"กัญจนา" ชี้รธน.60 มีปัญหา "วราวุธ" แนะรบ.ต้องอดทน

MATICHON ONLINE อัพเดต 10 ส.ค. เวลา 02.32 น. • เผยแพร่ 10 ส.ค. เวลา 02.32 น.
กัญจนา ศิลปอาชา

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม น.ส.กัญจนา ศิลปอาชาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) เปิดเผยถึงรัฐธรรมนูญว่าทุกฉบับมีทั้งจุดแข็ง ข้อดี และมีทั้งที่เมื่อใช้ไประยะหนึ่งก็พบว่ามีปัญหา รัฐธรรมนูญฉบับปี 60 ก็เช่นกัน พรรค ชทพ.เห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีประเด็นที่มีปัญหาและสมควรได้รับการแก้ไข แต่จะแก้ไขในเนื้อหาอะไรบ้างในกระบวนการแก้ไขแบบใดนั้น ขอฟังข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาแนวทางแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ที่ทางรัฐบาลได้จัดตั้งขึ้นก่อน ทราบว่าภายในต้นเดือนกันยายนจะเสนอผลการศึกษา และขอฟังความคิดเห็นข้อเสนอของประชาชนทุกกลุ่มที่ขณะนี้ออกมาเรียกร้องกันมากมาย และจากนั้นพรรค ชทพ.จึงจะมาประชุมและกำหนดท่าที ก่อนจะเป็นความคิดเห็นของพรรค ชทพ.อีกครั้งหนึ่ง

“ให้ความสำคัญไม่เฉพาะเพียงเนื้อหาว่าจะแก้ไขอะไร แต่กระบวนการที่ให้ได้มาซึ่งการแก้ไขนั้นก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เพราะถ้าที่มาของการแก้ไขไม่เป็นที่ยอมรับ ต่อให้ผลออกมาอย่างไร ก็จะไม่เป็นที่ยอมรับ ในสมัยที่พรรค ชทพ.ภายใต้การนำของนายบรรหาร เมื่อปี 2538 ได้หาเสียงโดยชูประเด็นการปฏิรูปการเมือง แก้ไขรัฐธรรมนูญ และเมื่อได้มาเป็นรัฐบาล เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2538 นายบรรหาร ศิลปอาชา ได้ตั้งคณะกรรมการปฏิรูปการเมือง โดยมีนายชุมพล ศิลปอาชา เป็นประธาน ได้มีการศึกษาและนำมาซึ่งการจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนประชาชนทุกจังหวัดจากทุกกลุ่มอาชีพ นำมาซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 นับถึงทุกวันนี้ยังถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนที่ดีที่สุด แต่ในเวลานี้บริบทของสังคมและการเมืองมีความเปลี่ยนแปลง ดังนั้นเราจะทำเหมือนเมื่อปี 2538 หรือปี 2540 เป๊ะเลยนั้น ก็คงต้องมาพิจารณาดูอีกครั้งหนึ่ง” น.ส.กัญจนากล่าว

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์ถึงข้อเรียกร้องของกลุ่มนักศึกษา ที่ให้หยุดคุกคาม แก้ไขรัฐธรรมนูญ และยุบสภา ว่า สิ่งที่ต้องตระหนักไว้เบื้องต้นคือ การแก้ปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่งนั้นคงต้องมองภาพรวมว่าเรียกร้องแล้วสิ่งที่แก้ปัญหาไปก่อให้เกิดปัญหาใหม่หรือไม่ หรือว่าเมื่อแก้ปัญหาไปแล้วจะสู่จุดเดิมหรือไม่ หากเรียกร้องแล้ว กลับไปอยู่ที่เดิมก็จะเป็นการเปลืองทั้งแรงกายและความตั้งใจจริงของกลุ่มนักศึกษา เพราะแต่ละข้อเรียกร้องของกลุ่มดังกล่าวเป็นไปด้วยความตั้งใจและหวังดี อยากเห็นความก้าวหน้าของประเทศ แต่บางครั้งสิ่งที่คิดกับสิ่งที่ทำได้จริงนั้นมันยังคลาดเคลื่อนในความเป็นจริงอยู่บ้าง บางครั้งอยากจะทำ แต่มันทำไม่ได้อย่างที่คิด ดังนั้น ต้องมีความอดทน ค่อยๆ แก้กันไปทีละเปลาะ

นายวราวุธกล่าวว่า ต้องยอมรับว่าข้อเสนอทั้ง 3 ข้อ เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ เชื่อว่าทางรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีจะดูแลความต้องการของทุกฝ่ายให้ดีที่สุดเพื่อแก้ไขปัญหา เพราะไม่ต้องการให้ความขัดแย้งเกิดขึ้นในสังคมไทย เนื่องจากต้องการเห็นสังคมไทยก้าวไปข้างหน้า ตอนนี้เศรษฐกิจกำลังมีปัญหาและยังไม่ผ่านสถานการณ์โควิด-19 จึงเป็นเรื่องที่ยากลำบากพอสมควรที่จะรักษาสุขภาพของประชาชนให้มีความปลอดภัย ขณะเดียวกัน ต้องผลักดันเศรษฐกิจให้เดินไปข้างหน้า ประเด็นทางการเมืองจึงเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่กลุ่มน้องๆ นักศึกษามีความร้อนใจเช่นกัน จึงเป็นที่น่าเห็นใจกับท่านนายกฯ ที่ต้องแก้ไขปัญหาในหลายมิติ

ดูข่าวต้นฉบับ