การวางแผนชีวิตเพื่อเกษียณก่อนกำหนด ตอนที่ 1

HealthyLiving อัพเดต 31 ก.ค. 2562 เวลา 19.44 น. • เผยแพร่ 24 ก.ค. 2562 เวลา 00.00 น. • Healthy Living
1563939552790.jpg

Life is a Journey น่าจะเป็นคำที่เราเข้าใจได้ตรงกันว่า ชีวิตคือการเดินทางซึ่งเราเป็นกัปตันควบคุมนาวาชีวิตของเราเอง อาจจะนับวันที่เราเริ่มทำงาน พึ่งพาตนเองได้ เป็นเวลา A ไปสิ้นสุด ณ เวลา B ซึ่งจะเป็นวันที่เท่าไหร่ก็แล้วแต่บุญวาสนา นั่นหมายถึงว่าเราต่างเดินทางถึงจุดหมายแล้ว ไม่ว่าจะโดยสวัสดิภาพหรือไม่ก็ตาม กัปตันเครื่องบินทุกคนจะต้องศึกษาเงื่อนไขในการ Landing ณ จุดหมายปลายทาง ก่อนที่จะพาเครื่อง Take Off ทุกทริป แต่กัปตันชีวิตอย่างพวกเรา จะมีสักกี่คนที่วางแผนเพื่อการใช้ชีวิตในช่วงและในวันสุดท้าย ตั้งแต่ก่อนที่จะเริ่มทำงานวันแรก 

คิดแบบย้อนกลับเพื่อกำหนดเป้าหมาย การคิดย้อนกลับ (Reverse Thinking) จะให้มุมมอง แง่คิด และเป้าหมายในชีวิตต่างไปจากมุมมองเดิม จะช่วยให้เราชัดเจนในการกำหนดรูปแบบชีวิตที่เราต้องการในวันที่เราชราและอ่อนแรงทั้งกายและใจ ซึ่งถ้าเราจะไปตั้งต้นทำอะไรในวัย 60 เพื่อให้ชีวิตในวัย 80 มีความสุขอย่างที่เราหวังไว้นั้น คงไม่ง่าย แน่นอนว่าทุกอย่างจะง่ายกว่า หากเราเริ่มต้นในขณะที่เรายังแข็งแรงครอบครัวของผมเป็นหน่วยครอบครัวที่เล็กที่สุด คือ เรามีกัน 2 คน แม่-ลูกเท่านั้น ทำให้ผมกำหนดเป้าหมายหลักในชีวิตไว้ 2 ประการ

1. หน้าที่ความรับผิดชอบในดูแลคุณแม่ซึ่งเป็นผู้โดยสาร Super VIP

2. ความฝันในการเดินทางท่องโลก (ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายในยุค 80’s) 

แต่ก่อนอื่นเลย ในการที่จะบรรลุเป้าหมายทั้ง 2 ข้อ ทรัพยากรที่สำคัญที่สุดสำหรับผมคือ เวลา ผมจะต้องไม่ทำงาน (นั่นคือสิ่งที่ผมคิดได้ในวัย 17 ปี และภูมิใจมากจนถึงทุกวันนี้) ดังนั้น milestone แรกที่ต้องไปให้ถึง คือ การเกษียณก่อนวัย ตั้งแต่ยังไม่เริ่มทำงานเลยด้วยซ้ำ ผมตั้งใจไว้ว่าจะไม่ทำงานจนอายุ 60 ปีแน่ๆ แต่ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าจะเกษียณเมื่อไหร่ อาจจะ 55 หรือ 50 ปี นี่อาจจะเป็นความแตกต่างสำหรับคนวัยเริ่มทำงาน ที่ส่วนใหญ่จะวางแผนไปสู่ความสำเร็จในหน้าที่การงานใน จุดสูงสุด แต่ผมกลับมองข้ามไปถึง จุดสิ้นสุดของการทำงานเลย 

การเตรียมตัวเพื่อเกษียณก่อนวัย

  • การเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ ทำให้เรากำหนดเป้าหมายสำคัญและใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ไม่เร่งรีบ ไม่ร้อนรน  เพราะเรารู้ตัวว่าเราจะต้องทำอะไร เพื่ออะไร ความหมายของชีวิตอยู่ตรงไหน

  • เป้าหมายของชีวิตของแต่ละคนไม่เหมือนกัน และไม่ต้องเหมือนกัน แต่ควรจะสอดคล้องกับสภาวะเฉพาะตน เพื่อให้การดำเนินชีวิตนั้นเป็นไปได้และไม่มีอุปสรรคและความยากลำบากจนเกินไป

  • เป้าหมายของเราสามารถปรับเปลี่ยนได้ แต่เราต้องปรับเปลี่ยนสภาวะของชีวิตไปด้วยพร้อมๆกัน หรือ ในทางกลับกันหากสภาวะชีวิตของเราเปลี่ยนไป เราควรจะต้องทบทวนว่าจะต้องปรับเปลี่ยนเป้าหมายในชีวิตหรือไม่อย่างไร  

โดยรวมแล้ว แผนชีวิตเพื่อเตรียมตัวไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ คือ

  • เลือกทำงานที่ตรงกับเป้าหมายในชีวิตของเราและทำให้ดีที่สุด

  • ไม่ใช้จ่ายเกินกำลัง ตัดสิ่งที่ไม่จำเป็น และทำตัวให้ปลอดภาระ เบาตัวที่สุด 

ไม่มีความพร้อมใดที่สมบูรณ์

แม้ว่าสภาวะจิตใจจะค่อนข้างพร้อม เพราะผมเตรียมตัวสำหรับการเกษียณก่อนวัยมากว่า 20 ปีแล้ว แต่สภาวะจริงไม่ใช่พร้อมที่สุด เพราะเมื่อที่เวลานั้นมาถึง ผมกลับพบอุปสรรคใหญ่ทันที ไม่ใช่เพราะเสียดายตำแหน่ง หน้าที่การงาน หรือผลตอบแทนที่ได้รับอยู่ แต่เป็นเพราะผมเพิ่งตระหนักถึงความผิดพลาดสำคัญครั้งหนึ่งในชีวิตว่า ผมขาดปัจจัยสำคัญที่สุดที่ผมไม่เคยคิดถึง นั่นคือ ผมไม่มีเงินเก็บเลย หากอ่านย้อนไปเรื่องการเตรียมตัว ผมไม่มีการเตรียมตัวเรื่องการเงิน สักข้อเดียว เพราะว่าผมเป็นคนที่ไม่มี sense เรื่องการเงิน ความเป็นมนุษย์เงินเดือนที่รอรับเงินเดือนมาตั้งแต่อนุบาลจนอายุ 40 ปี ทำให้ผมขาดมิติของการบริหารการเงินโดยสิ้นเชิง หรือจะมองอีกมุมว่าผมบริหารการเงินได้เก่งมากก็ได้ เพราะว่าผมสามารถใช้เงินเดือนชนเดือนแบบสุขสบายตามอัตภาพ ไม่ขาด แต่ไม่เหลือ ไม่เป็นหนี้แต่ไม่มีเก็บ มาตลอดชีวิต 

No Regret

เมื่อเราตัดสินใจทิ้งทุกสิ่งอย่างไว้ข้างหลังเพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายในชีวิตที่ตั้งไว้ข้างหน้านั้น สภาวะที่ทุกคนจะต้องเจอคือความไม่มั่นใจ ความลังเล อุปสรรค ความท้าทายที่ไม่ได้คาดคิดไว้ ความผิดพลาด และความผิดหวังต่างๆ ซึ่งเป็น เรื่องปกติของความเปลี่ยนแปลง แต่สิ่งที่เราต้องตั้งมั่นคือ ความกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง ความเข้มแข็งในจิตใจสำหรับความล้มเหลว ตั้งธงไว้เลยว่าเราจะต้องรักตัวเองให้มาก ไม่เสียใจ และไม่โทษตัวเองเด็ดขาด (No Regret) หากประสบอุปสรรค ต้องมุ่งมั่นจัดการปัญหาต่างๆให้ลุล่วงเท่านั้น ระลึกไว้เสมอว่าเราอาจเปลี่ยนเส้นทาง อาจถอย 1 ก้าว เพื่อที่จะก้าวไปข้างหน้าได้อีก 100 ก้าว แต่จะไม่ถอยกลับหลัง (No Return) 

“We must all suffer one of two things: the pain of discipline or the pain of regret or disappointment.” 
–Jim Rohn 

พบกับตอนที่ 2 ได้ในบทความหน้านะครับ  

ดูข่าวต้นฉบับ