กองทุนฯ เยียวยาเหยื่อแชร์ลูกโซ่.. แค่คิดก็ผิดแล้ว

คมชัดลึกออนไลน์ อัพเดต 16 พ.ย. 2562 เวลา 17.05 น. • เผยแพร่ 16 พ.ย. 2562 เวลา 17.05 น.

แชร์ลูกโซ่กำลังระบาดหนักผุดเป็นดอกเห็ดที่ดังเปรี้ยงปร้าง ก็"แชร์แม่มณี " และตามมาด้วย แชร์แม่…ต่างๆ

รัฐบาลจึงจะวางมาตรการป้องกันและช่วยเหลือผู้เสียหายจากแชร์ลูกโซ่ในระยะยาว ที่ผ่านมามีการจัดการประชุมศึกษาแนวทางมาตรการป้องกัน ปราบปราม และช่วยเหลือประชาชนผู้เสียหายจากการลงทุนแชร์ลูกโซ่ โดยมีหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าร่วมหารือ และที่ประชุมได้ให้ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ เพื่อขับเคลื่อนร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดในลักษณะแชร์ลูกโซ่ ขึ้นมา

ที่ผ่านมากฎหมายทั่วไปที่ลงโทษผู้กระทำผิดจำคุกรวมแล้วไม่เกิน 20 ปี แม้จะมีผู้เสียหายจำนวนมากมาย และวงเงินสูงมหาศาลก็ตาม ยกตัวอย่างในรายของแชร์แม่ชม้อย สุดท้ายก็จำคุกเพียง 7 ปีกว่า

หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ เศรษฐกิจประเทศไทยก็จะเจ๊ง เพราะคนในขบวนการหลอกลวงเงินผู้ลงทุนแชร์ลูกโซ่ เมื่อได้เงินมาก็จะต้องนำเงินไปซุกซ่อนไว้ที่ต่างประเทศ ขณะที่คนในประเทศล่มจม ไม่มีเงินออม แต่กลับมีหนี้แทน

กลุ่มขบวนการแชร์ลูกโซ่ ถือเป็นส่วนหนึ่งปัญหาคอร์รัปชันเหมือนกับการที่มีบ่อนพนัน ซึ่งตำรวจในพื้นที่ไม่รู้หรือว่ามีบ่อนอยู่ที่ไหน แต่ทำไมบ่อนจึงยังไม่หมดไป เช่นเดียวกันแชร์ลูกโซ่เจ้าหน้าที่ก็รู้ว่าเป็นการโกงเงินชาวบ้าน แต่ไม่จัดการ

จากปัญหาดังกล่าวข้างต้นจึงเป็นที่มาของการคิดยกร่างป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดในลักษณะแชร์ลูกโซ่ โดยจะกำหนดเนื้อหาว่าต้องให้มีเจ้าภาพหลัก หน่วยงานหลักขึ้นมารับผิดชอบ อาจจะเป็น "สำนักงานป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดในลักษณะแชร์ลูกโซ่" และกำหนดโทษหนักสำหรับผู้กระทำผิด โดยในส่วนตัวการใหญ่และลูกทีมกระทำผิดต้องแก้ไขให้มีบทลงโทษ เมื่อถึงเป็นที่ยุติชั้นศาลมีโทษจำคุกอย่างน้อยจำคุก 50 ปี เป็นต้น

นอกจากนี้ ร่างพ.ร.บ.แชร์ลูกโซ่ จะตั้งกองทุนเยียวยาเหยื่อ มีแนวคิดเบื้องต้นว่าจะจ่ายเงินให้ผู้เสียหาย 10% ของเงินต้นที่ถูกโกง โดยส่วนที่เหลือ 90% จะต้องรอศาลสั่ง ซึ่งเงินกองทุนฯ อาจจะมาจากรัฐบาลเป็นผู้ให้เงินตั้งต้น และเมื่อยึดอายัดทรัพย์จากตัวการท้าวแชร์ได้แล้ว ก็นำมารวมไว้ ซึ่งผู้เสียหายจะต้องมาลงทะเบียน และมีเงื่อนไขว่าได้รับการเยียวยาเพียงครั้งเดียวเท่านั้น

ประเด็นในเรื่องการยกร่างกฎหมายขึ้นมาเฉพาะ เพื่อเอาผิดกับผู้ที่กระทำผิดเกี่ยวกับแชร์ลูกโซ่ โดยมีบทลงโทษที่หนักขึ้น และมีหน่วยงานหลัก เจ้าภาพหลักขึ้นมารับผิดชอบ ในเรื่องแชร์ลูกโซ่ในลักษณะของ"สำนักงาน" ดูก็เข้าท่าดี

*แต่ในเรื่องที่จะตั้ง"กองทุนเยียวยาแชร์ลูกโซ่" ตามที่เหยื่อแชร์ลูกโซ่เรียกร้อง โดยเงินส่วนหนึ่งมาจากรัฐบาลเป็นผู้ให้เงินตั้งต้น ถามว่ารัฐบาลจะเอาเงินมาจากไหน ก็หนีไม่พ้นเงินจากภาษีประชาชนอย่างพวกเราๆ ซึ่งเป็นเรื่องไม่สมควรอย่างยิ่ง เข้าทำนอง" แค่คิดก็ผิดแล้ว" *

หากเราไล่เลียง "กองทุน" ต่างๆของรัฐที่มีอยู่ ก็จะเห็นได้ว่า ทุกกองทุนตั้งขึ้นมาด้วยเหตุผลของ"ความจำเป็น" ทั้งสิ้น

กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ( กสศ. ) - ตั้งขึ้นมาช่วยเหลือเด็กยากจนให้ได้เรียนหนังสือ

กองทุนยุติธรรม- ตั้งขึ้นมาช่วยเหลือประชาชนที่ยากจนในทางคดี ช่วยคนจน คนที่ขาดความรู้ทางกฎหมาย คนไม่มีเงินในการประกันตัว

กองทุนประกันสังคม- เป็นกองทุนให้หลักประกันสำหรับคนทำงาน ยามเจ็บป่วย ทุพพลภาพ ชราภาพ ว่างงาน

แล้ว…กองทุนช่วยเหลือเหยื่อแชร์ลูกโซ่ มีความสำคัญกับสังคม มีความจำเป็น เหมือนกับกองทุนต่างๆที่รัฐตั้งขึ้นมาหรือไม่ จำเป็นที่จะต้องเอาเงินจากภาษีประชาชน มาลงเป็นกองทุนหรือไม่ คำตอบ คือไม่ใช่เลย

เพราะว่ามันเป็นความผิดพลาดของคนเล่นแชร์เอง บางคนเล่นแชร์ก็รีบ"เปีย" ตั้งแต่มือแรกหรือต้นมือ วงแชร์ล้มก็ไม่เดือดร้อนเพราะฟันกำไรไปแล้ว อีกทั้งคนเล่นแชร์ได้ก็แสดงว่ามีเงินพอสมควร ไม่ใช่ยากไร้ถึงกับจะต้องได้รับความช่วยเหลือจากรัฐ

และถ้ารัฐตั้งกองทุนช่วยเหลือเหยื่อแชร์ลูกโซ่ จะมีคนจำนวนมากได้ประโยชน์จากกองทุนนี้ และจะมีคนเล่นแชร์กันเยอะแยะไปหมด ผุดเป็นดอกเห็ดยิ่งกว่าเดิม เพราะถ้าเกิดพลาดจากการเล่นแชร์ ก็ยังมีกองทุนฯนี้ช่วยเหลืออีก

สรุปว่า เรื่องแนวคิดตั้งกองทุนเยียวยาแชร์ลูกโซ่ รัฐบาลเก็บพับไปได้เลย

ดูข่าวต้นฉบับ