การต่อสู้ครั้งสุดท้าย !?

สยามรัฐ อัพเดต 19 พ.ย. 2562 เวลา 17.10 น. • เผยแพร่ 19 พ.ย. 2562 เวลา 17.10 น. • สยามรัฐออนไลน์
การต่อสู้ครั้งสุดท้าย !?

และแล้วคำตอบ ที่ทุกคนรอคอย ก็เดินมาถึง “บทสรุป” ว่าที่สุดแล้ว “สถานะ” ของ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ”ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จะได้ “ไปต่อ” หรือ “จอดป้าย” ลงเมื่อสิ้นสุดคำพิพากษาจาก “ศาลรัฐธรรมนูญ” วันนี้ ในเวลา 14.00 น.

โดยในวันนี้ ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า ธนาธร ถือหุ้นสื่อบริษัทวี- ลัค มีเดีย ขณะลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. หรือไม่ หากมติจากที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ออกมาในทางที่ไม่เป็นคุณ บทสรุปของธนาธร ถือว่ามีลักษณะต้องห้ามใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เป็นเหตุให้สมาชิกภาพ ส.ส.สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98(7) และธนาธรก็ต้องพ้นจากตำแหน่ง ส.ส. ทันที

จากนั้น ในลำดับต่อไป จะเป็นหน้าที่ของ “คณะกรรมการการเลือกตั้ง” หรือกกต.จะมาดำเนินคดีอาญาตามมาตรา 151 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. โดยมาตรา 151 กำหนดโทษไว้ว่า“ผู้ใดรู้อยู่แล้วว่า ตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ได้สมัครรับเลือกตั้งหรือทำหนังสือยินยอมให้พรรคการเมืองเสนอรายชื่อเพื่อสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 2 หมื่น - 2 แสนบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี”

ดังนั้นหากผลจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ออกมาในทางที่เป็นลบ จะส่งผลให้สถานะการเป็นส.ส.ของธนาธร ต้องสิ้นสุดลงทันที

โอกาสที่จะได้กลับเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ในฐานะ “ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ” อย่างสมศักดิ์ศรีอีกครั้งหรือไม่ เพราะแม้ธนาธร อาจจะใช้สถานะ “คนนอก” เข้าไปนั่งเป็น กรรมาธิการฯ จากโควต้าพรรคอนาคตใหม่ พรรคฝ่ายค้านในฐานะ “คนนอก” แต่เชื่อเถอะว่า ด้วยการต่อสู้อย่างเข้มข้น ของพรรคอนาคตใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวธนาธรเอง ย่อมมุ่งหวังที่จะได้เดินกลับเข้าสภา ฯ ในฐานะ “ส.ส.” อย่างไม่ต้องสงสัย

ตลอดหลายวันที่ผ่านมา พรรคอนาคตใหม่ได้จัดกิจกรรม “อยู่ไม่เป็น” เพื่อระดมมวลชน หยั่งเสียงกันไปแล้วเมื่อวันที่ 16 พ.ย.ที่ผ่านมา และพบว่า แม้จะมีการรวมตัวของ“กองเชียร์” แต่ทว่ามวลชนของพรรคอนาคตใหม่ ย่อมไม่อาจแปรทัพไปสู่ มวลชนที่พร้อมจะเดินลงไปสู่ “ท้องถนน” เพื่อเคลื่อนไหว เป็น “ก๊อกที่สอง”

ธนาธร เคยเปรียบเทียบว่าการทำพรรคอนาคตใหม่นั้นก็เหมือนกับการเดินทางไกล ที่มีเพื่อนพ้อง พี่น้องร่วมอุดมการณ์ด้วยกันไม่น้อย แม้มีปัญหาจนเกิดรอยร้าวอยู่บ้าง แต่ก็ขอให้เป็นเพียง “ความไม่เข้าใจกัน” เท่านั้นพอ แต่ทั้งนี้ในความเป็นจริงแล้ว หลายคนต่างรู้ดีว่า ภายในพรรคอนาคตใหม่นั้นมี “คีย์แมน” ตัวหลัก ๆ เพียงไม่กี่คน แน่นอนว่าย่อมไม่ใช่ “ส.ส.เขต” เพราะผู้สมัครจำนวนไม่น้อย ที่สามารถชนะการเลือกตั้งเข้าสภาฯ ก็มาจากกระแสของธนาธร ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากจะปฏิเสธ

แต่ขณะเดียวกันย่อมไม่ได้หมายความว่าส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ จะยอม“ปักหลัก” ทิ้งชีวิตอยู่กับพรรคต่อไป หากวันนี้ แม้แต่ตัวหัวหน้าพรรคยังไม่สามารถรักษาสถานะส.ส.เอาไว้ได้ โอกาสที่ส.ส.พรรคอนาคตใหม่จะขยับขยายพากันเตรียม “สละเรือ” จะยิ่งมีสูงมากขึ้นเท่านั้น

สำหรับการต่อสู้ของธนาธร หลังการพิจารณา “คดีถือหุ้นสื่อ” จบลงในวันนี้ หากผลออกมาในทางที่เป็น “บวก” ก็ยังหมายความว่า“ขวัญกำลังใจ” ของนักต่อสู้ยังได้ต่อลมหายใจ ลดความตื่นตระหนกของสมาชิกพรรค ลงไปได้ เปลาะแรก

แต่ผลออกมาในทางที่เป็น “ลบ” สิ้นสถานะส.ส. แล้วธนาธร ยังมีคดีความที่รออยู่เบื้องหน้า ที่ล้วนแล้วแต่เป็น “คดีใหญ่” ทั้งสิ้น โดยย่อมจะสุ่มเสี่ยงให้ “พรรคอนาคตใหม่” มีอันต้องสิ้นสภาพ ถูกยุบตามมา

ผลพวงจากคดีความที่แล้วแล้วแต่มากจาก “ตัวเอง” ดูเหมือนจะ “บีบคั้น” ให้ธนาธร แทบไม่เหลือทางเดินเท่าใดนัก ไม่ว่าจะเป็น ในเวทีสภาฯหรือแม้แต่การดึงมวลชนลงสู่ท้องถนน ก็แทบเป็นไปได้ยากอย่างยิ่ง !

ดูข่าวต้นฉบับ