การผลิตผักหวานป่าให้มียอดอวบอ้วน (ฉบับปราชญ์ชาวบ้าน)

รักบ้านเกิด อัพเดต 21 ม.ค. เวลา 04.40 น. • เผยแพร่ 21 ม.ค. เวลา 04.40 น. • รักบ้านเกิด.คอม

การปลูกผักหวานป่าจากเมล็ด ที่มีหลักคิดและวิธีการง่ายๆ แบบชาวบ้าน ประหยัดต้นทุน ทำให้สามารถผลิตผลผลิตที่มีต้นทุนต่ำ ได้ผลกำไรเต็มเม็ดเต็มหน่วย จากรายได้และความต้องการบริโภคผักหวานป่าที่มีมากอยู่แล้วในปัจจุบัน การผลิตแบบพอเพียงอิงธรรมชาติของปราชญ์ชาวบ้านท่านนี้ จึงมีแต่ยิ่งทำยิ่งรวย

Fertilizer/77_1_369-2.jpg

++ เทคนิคการปลูกผักหวานป่าเสริมรายได้ นอกตำราวิชาการ ++

  1. การเตรียมดิน ไม่จำเป็นต้องมีการเตรียมดินแบบไถพรวน เช่นเดียวกับการปลูกพืชชนิดอื่น เนื่องจากเป็นการปลูกแบบใช้เมล็ด เน้นปลูกแซมตามร่มเงาไม้อื่น ปลูกใต้ร่มเงาพืชชนิดอื่น เพื่อช่วยในการเจริญเติบโต
  2. เตรียมการปลูกช่วงเดือน เมษายน-พฤษภาคม จะเป็นช่วงที่ดีที่สุด
  3. วิธีการการปลูก เริ่มจากการหาร่มเงาจากไม้ใหญ่ในพื้นที่ จากนั้นขุดหลุมปลูกให้มีความห่างจากโคนต้นประมาณ 1 เมตร และอยู่ในทรงพุ่มใบ 1 ก้าว เพื่อประโยชน์ในการบังแดดให้แก่ต้นอ่อนของผักหวานป่า ทางที่ดีควรปลูกในแนวทิศตะวันออกของต้น เพื่อป้องกันไม่ให้ต้นอ่อนผักหวานป่าโดนแดดจัดในช่วงบ่าย

Fertilizer/77_2_370-2.jpg

4. การปลูกขุดหลุมให้มีความลึกเพียงท่วมเล็บมือ (0.5 เซนติเมตร) แล้วฝังเมล็ดลงไปในแนวนอนแกลบดินให้ท่วมเล็บมือ แล้วรดน้ำให้ชุ่ม เมล็ดพันธุ์ผักหวานป่าที่นำมาใช้เพาะพันธุ์ปลูก ควรเลือกจากเมล็ดที่สุกจากพวง ที่ไม่สุกงอมจนเกินไป เพราะจากประสบการณ์การเพาะเมล็ดที่มีความสุกแก่จนเกินไป จะมีความงอกน้อยหรือไม่งอกเลย เมื่อคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ผักหวานได้ตามต้องการแล้ว ให้นำไปแกะเปลือกออก เหลือเอาเมล็ดด้านในมาปลูก

  1. การให้น้ำ รดน้ำอาทิตย์ละ 1 ครั้ง
  2. หลังจากเมล็ดเริ่มงอกและแทงรากลงลึกในดินจนดูแข็งแรงดีแล้ว ให้ทำการบำรุงต้นเร่งการเจริญเติบโตด้วยด้วยปุ๋ยคอกอัตรา 2 กำมือต่อต้น โดยหว่านปุ๋ยให้ห่างจากโคนต้นผักหวานป่าประมาณ 1 ฝ่ามือ ป้องกันอันตรายที่อาจเกิดจากความร้อนของปุ๋ย

Fertilizer/77_3_371-2.jpg

7. หลังจากเมล็ดงอกได้ประมาณ 2 เดือน ผักหวานป่าจะเริ่มแตกยอด ระยะนี้ผู้ปลูกสามารถทยอยเก็บผลผลิตออกจำหน่ายได้

  1. เมื่อผักหวานป่ามีอายุย่างเข้าสู่ช่วงปีที่ 2 ก่อนการเก็บเกี่ยวยอดจำหน่ายประมาณ 15-30 วัน ให้บำรุงยอด กิ่ง ใบ ด้วยน้ำหมักสูตรหน่อกล้วย ด้วยสูตรนี้ จะช่วยเพิ่มขนาดยอดให้อวบอ้วน ใบเขียวมันมีรสมัน น้ำหนักดี แตกยอดดก ขายได้ราคา ตลาดต้องการ และเป็นที่นิยมของผู้บริโภคด้วย

Fertilizer/77_4_372-2.jpg

++ วิธีการทำน้ำหมักหน่อกล้วยบำรุงยอดผักหวานป่า ++
**1. หน่อกล้วยสับละเอียด จำนวน 3 กิโลกรัม

  1. กากน้ำตาล จำนวน 10 ลิตร
  2. น้ำเปล่า จำนวน 1 ลิตร**
     

ขั้นตอนการทำ : หน่อกล้วยที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบหลักในส่วนผสม ควรเก็บในช่วงเช้าก่อนแดดออก จากนั้นนำมาสับให้ละเอียด แล้วนำไปใส่ถังหมักรวมกับส่วนผสมชนิดอื่นๆ คนให้เข้ากัน ปิดฝาถังหมัก ตั้งวางถังในที่ร่ม นาน 30 วัน ก็สามารถนำมาใช้ได้

 

การนำมาใช้ : น้ำหมักหน่อกล้วย จำนวน 2 ช้อน ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นตามยอดใบกิ่งให้ทั่ว ในช่วงเช้าหรือเย็นขณะไม่มีแดด หรือจะนำส่วนผสมในอัตราดังกล่าวมาฉีดพ่นป้องกันและกำจัดโรคพืชที่เกิดจากเชื้อราได้อาทิตย์ละครั้ง

Fertilizer/77_5_373-2.jpg

9. การเก็บเกี่ยวยอดผักหวานป่าควรเก็บช่วงเวลา 06.00-09.00 น. แล้วนำผ้าขนหนูชุบน้ำมาห่อไว้เพื่อเป็นการเก็บกักความชื้น และเป็นการช่วยให้ยอดนิ่มและอวบอิ่มขึ้น ที่สำคัญไม่ควรนำยอดผักหวานป่าไปแช่ในตู้เย็น เพราะจะทำไห้ยอดแห้งและแข็งไม่น่าทาน หลังจากที่ผักหวานป่าเริ่มแตกยอดให้เก็บเกี่ยวในหนึ่งฤดูจะสามารถเก็บเกี่ยวยอดได้ต่อเนื่องไปอีกนานประมาณ 4 เดือน จากนั้นจึงปล่อยให้ต้นมีการผลัดใบ

  1. แนะนำให้ตัดยอดกระโดงออกอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผักหวานป่าแตกยอดได้ดีขึ้น จากนั้นนำกิ่งกระโดงที่ตัดออกมาไปชำในขี้เถ้าแกลบ จะสามารถจำหน่ายได้ในในราคายอดละ 100 บาท
  2. จุดอ่อนที่สำคัญของของการผลิตผักหวานป่า คือ เกษตรกรหลายท่านยังคงมีความเข้าใจที่ผิด ในการตัดแต่งกิ่งปลิดใบเพื่อบังคับให้ออกยอดนอกฤดู ในช่วงอายุ 2 ปีแรกของผักหวานป่า เพราะในช่วง 2 ปีแรก ถ้ามีการปลิดใบต่อเนื่องตลอดทั้ง 2 ปี จะส่งผลให้ต้นโทรมเร็ว คายน้ำไม่ทัน และจะตายไปในที่สุด **เทคนิคการปลิดใบเพื่อผลิตยอดนอกฤดูนั้นทำได้ แต่ควรทำแบบปีเว้นปี เพื่อเป็นการชะลออายุของต้นพืชให้มีอายุยืนยาว
  3. ปัญหาที่เกิดจากการปลูกผักหวานป่าแล้วพบว่า ใบยอดเหลือง ใบขาว นั้นอาจเกิดจากระบบรากไม่แข็งแรง ต้นโดนแดดมากเกินไปตั้งแต่ช่วงเริ่มปลูก แนะนำให้แก้ไขโดยการพรางแสงแดดให้แก่ผักหวานป่าตั้งแต่เริ่มปลูก
    แก้ไขล่าสุด : 24 สิงหาคม 2558
    เรื่องโดย : www.rakbankerd.com
ดูข่าวต้นฉบับ