ.พัทลุง พรรคภูมิใจไทยจัดประชุมพรรคสัญจร ครั้งที่ 1 โดยมี 7 รัฐมนตรี ในนามของพรรคแถลงสรุปการประชุมพร้อม ส.ส.ทั้ง 51 คน โดยที่ประชุมมีมติมุ่งเป้าพัฒนา 14 จังหวัดภาคใต้ให้เป็นเมืองท่องเที่ยว พร้อมผลักดัน 98 โครงการที่สำคัญลงพื้นที่ งบประมาณรวม 22,435,581,312 บาท หวังเพิ่มตัวเลขนักท่องเที่ยวอีก 5 หมื่นคนต่อปี โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยก่อตั้งมาเพียง 10 ปี แต่มียุทธศาสตร์มุ่งเน้นประโยชน์ของประชาชน ปากท้องมากกว่าการเล่นเกมทางการเมือง การทำงานรับใช้ประชาชนจากความไว้วางใจของประชาชน จึงจะเข้ามาตอบแทนบุญคุณของประชาชนทั่วประเทศ โดยมีความตั้งใจที่จะสัญจรไปทั่วทุกพื้นที่ของประเทศไทย

ลั่นหยิ่งศักดิ์ศรีไม่หวังผลประโยชน์

นายอนุทินกล่าวว่า ไม่กังวลเรื่องเสียงปริ่มน้ำ เวลาทำงานไม่ได้คิดถึงเรื่องของสภาฯ มีอะไรทุ่มไปหมดทั้งตัว ประสบการณ์ ความสามารถ ความรู้ ต้นทุนส่วนตัวที่ติดมาแต่กำเนิดต้องมาใช้ในงานให้หมด ไม่ได้ทำงานเพื่อหวังเงินเดือนหรือผลประโยชน์ทางการเมือง เกียรติยศของการเป็นรัฐมนตรีนั้น เงินเท่าไหร่ก็ซื้อไม่ได้ วันนี้ต้องหยิ่งในเกียรติยศศักดิ์ศรี ส่วนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 นั้น เราทำดีที่สุดแล้ว งบประมาณก็ได้รับการกลั่นกรองมาหลายขั้นตอนและไม่ได้นำมาสร้างบ้านของตัวเอง แต่แผ่กระจายไปทั่วประเทศ ไม่ใช่แค่พื้นที่ที่เลือกพรรคภูมิใจไทย ดังนั้น จะผ่านหรือไม่ผ่าน แต่บอกได้แค่ว่าพรรคภูมิใจไทยให้ครบทุกคน และสามารถอภิปรายได้ว่างบประมาณที่เสนอนั้นจะต้องถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับบ้านเมืองอย่างไร

ปชป.เชื่อฝ่ายค้านโหวตผ่านงบฯ

วันเดียวกัน ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ของสภาผู้แทนราษฎรว่า พรรคประชาธิปัตย์มองปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นตัวตั้ง และยึดหลักการอภิปรายอย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้การจัดสรรงบประมาณเกิดประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด โดยพรรคจะเรียกประชุม ส.ส.ของพรรคในช่วงบ่ายวันที่ 15 ต.ค. เพื่อซักซ้อมกำหนดประเด็นและตัวบุคคลอภิปราย รวมถึงการกำหนดตัว ส.ส.ของพรรคที่จะไปเป็นกรรมาธิการงบประมาณด้วย ส่วนประเด็นเรื่องเสียงปริ่มน้ำของฝ่ายรัฐบาล ไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวล เพราะเป็นการจัดงบประมาณรายจ่ายเพื่อนำเงินแผ่นดินมาใช้จ่าย ไม่มีเหตุผลใดที่จะมุ่งล้มร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ และยังเชื่อว่าฝ่ายค้านก็จะเห็นแก่ประโยชน์ของประชาชนและประเทศ โหวตผ่าน พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ด้วย

“วิษณุ-ปิยบุตร” แลกหนังสือกันอ่าน

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่เมืองทองธานี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯเดินทางไปร่วมงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 24 เพื่อแจกลายเซ็นในหนังสือ “ลงเรือแป๊ะ” ที่บูธมติชน ได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วไปเป็นอย่างมาก ทำให้ต้องจัดพิมพ์เป็นครั้งที่สอง โดยวันเดียวกันนี้ นายธงทอง จันทรางศุ ก็ได้มาแจกลายเซ็น หนังสือ “ดวงใจในทรงจำ จดหมาย เหตุภาคประชาชน เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาพิเศษ 2562” และนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ก็ได้มาแจกลายเซ็นในหนังสือ “การเมืองแห่งความหวัง” ที่บูธมติชนด้วยเช่นกัน โดยระหว่างแจกลายเซ็นนายปิยะบุตรได้เข้ามาสวัสดี และนำหนังสือที่ตนเองเขียนมามอบให้นายวิษณุ ซึ่งนายวิษณุก็ได้มอบหนังสือ “ลงเรือแป๊ะ” ให้นายปิยบุตรด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือไอติม ก็ได้เข้ามาสวัสดี พร้อมมอบหนังสือ “Why So Democracy ประชาธิปไตยมีดีอะไร?” ที่เป็นผู้เขียนให้นายวิษณุด้วย ก่อนที่ทั้ง 3 คนจะถ่ายภาพร่วมกัน

บอกเหตุผลที่ต้องอ่าน “ลงเรือแป๊ะ”

นายวิษณุกล่าวว่า คนที่จะอ่านหนังสือ “ลงเรือแป๊ะ” ไม่ต้องคิดอะไรมาก เพราะตอนที่เขียนตนก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ชื่อบอกแล้วว่าลงเรือแป๊ะต้องตามใจแป๊ะ และที่เขียนก็เพื่อต้องการจะบอกว่าที่อยู่กันมา 5 ปี ผ่านเหตุการณ์อะไรกันมาบ้าง แล้วได้ตามใจแป๊ะหรือไม่ จริงๆตอนแรกตนคิดว่าคงอยู่ร่วมกับรัฐบาลเพียง 5 ปีแล้วออกไปเขียนหนังสือ แต่เมื่อยังต้องอยู่ต่อก็เป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งในรัฐบาลหนึ่ง ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าจะเขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ต่อหรือไม่ คนที่ไม่ชื่นชอบรัฐบาล คสช.จะต้องอ่านหนังสือเล่มนี้ เพราะอ่านแล้วอาจจะเจอประเด็นที่ “ว่าแล้ว” หรือมิเช่นนั้นอาจจะรู้สึกชอบขึ้นมาบ้างก็ได้ ต้องเข้าใจและเห็นใจคนที่เป็นรัฐบาล ตนพูดได้เพราะอยู่กับรัฐบาลหลายชุด บางชุดเป็นรัฐบาลที่ประชาชนชื่นชอบ บางชุดเป็นรัฐบาลที่ประชาชนไม่ชื่นชอบ แต่ต้องการให้เข้าใจว่าคนที่ตกที่นั่งเป็นรัฐบาลนั้น บางครั้งต้องทำสิ่งที่ประชาชนอาจจะไม่เข้าใจ หรือบางครั้งเขาไม่ทำในสิ่งที่เราอยากจะเห็นเขาทำแต่เขาก็มีเหตุผลมาเป็นรัฐบาลแล้วถึงจะรู้ ถ้าไม่เป็นรัฐบาล เป็นแค่ฝ่ายค้าน เป็นแค่ฝ่ายกลางๆ ก็ทำใจอย่างนี้ซะก่อนก็อ่านไปเถอะ จะเป็นหนังสือเกี่ยวกับรัฐบาลใดก็อ่านไป ตนว่ามันคงจะมีอะไรที่เป็นความรู้ทั้งสิ้น

“100 เดียวเที่ยวทั่วไทย” เริ่ม 11 พ.ย.

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเชื่อมั่นในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการท่องเที่ยว ภายหลังที่ประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) เห็นชอบ 18 มาตรการ อาทิ โครงการ Amazing Thailand Grand Sale “Passport Privileges” มีส่วนลด 30-70% ต่อนักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าร่วมโครงการ และที่ได้รับความสนใจคือ โครงการ “ถึงเวลาทัวร์ ให้ทั่วไทย” แบ่งเป็น 2 มาตรการ คือ “100 เดียวเที่ยวทั่วไทย” จะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิ์ 4 วัน คือวันที่ 11-12 พ.ย.และ 11-12 ธ.ค. ผ่านเว็บไซต์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศ ไทย โดยให้สิทธิ์วันละ 10,000 รายการ รวม 4 วัน เป็น 40,000 รายการ และมาตรการ “วันธรรมดาราคาช็อกโลก” เปิดให้ใช้สิทธิ์ท่องเที่ยวได้ในวันจันทร์ถึงพฤหัสบดี เริ่มในเดือน พ.ย.-สิ้นเดือน ธ.ค.

ชู “บ้านมั่นคง-บ้านพอเพียง” คนยาก

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก วันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและประธานกรรมการนโยบายที่อยู่อาศัยแห่งชาติ (กอช.) ระบุเป้าหมายรัฐบาลแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยทั้งในเขตเมืองและชนบทว่า ภายในปี 2579 สานต่อแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (2560-2579) ตั้งเป้า 1 ล้านกว่าครัวเรือน แยกเป็นแผนพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยในชุมชนแออัดและผู้มีรายได้น้อย หรือ “บ้านมั่นคง” รวม 77 จังหวัด 7 แสนครัวเรือน และแผนพัฒนาผู้มีรายได้น้อยในชนบท หรือ “บ้านพอเพียง” ใน 76 จังหวัด รวม 3.5 แสนครัวเรือน อีกทั้งยังสนับสนุนการสร้างศูนย์พักคนไร้บ้านและพัฒนาศักยภาพการใช้ชีวิตใน จ.เชียงใหม่ ขอนแก่น ปทุมธานีด้วย

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ