กสิกร ไลน์ เปิดโมเดล”โซเชียล แบงก์กิ้ง” สยายปีกบริการสินเชื่อบุคคล-นาโนไฟแนนซ์ ป้อนเงินกู้ถึงตัวลูกค้า-พ่อค้าแม่ขายได้ง่ายขึ้น

Wealthy Thai อัพเดต 25 พ.ย. 2562 เวลา 06.47 น. • เผยแพร่ 25 พ.ย. 2562 เวลา 06.47 น. • wealthythai
กสิกร ไลน์ เปิดโมเดล”โซเชียล แบงก์กิ้ง”  สยายปีกบริการสินเชื่อบุคคล-นาโนไฟแนนซ์  ป้อนเงินกู้ถึงตัวลูกค้า-พ่อค้าแม่ขายได้ง่ายขึ้น

ประกาศเปิดตัวเป็นทางการแล้ว สำหรับบริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด ซึ่งได้ซีอีโอป้ายแดง “ทอมมี่” หรือ “ธนา โพธิกำจร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ CEO บริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด ที่ก้าวเข้ามาเป็นแม่ทัพ ปั้นโมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่ ผ่านการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์และให้บริการทางการเงินที่หลากหลาย ผ่านแอปพลิเคชั่น ไลน์ ภายใต้แบรนด์ “LINE BK”
บริษัท กสิกร ไลน์ เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างธนาคารกสิกรไทย โดยลงทุนผ่านกสิกร วิชั่น จำกัด สัดส่วน 50% และบริษัทไลน์ คอร์ป ที่ลงทุนผ่านบริษัทไลน์ ไฟแนนเซียล เอเซีย อีก 50% ด้วย โดยมีทุนจดทะเบียน 2,200 ล้านบาท ภายใต้เใบอนุญาตประกอบการธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล และนาโนไฟแนนซ์ สำหรับผู้ประกอบการรายย่อย โดยเปิดดำเนินงานเมื่อปี 2561 ที่ผ่านมา โดยมีการวงระบบการบริหารงานและระบบเทคโนโลยีที่เป็น Infrastructure และซีอีโอ “ทอมมี่” ได้เข้ามาบริหารงานเมื่อกลางปี 2562 นี้ ปัจจุบันมีทีมงานรวม 30 คน ในการพัฒนานวัตกรรมและดำเนินงานในบริษัทแห่งนี้
กสิกร ไลน์ เป็นรายแรกในประเทศไทย ในแบรนด์ LINE BK ที่ได้จับมือกับไลน์ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงิน แก่ลูกค้าไลน์ และถือเป็นประเทศที่ 4 ในภูมิภาคเอเซีย จากก่อนหน้านี้ LINE BANK ได้มีการเปิดให้บริการกับสถาบันการเงินในญี่ปุ่น ไต้หวัน และอินโอนีเซีย
“ทอมมี่” เล่าว่า การจับตลาด ถือเป็นโจทย์สำคัญของ LINE BK เพราะยังมีกลุ่มคนที่เข้าไม่ถึงแหล่งเงินกู้อีกจำนวนมาก ดูจากคนไทยที่ถือบัตรเครดิตมีจำนวนเพียง 8-10 ล้านราย และเวลาคนที่อยากจะขอสินเชื่อส่วนบุคคล ก็จำเป็นต้องมีสมุดบัญชีที่มีการเคลื่อนไหวทางการเงินให้เห็น จึงจะได้รับการพิจารณา ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มมนุษย์เงินเดือน ดังนั้นจึงยังมีกลุ่มคนที่ทำงานอิสระ กลุ่มคนว่างงาน และกลุ่มคนที่กู้นอกระบบ ที่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อในสถาบันการเงินได้ ดังนั้น LINE BK จึงต้องการที่จะเข้ามาจับกลุ่มเหล่านี้
โจทย์คือ การประเมินความเสี่ยงในการปล่อยกุ้กลุ่มใหม่ๆเหล่านี้อย่างไรให้มีความเสี่ยงต่ำ ซึ่งก็จะต้องใช้ฐานข้อมูลที่เกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้ฟิเจอร์ต่างๆของลูกค้าไลน์ ดังนั้นเมื่อ LINE BK จะต้องเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ของลูกค้า บวกกับการใช้เทคโนโลยีมาใช้ประกอบการบริหารจัดการความเสี่ยงในการให้สินเชื่อ โดยยึดหลักความเสี่ยงที่ต่ำ
การประเมินคุณภาพของลูกค้า จะออกมาในรูปการให้วงเงินสินเชื่อที่เหมาะสมและอัตราดอกเบี้ยที่สะท้อนถึงความเสี่ยง คือ ถ้าลูกค้ามีความเสี่ยงสูง ก็จะได้วงเงินน้อย และดอกเบี้ยสูง เป็นต้น
ดังนั้น ลูกค้าแต่ละคนที่กู้ผ่าน LINE BK จะได้อัตราดอกเบี้ยกู้ที่ไม่เท่ากัน เพราะขึ้นอยู่กับการประเมินความเสี่ยงที่ออกมา
สำหรับการอนุมัติสินเชื่อ จะดำเนินการผ่านการยืนยันตัวตน e-KYC อยู่ระหว่างการทดสอบ sandbox ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ดังนั้น หากมีการพัฒนาระบบการปล่อยสินเชื่อ LINE BK เรียบร้อย พร้อมๆกับ e-KYC (การยืนยันตัวตนทางอิเลคทรอนิกส์) ที่จะออกจาก sandbox ได้ ก็น่าจะให้บริการอนุมัติสินเชื่อได้ภายในเวลาสั้นๆเป็นหลักนาที ภายใต้ระบบเทคโนโลยีที่ประเมินความเสี่ยงได้
“LINE BK จะให้บริการสินเชื่อบนแอปของไลน์ น่าจะเปิดให้บริการได้กลางปีหน้า โดยขณะนี้ ทีมงานกำลังสร้างระบบที่จะตอบโจทย์การพัฒนานวัตกรรมที่สามารถให้บริการสินเชื่อกลุ่มเหล่านี้ได้ ภายใต้พลังลูกค้า ของไลน์ ที่มีจำนวนผู้ใช้ไลน์ถึง 44 ล้านบัญชีในประเทศไทย และแบงก์กสิกร มีลูกค้าอีกจำนวนเกือบ 17 ล้านราย เราจะเอาฐานข้อมูลเหล่านี้ มาทำความเข้าใจในการพัฒนาโปรดักต์ให้ลูกค้าเข้าถึงสินเชื่อของเราได้ง่ายขึ้น ลูกค้าที่ได้รับประสบการณ์ที่ใช้งานง่าย มีความสนุก ปลอดภัยและตอบโจทย์ความต้องการของทุกลูกค้า”
นายธนา กล่าวถึงเป้าหมายการให้บริการของ LINE BK ว่า คาดหวังจะเห็นลูกค้าใช้สินเชื่อผ่านช่องทางนี้ หลักล้านรายในปีหน้า และภายใน 5 ปี จะผู้นำเบอร์ต้นๆด้านการปล่อยสินเชื่อผ่านไลน์
สำหรับการคิดอัตราดอกเบี้ยลูกค้า จะอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ของธปท.เพดานดอกเบี้ยของสินเชื่อส่วนบุคคล ไม่เกิน 28% แต่อย่างไรก็ตาม การให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลนี้ จะเริ่มต้นจากการให้กู้วงเงินน้อยๆก่อน จนกว่าจะเห็นคุณภาพของลูกหนี้ จึงพิจารณาให้วงเงินเพิ่มในระยะต่อไปได้
นายธนา แจกแจงเพิ่มเติมถึงการให้บริการ LINE BK จะเกี่ยวข้องกับ Line Pay ที่มีอยู่อย่างไรนั้น คำตอบคือ LINE BK จะมาเสริม Line Pay ที่เป็นกระเป๋าเงินมากกว่า โดยจะมีการปล่อยกู้ให้แก่ร้านค้าต่างๆ เรียกว่าจะเป็นอีกแหล่งเงินที่จะมาปะติดปะต่อให้กับลูกค้าเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม จะต้องมีการดูการเคลื่อนไหวของบัญชีเงินฝาก หากเป็นลูกค้าธนาคารกสิกรไทย จะสามารถเห็นข้อมูลเพื่อประกอบการวิเคราะห์ได้ แต่ในกรณีที่เป็นลูกค้านอกแบงก์ จะต้องให้ลูกค้าใหม่มาเปิดบัญชีก่อน
พร้อมกับปิดท้ายถึงการให้บริการในเฟสแรก อยู่ในด้านสินเชื่อและเงินฝากก่อน ในระยะข้างหน้าจะเพิ่มบริการด้านประกัน กองทุนรวม หรือโปรดักต์อื่นๆ
สำหรับการให้บริการ LINE BK จะถือเป็นอีกช่องทางในการสยายปีกบริการทางการเงินที่กว้างขึ้น และมีต้นทุนที่ถูกลง และจะเป็นคนละส่วนกับแอปฯ เค พลัส ของธนาคารกสิกรไทย
ใครที่อยากใช้บริการ LINE BK ทั้งคนที่เข้าถึงแหล่งเงินแล้ว และกลุ่มคนที่เข้าไม่ถึงแหล่งเงิน หรือืคนที่กู้นอกระบบอยู่ อดใจรอกลางปีหน้า

ดูข่าวต้นฉบับ